สาวฉกเงินหน้าตู้ ATM ไม่หนีแต่ไม่คืน วุ่นทั้งโรงพัก แม่เผยลูกป่วยจิต

สาวฉกเงินหน้าตู้ ATM ไม่หนีแต่ไม่คืนกำแน่น วุ่นทั้งโรงพัก แม่เผยลูกป่วยจิตครอบครัวยากจนกำลังไปขอข้าววัดกิน ผู้เสียหายสงสารไม่ติดใจเอาความวันที่ 31 มี.ค. 2569 พ.ต.ท.พรหมพิริยะ พันสีเงิน สารวัตร(สอบสวน) สภ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งจากพลเมืองดีและเจ้าหน้าที่ธนาคาร ว่าเกิดเหตุชิงทรัพย์บริเวณหน้าตู้เอทีเอ็มของธนาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ นางยวด อายุ 49 ปี ผู้เสียหาย ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่อยู่หน้าธนาคาร โดยระบุว่าผู้ก่อเหตุยังอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ไม่ได้หลบหนี ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นเยาวชน โดยในมือขวายังกำเงินสดไว้แน่น ประกอบด้วยธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 1 ฉบับ ฉบับละ 500 บาท จำนวน 1 ฉบับ และฉบับละ 100 บาท จำนวน 3 ฉบับ รวมเป็นเงิน 1,800 บาทจากการสอบถาม นางยวด ผู้เสียหาย ให้การว่า ตนขับรถจักรยานยนต์มาจากบ้านเพื่อกดเงินสดจำนวน 1,800 บาท เพื่อนำไปใช้จ่าย หลังจากกดเงินออกจากตู้เอทีเอ็ม ได้มี น.ส.เอ ซึ่งยืนอยู่ด้านหลัง ใช้มือคว้าเงินจากมือของตนไปอย่างรวดเร็วตนจึงพยายามทวงคืน แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมปล่อย และอ้างว่าเงินดังกล่าวเป็นของตนเอง ทำให้เกิดการยื้อแย่งกันขึ้น โดยในขณะนั้นมารดาของผู้ก่อเหตุก็อยู่ในที่เกิดเหตุ และพยายามบอกให้ลูกสาวคืนเงิน แต่ไม่เป็นผล จึงมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อมา เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.ประโคนชัย ได้พยายามเกลี้ยกล่อมให้ผู้ก่อเหตุคืนเงิน แต่ไม่เป็นผล จึงควบคุมตัวไปยัง สภ.ประโคนชัย ระหว่างนำตัว ผู้ก่อเหตุยังคงกำเงินสดไว้แน่นไม่ยอมปล่อยเมื่อถึงสถานีตำรวจ เจ้าหน้าที่ได้พยายามเจรจาอีกครั้งเพื่อให้คืนเงินแก่ผู้เสียหาย แต่ผู้ก่อเหตุยังคงยืนยันไม่ปล่อย ทำให้เกิดการยื้อแย่งกันภายในสถานี โดยผู้ก่อเหตุโต้เถียงว่าไม่ได้รับประทานอาหารมานานนับสัปดาห์ กระทั่งใช้เวลาประมาณ 10 นาที เจ้าหน้าที่จึงสามารถนำเงินคืนมาได้สำเร็จ ในสภาพธนบัตรยับยู่ยี่และบางส่วนฉีกขาดสอบถามมารดาของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ครอบครัวมีฐานะยากจน อาศัยอยู่ด้วยกัน 3 คน คือ ตน ลูกสาว และหลาน ไม่มีอาชีพเป็นหลัก โดยตั้งใจจะไปขออาหารจากวัดรับประทาน อีกทั้งลูกสาวมีอาการป่วยทางจิตและรับยาจากโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง คาดว่าสาเหตุที่ก่อเหตุอาจมาจากความหิว ประกอบกับสภาพอากาศร้อน ทำให้เกิดอาการฟุ้งซ่านด้านผู้เสียหาย ระบุว่า สังเกตเห็นว่าผู้ก่อเหตุมีอาการไม่ปกติ เมื่อได้รับเงินคืนแล้วจึงไม่ติดใจดำเนินคดี อีกทั้งยังรู้สึกสงสาร เนื่องจากเห็นว่าผู้ก่อเหตุมีฐานะยากจนและไม่มีเงินใช้อย่างไรก็ตาม ในทางคดี เมื่อผู้เสียหายไม่ประสงค์ดำเนินคดี ประกอบกับผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนและมีประวัติป่วยทางจิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจประเมินอาการทางจิต หากแพทย์ยืนยันว่ามีอาการป่วย ก็จะพิจารณาปล่อยตัวต่อไปอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สาวฉกเงินหน้าตู้ ATM ไม่หนีแต่ไม่คืน วุ่นทั้งโรงพัก แม่เผยลูกป่วยจิตติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.khaosod.co.th


Posted

in

by

Tags: