เชส ฟาเบรกาส กำลังเปลี่ยนเซเรีย อาด้วยไอเดียใหม่ ท่ามกลางแรงต้านจากโลกเก่าที่ไม่พร้อมเปลี่ยนในโลกฟุตบอล นักเตะบางคนไม่ได้โดดเด่นเพราะความเร็วหรือพละกำลัง แต่โดดเด่นเพราะ “ความคิด” ที่ไปไกลกว่าคนอื่นเสมอ ยกตัวอย่างชัด ๆ เช่น เชส ฟาเบรกาส สมัยเป็นนักเตะ เขาไม่ใช่คนที่เลี้ยงหลบคู่แข่งแบบหวือหวา ไม่ได้มีสปีดจัดจ้านแต่สิ่งที่เขามี คือการมองเกมล่วงหน้า รู้ว่าจะทำอะไรกับบอลตั้งแต่ก่อนบอลจะมาถึงเท้า การเล่นของเขาเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยรายละเอียด เล่นชิ่งหนึ่ง-สอง ดึงตัวประกบ แล้วปล่อยบอลในจังหวะที่ได้เปรียบที่สุดว่าง่าย ๆ มันคือฟุตบอลที่ใช้สมอง และแนวคิดแบบนั้นก็ยังติดตัวเขามาจนถึงวันนี้ ในบทบาทโค้ชของ โคโม่ 1907ในวัยเพียง 38 ปี ฟาเบรกัสกำลังกลายเป็นหนึ่งในโค้ชที่น่าจับตามองที่สุดในยุโรป ไม่ใช่แค่เพราะผลงาน แต่เพราะวิธีคิด ทุกครั้งที่เขาพูดถึงฟุตบอล มันเป็นการอธิบายให้เห็นว่าแต่ละจังหวะในสนามมีเหตุผลอะไรอยู่เบื้องหลังเขาพูดถึงรายละเอียดเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม ตั้งแต่วิธีรับบอล มุมของร่างกาย ไปจนถึงการหาทางหนีเพรสซิ่ง นักวิเคราะห์รุ่นใหม่ในอิตาลีจำนวนมากเริ่มหยิบไอเดียของเขาไปศึกษาและต่อยอด เพราะมันสด ใหม่ และเข้าใจเกมแต่ในอีกด้านหนึ่ง วงการฟุตบอลอิตาลีที่ขึ้นชื่อเรื่องแท็กติกและความเป็นระบบ ก็ไม่ได้เปิดรับเขาง่ายขนาดนั้น โดยเฉพาะกลุ่มอดีตนักเตะหรือกูรูรุ่นเก่าที่คุ้นชินกับ “วิธีแบบเดิม” หลายคนมองว่าฟาเบรกัสพูดเยอะเกินไป หรือดูเหมือนกำลังโชว์เหนือทั้งที่จริงแล้วเขาแค่พยายามอธิบายเกมในแบบที่เขาเข้าใจ ความตรงไปตรงมาของเขากลายเป็นดาบสองคม ยิ่งทีมของเขาชนะมากเท่าไหร่ กระแสต่อต้านก็ยิ่งชัดขึ้นเท่านั้น เพราะโคโม่ 1907 ไม่ใช่แค่ทีมเล็กที่ผลงานดี แต่เป็นทีมที่ “คิดต่าง” ในลีกที่หลายทีมยังเล่นคล้าย ๆ กัน แบบอิตาลีในเซเรีย อา ที่เต็มไปด้วยระบบ 3-5-2 และโค้ชที่วนเวียนอยู่ในลีกมานาน ฟาเบรกาสดูเหมือนเป็นคนนอก เขาถูกมองว่าเป็นตัวแทนของฟุตบอลสไตล์บาร์เซโลน่า ทั้งที่ความจริงแล้ว เขาปรับตัวตามนักเตะและสถานการณ์มาตลอดตอนคุมทีมในเซเรีย บี เขาไม่ได้เล่นแบบบาร์ซ่า เพราะไม่มีนักเตะที่เหมาะ เขาเลือกเปลี่ยนวิธีเพื่อพาทีมเลื่อนชั้น นั่นแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้ยึดติดกับสไตล์เดียว แต่เข้าใจว่า “ฟุตบอลคือการปรับตัว” แนวคิดของเขาถูกหล่อหลอมจากหลายคน ไม่ใช่แค่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หรืออาร์แซน เวนเกอร์ แต่รวมถึง โชเซ มูรินโญและอันโตนิโอ คอนเต้ ด้วยแม้จะมีเสียงวิจารณ์ แต่ผลงานในสนามของโคโม่กลับตอบทุกอย่างได้ชัดเจน ภายในเวลาแค่ประมาณปีครึ่งหลังเลื่อนชั้น ทีมพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว คะแนนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และเริ่มมีลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรปพวกเขาไม่ได้สร้างทีมด้วยซูเปอร์สตาร์ราคาแพง แต่เลือกลงทุนกับนักเตะดาวรุ่งที่มีศักยภาพ ดึงเด็กจากหลายประเทศเข้ามาพัฒนา และสร้างทีมจาก “ไอเดีย” มากกว่า “ชื่อเสียง” โคโม่กลายเป็นหนึ่งในไม่กี่ทีมในอิตาลีที่กล้าเล่นเกมรุกด้วยปีกที่เร็วและมีทักษะ กล้าเพรสซิ่งสูง และกล้าเล่นในแบบที่แตกต่างจากระบบเดิมของลีกอย่างไรก็ตาม สิ่งที่ถูกพูดถึงในสื่อจำนวนไม่น้อยกลับไม่ใช่แท็กติกหรือผลงานของเขา แต่เป็น “แรงกระเพื่อม” ที่เขาสร้างขึ้นในระบบเดิม ฟาเบรกัสกลายเป็นเหมือนตัวแทนของการเปลี่ยนแปลงในลีกที่ยังไม่พร้อมจะเปลี่ยนในขณะที่เสียงวิจารณ์ยังคงดังอยู่รอบตัว โคโม่กำลังเดินหน้าของตัวเองอย่างเงียบ ๆ จากทีมที่เคยอยู่ห่างไกลจากเวทีใหญ่ วันนี้พวกเขากำลังมีโอกาสก้าวไปสู่ระดับยุโรป จากการเจอกับทีมเล็ก ๆ ในลีกล่างสู่โอกาสที่จะต้องเผชิญหน้ากับทีมระดับท็อปของยุโรปในอนาคตอันใกล้ พวกเขาชนะรวดมาแล้ว 5 นัดในลีก ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาไม่กี่ปี และมีฟาเบรกัสเป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลงและบางที สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของเรื่องนี้ อาจไม่ใช่แค่ว่าเขาจะพาโคโม่ไปได้ไกลแค่ไหน แต่คือคำถามที่ใหญ่กว่านั้น ในโลกฟุตบอลที่ยังยึดติดกับวิธีเดิม ๆ จะมีที่ว่างมากพอไหมสำหรับคนที่กล้าคิดต่างแบบเขา หรือสุดท้ายแล้ว เขาจะเป็นเพียงคนที่มองเห็นอนาคต…ในวันที่คนอื่นยังไม่พร้อมจะมองตามข่าวที่เกี่ยวข้องโคโม่ฟีเวอร์! ฟาเบรกาสทำอย่างไร ให้ "โคโม่" กลายเป็นทีมที่น่าจับตามอง ดูบอลสด ! กัลโช่ เซเรีย อา นาโปลี พบ โรม่า 15 ก.พ.69 อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "เชส ฟาเบรกาส" โค้ชรุ่นใหม่ที่กำลังเขย่าโลกเก่าของเซเรีย อาติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.pptvhd36.com
“เชส ฟาเบรกาส” โค้ชรุ่นใหม่ที่กำลังเขย่าโลกเก่าของเซเรีย อา
by
Tags: