หนุ่มวัย 31 กินผักดองทุกมื้อหวังผอม สุดท้ายมาหาหมอในสภาพเกินคาด

กลายเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ด้านสุขภาพที่ชวนตกใจไม่น้อย เมื่อชายวัย 31 ปีรายหนึ่งต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน หลังมีอาการผิดปกติรุนแรงทั้ง หายใจติดขัด ริมฝีปากและเล็บเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ จนแพทย์ต้องเร่งช่วยเหลือทันที ก่อนพบว่า ต้นเหตุของอาการทั้งหมดนั้น มาจากอาหารใกล้ตัวที่หลายคนมองว่า “ไม่น่าอันตราย”เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่เมืองหางโจว ประเทศจีน โดยรายงานระบุว่า ชายคนดังกล่าวตั้งใจควบคุมน้ำหนักหลังจากรับประทานอาหารหนักต่อเนื่องในช่วงเทศกาล จึงหันมาเลือกกิน “ผักดอง” เป็นหลักแทบทุกมื้อ เพราะเชื่อว่าจะช่วยเรื่องระบบย่อยอาหารและทำให้น้ำหนักลดลงได้เร็วขึ้นแต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังรับประทานเข้าไป เขาเริ่มมีอาการผิดปกติอย่างรวดเร็ว ทั้งเวียนศีรษะ อ่อนแรง หายใจไม่สะดวก ก่อนอาการจะทรุดหนักจนต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีร่างกายเปลี่ยนเป็นสีม่วง หมอพบภาวะขาดออกซิเจนในระดับเซลล์เมื่อถึงมือแพทย์ ทีมรักษาพบว่า ผู้ป่วยมีลักษณะ ตัวเขียวคล้ำผิดปกติ ริมฝีปากและปลายเล็บออกสีม่วง ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายของภาวะออกซิเจนในเลือดผิดปกติผลตรวจชี้ว่า เขามีภาวะ เมทฮีโมโกลบินในเลือดสูงผิดปกติ หรือที่เรียกว่า methemoglobinemia ซึ่งเป็นภาวะที่เลือดสูญเสียความสามารถในการลำเลียงออกซิเจนไปยังอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายได้ตามปกติ ทำให้เกิดอาการคล้ายร่างกายกำลัง “ขาดอากาศ” แม้จะยังหายใจอยู่ก็ตาม โดยอาการที่พบได้ ได้แก่ ตัวเขียวหรือม่วง หายใจลำบาก เวียนหัว คลื่นไส้ อ่อนแรง ไปจนถึงหมดสติในรายรุนแรงแพทย์ระบุว่า หากภาวะดังกล่าวไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที ก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้จุดพีคอยู่ตรงนี้… ไม่ได้กินแค่ผักดอง แต่ยัง “ดื่มน้ำดอง” ด้วยรายงานยังเผยอีกว่า ชายคนนี้ไม่ได้เพียงแค่กินผักดองเป็นกับข้าวเท่านั้น แต่ยัง ดื่มน้ำจากผักดองเข้าไปด้วย เพราะเชื่อว่าจะช่วยเรื่องสุขภาพและการลดน้ำหนักได้ดียิ่งขึ้นอย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาไม่รู้คือ ในอาหารหมักดองบางชนิด โดยเฉพาะหากผ่านกระบวนการหมักหรือเก็บรักษาไม่เหมาะสม อาจเกิดการสะสมของ “ไนไตรต์” (Nitrite) ได้ ซึ่งสารชนิดนี้เองคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สามารถกระตุ้นให้เกิดภาวะเมทฮีโมโกลบินในเลือดสูง จนทำให้ร่างกายลำเลียงออกซิเจนได้ลดลงอย่างอันตรายพูดง่าย ๆ คือ อาหารที่ดูเหมือน “เฮลตี้” หากกินผิดวิธีหรือกินมากเกินไป ก็อาจย้อนกลับมาทำร้ายร่างกายได้อย่างคาดไม่ถึงหมอเตือน 3 กลุ่มอาหารเสี่ยง สะสม “ไนไตรต์” ได้แพทย์ยังเตือนด้วยว่า กรณีนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว โดยเฉพาะในวัฒนธรรมการกินของชาวเอเชีย ที่นิยมอาหารหมักดองหรืออาหารเก็บค้างไว้หลายชนิด ซึ่งอาหารที่ควรระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ผักดองหรืออาหารหมักดอง โดยเฉพาะแบบดองไม่นาน หรือเก็บไว้นานจนเริ่มเสียผักปรุงสุกที่ทิ้งค้างคืน แม้จะแช่ตู้เย็น ก็ยังอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของสารบางชนิดได้เนื้อแปรรูป เช่น ไส้กรอก แหนม กุนเชียง หรืออาหารที่ผ่านกระบวนการถนอมอาหารสาเหตุเพราะในกระบวนการหมักหรือการเก็บรักษา อาจทำให้ ไนเตรต (Nitrate) ในอาหาร เปลี่ยนสภาพกลายเป็น ไนไตรต์ (Nitrite) และหากได้รับมากเกินไป ก็อาจกระทบต่อระบบเลือดและการขนส่งออกซิเจนของร่างกายได้ไม่ใช่แค่เวียนหัว แต่อาจรุนแรงถึงขั้นหมดสติแพทย์อธิบายว่า หากร่างกายได้รับไนไตรต์ในปริมาณมาก อาการที่อาจเกิดขึ้นได้มีตั้งแต่อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ปวดศีรษะ เวียนหัว ตัวเขียว หายใจติดขัดไปจนถึง ช็อก หมดสติ และอาจอันตรายถึงชีวิต ในรายที่รุนแรงแม้ในชีวิตประจำวัน หลายคนจะคุ้นชินกับการกินผักดองเป็นเรื่องปกติ แต่กรณีนี้สะท้อนให้เห็นชัดว่า การกินซ้ำ ๆ ติดต่อกันหลายมื้อ โดยเฉพาะในปริมาณมากหรือกินแทนอาหารหลัก อาจไม่ใช่เรื่องเล็กอย่างที่คิดวิธีกินผักดองให้ปลอดภัยกว่าเดิมเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง แพทย์แนะนำว่า หากจะกินผักดอง ควรเลือกบริโภคอย่างระมัดระวัง และไม่ควรใช้เป็นอาหารหลักในชีวิตประจำวัน โดยแนวทางที่ควรทำ ได้แก่หลีกเลี่ยงผักดองที่ดองใหม่เกินไปไม่กินบ่อยหรือกินติดต่อกันหลายมื้อล้างน้ำก่อนรับประทาน เพื่อลดความเค็มและสารตกค้างบางส่วนกินคู่กับผักสดหรืออาหารหลากหลายชนิดไม่ดื่มน้ำดอง โดยคิดว่าเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพไม่ใช้ผักดองแทนผักสดในระยะยาวเพราะแม้อาหารหมักดองจะมีเสน่ห์ในเรื่องรสชาติและช่วยให้กินข้าวอร่อยขึ้น แต่ก็ไม่ควรบริโภคแบบสุดโต่งจนเกินไปกรณีของชายวัย 31 ปีรายนี้ ถือเป็นอุทาหรณ์ชัด ๆ สำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก หรือพยายามหาทางลัดด้านสุขภาพ ด้วยการเลือกกินอาหารบางชนิดซ้ำ ๆ เพราะเชื่อว่า “ดีต่อร่างกาย”ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีอาหารชนิดใดที่ควรกินแบบสุดทางเพียงอย่างเดียว การดูแลสุขภาพที่ปลอดภัยที่สุดยังคงเป็นการ กินให้สมดุล หลากหลาย และไม่หักโหม เพราะแม้แต่อาหารใกล้ตัวอย่าง “ผักดอง” หากกินผิดวิธี ก็อาจพาร่างกายไปถึงจุดอันตรายได้เหมือนกัน


Posted

in

by

Tags: