บิ๊กโจ๊ก สู้ยิบตา! ฟ้องกราวรูด 10ตำรวจชุด BNK Master แฉขบวนการเตะตัดขา

“บิ๊กโจ๊ก” สู้ยิบตา! ส่งทนายลุยฟ้องกราวรูด 10 ตำรวจชุด BNK Master เอาผิดคดี ม.157 กลั่นแกล้งรับโทษอาญา แฉขบวนการเตะตัดขาชิงเก้าอี้ ผบ.ตร."บิ๊กโจ๊ก" สู้ยิบตา! ส่งทนายลุยฟ้องกราวรูด 10 ตำรวจชุด BNK Master เอาผิดคดี ม.157 กลั่นแกล้งรับโทษอาญา แฉขบวนการเตะตัดขาชิงเก้าอี้ ผบ.ตร.วันที่ 30 มี.ค. 69 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. มอบอำนาจให้นาย สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความยื่นฟ้อง นายตำรวจ ยศ พล.ต.ต. จำนวน 2 นาย ยศ พ.ต.อ. 2 นาย พร้อมคณะ พนักงานสืบสวนสอบสวนที่รับผิดชอบ คดีเว็บพนัน BNK Master รวม 10 นาย เป็นจำเลยต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในฐานความผิด เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แจ้งความเท็จเกี่ยวกับคดีอาญาแก่พนักงานสอบสวนหรือผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิดเพื่อจะกลั่นแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้นนายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าว คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ในคดี BNK Master ได้เข้าร้องทุกข์ กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน. เตาปูน เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 3 ราย ในข้อหาหรือฐานความผิดร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์และสมคบฟอกเงิน เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2566 และเป็นที่น่าสังเกตว่าพนักงานสอบสวนที่มารับเรื่อง ไม่ใช่พนักงานสอบสวนเวร ไม่มีตารางเวรต้องเข้าปฎิบัติหน้าที่ ในวันและเวลาดังกล่าวจากนั้นวันที่ 26 ก.ค. 2566 พนักงานสอบสวน ได้ยื่นคำร้องต่อศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 3 ราย และเข้าจับกุมตัวพร้อมกับตรวจค้นยึดโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาซึ่งขณะถูกจับกุมตรวจค้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พูดจากับผู้ต้องหาในลักษณะสืบทอดไปยังผู้ใต้บังคับบัญชา ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์จากนั้นวันที่ 22 ก.ย. 2566 พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอออกหมายจับตำรวจ 8 นาย โดยมีเจตนาปกปิดยศตำแหน่งอาชีพ และไม่แจ้งให้ศาลทราบว่าเป็นข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ เป็นเหตุให้ศาลออกหมายจับตำรวจทั้ง 8 นายวันที่ 25 ก.ย. 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจคณะพนักงานสอบสวนได้มีการกระจายกำลังไปทำการจับกุมตำรวจทั้ง 7 นาย และมีรายชื่อ พ.ต.ต.รายหนึ่ง ปรากฏว่ามีการขอหมายค้นเข้าไปจับกุมบ้านพักของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งขณะเข้าจับกุมมีการเสนอข่าวอย่างแพร่หลาย ทำให้ประชาชนที่พบเห็นเข้าใจว่าเป็นการเข้าจับกุม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงเนื่องจากว่าหลายท่านเกี่ยวข้องในชุดของกองบังคับการของการดำเนินการ การแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน การดำเนินการมีข้อสังเกตในหลายประเด็นตั้งแต่การแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งในการเข้าปฎิบัติหน้าที่ในวันและเวลาดังกล่าวแสดงการดำเนินการชุดของกรมตำรวจซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเข้าเวรรับแจ้งความดำเนินการจนความพยายามที่จะออกหมายจับพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ตั้งแต่ยังไม่มีมาเลือกแต่ศาลคงเห็นว่าว่าไม่มีพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องจะไม่อนุญาตในครั้งแรก แต่ตอนหลังมีการใช้เส้นในคดีคดีที่เกี่ยวข้องใน คดีมินนี่ และ คดีของ BNK masterสำหรับคดี BNK Master หากดูเรื่องเส้นเงินจะพบว่า มีเส้นทางการเงินสูงถึง 450 ล้านบาทแต่ตามกฎหมายหากมีเส้นเงิน เกิน 300 ล้านบาท ต้องอยู่ในอำนาจของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ และ ป.ป.ช. และในส่วนของการดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นที่ทราบแต่แรกว่าในการดำเนินการซึ่งควรจะเป็นอำนาจของ ดีเอสไอ และ ป.ป.ช. แต่ปรากฏว่ามีการเก็บกักสำนวนไว้กว่า 100 วัน ทั้งที่จริงแล้ว พนักงานสอบสวน มีอำนาจเพียงแค่ 30 วัน แต่ขณะเดียวกันคดีของตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งตำรวจทำสำนวน ส่ง ป.ป.ช.ใน 30 วันแต่ปรากฏว่า เมื่อมีการแบ่งหน้าที่เป็นขั้นเป็นตอนแล้ว จนนำสู่การดำเนินการเมื่อออกหมายจับแล้วก็เอาไปเป็นเหตุในการที่จะดำเนินการเพื่อส่งในเรื่องของวินัยร้ายแรง เพื่อให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พ้นจากเส้นทางของการที่จะได้รับการพิจารณา เสนอชื่อตามอาวุโสและผลงาน เพื่อดำรงตำแหน่งเป็น ผบ.ตร. ดังนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ต้องการที่จะนำคดีที่มองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เข้ามาพิสูจน์กันในชั้นศาล เพื่อให้ศาลเป็นผู้พิจารณาและให้ความเป็นธรรมขณะเดียวกัน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังฝากข้อความผ่านทนายถึงพนักงานสอบสวนว่า การจะดำเนินการอะไรก็ตามขอให้ทำตามกรอบของกฎหมาย อย่าล้ำออกนอกกรอบ เพราะหากวินิจฉัยเลยกรอบอำนาจของตนเอง นั่นหมายถึงจะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่คุณกระทำลงไปทั้งนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง รับสำนวนไว้เป็นคดีที่ อท.63/2569 พร้อมกับนัดฟังคำสั่งในชั้นตรวจฟ้องว่าจะรับคดีไว้พิจารณาหรือไม่ในวันที่ 27 เม.ย. 69 เวลา 09.30 น.


Posted

in

by

Tags: