จับแล้วแม่ใจยักษ์ รัดคอฆ่ลูกในไส้วัย 7 ขวบ ในบ้านย่านรามคำแหง หนีกบดานเกาะล้าน ชลบุรี เปิดปากยอมรับเครียด หวังฆ่าตัวตายเอาลูกไปด้วย แต่ถึงคิวตัวเองใจไม่ถึงกรณี แม่ชาวเมียนมา อายุ 34 ปี ฆ่ารัดคอ ลูกสาวแท้ๆ วัย 7 ขวบ จนเสียชีวิต เหตุเกิด บ้านในซอยรามคำแหง190 แยก5 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ ท้องที่ สน.มีนบุรี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้นสลด! แม่ใจโหดรัดคอฆ่าลูกสาววัย 7 ขวบดับคาบ้าน ก่อนชิ่งหนี ยายใจสลายแจ้งความล่าตัว ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 2 เม.ย.69 พ.ต.ท.สุริยา กุญแจกล สว.กก.สส.บก.น.3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปราบดา สุขสุนทรีย์ สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 นำกำลังตำรวจสืบสวนนครบาล 3 และ ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา นำหมายจับศาลอาญามีนบุรี กรุงเทพฯ เลขที่ 578/2569 ฐานความผิด “ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ” เข้าทำการจับกุมนางเมียว อายุ 34 ปี สัญชาติเมียนมา แม่แท้ๆ ก่อเหตุฆ่าลูกสาวในไส้ ด้วยการใช้เชือกรัดคอถึงแก่ความตาย โดยตำรวจสามารถจับกุมได้ที่ห้องพัก ของโรงแรมแห่งหนึ่ง บนเกาะล้าน ม.7 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรีหลังถูกจับกุม นางเมียว ให้การยอมรับสารภาพผ่านล่ามว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุใช้เชือกฆ่ารัดคอลูกสาวตัวเอง จนสิ้นใจตายจริง โดยในช่วงเวลา บ่าย 2 โมงของเมื่อวานนี้ ( 1 เมษายน 2569 ) ตนมีความเครียดเกี่ยวกับเรื่องปัญหาชีวิต จึงเกิดอารมณ์ชั่ววูบ ตั้งใจจะก่อเหตุฆ่าตัวตาย โดยจะเอาชีวิตลูกสาวไปอยู่ด้วย จึงก่อเหตุตัดสินใจลงมือฆ่าลูกสาวก่อน แต่พอถึงคิวตัวเองจะลงมือฆ่าตัวตาย กลับใจไม่ถึง จากนั้นก็เปลี่ยนใจ ทิ้งร่างลูกสาวไว้ในห้อง ส่วนตัวเองเดินทางหนีมายังเกาะล้าน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมได้ดังกล่าวพ.ต.ท.สุริยา กุญแจกล สว.กก.สส.บก.น.3 เปิดเผยว่า ผู้ต้องหารายนี้ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหากล่าว พร้อมกับอ้างว่าตัวเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้า มีปัญหาชีวิตมาตลอด ล่าสุดเพิ่งไปทำงานที่ประเทศบรูไน และบินกลับมาหาลูกสาวเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ด้วยความเครียดสะสม จึงตัดสินใจ จะฆ่าตัวตาย พร้อมกับลูกสาว จากนั้น เพราะใช้เชือกรัดคอลูกสาวจนสิ้นใจตาย พอถึงคิวตัวเอง กลับเปลี่ยนใจ จากนั้นก็หลบหนีมายังพื้นที่จังหวัดชลบุรี แต่อย่างไรก็ตาม ตั้งนำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สน.มีนบุรี เพื่อสรุปสาเหตุการสังหารโหดในครั้งนี้ต่อไป
เปิดปากแม่ใจเหี้ยม ใจไม่ถึง หวังฆ่าตัวตายเอาลูกไปด้วย ถึงคิวตัวเองไม่กล้า
by
Tags: