ในยุตที่ “ภัยออนไลน์” กลายเป็นปัญหาที่สร้างความเสียหายให้กับคนไทยจำนวนมาก การสร้าง ในยุตที่ “ภัยออนไลน์” กลายเป็นปัญหาที่สร้างความเสียหายให้กับคนไทยจำนวนมาก การสร้าง "ภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล" ให้กับคนไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน เพื่อให้สามารถรับมือกับกลโกงและการละเมิดในรูปแบบต่าง ๆ ในโลกออนไลน์ได้อย่างเท่าทัน ก้าวสู่โลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ ถือเป็นสิ่งจำเป็นวันนี้ คอลัมน์ “ชีวิตติด TECH” มีทักษะ จาก เวิร์กช็อป “Digital Literacy for Youth” ซึ่งจัดโดย ไลน์ ประเทศไทย ร่วมกับ สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย มาแนะวิธีสร้าง "ภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล" เพื่อให้คนไทย "รู้รอด ปลอดภัย” ในยุคดิจิทัลโดยข้อมูลจาก ETDA ระบุว่า คนไทยกว่า 94.7% เข้าถึงอินเทอร์เน็ต และมีโลกออนไลน์เสมือน “บ้านหลังที่สอง" ของคนไทยไปอล้ว โดยได้หลอมรวมเข้ากับชีวิตประจำวันจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้ทักษะความฉลาดทางดิจิทัล หรือ Digital Literacy จึงเป็นเกราะคุ้มกันสำคัญที่ทำให้เรารู้เท่าทันว่าสิ่งไหนคือเรื่องจริง สิ่งไหนปลอมหรือเสี่ยง ก่อนที่จะตัดสินใจคลิก แชร์ หรือโอนเงินออกไปขณะเดียวกันการรู้วิธีตั้งค่าป้องกันบัญชีและข้อมูลส่วนตัวอย่างการใช้พาสเวิร์ดที่คาดเดายาก รวมถึงการตระหนักถึงผลกระทบของ "รอยเท้าดิจิทัล" (Digital Footprint) เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ เพราะทุกอย่างที่เราโพสต์หรือกระทำลงไปในโลกโซเชียลจะถูกระบบบันทึกไว้เสมอ แม้จะพยายามลบออกในภายหลัง ข้อมูลเหล่านั้นก็ยังคงหลงเหลืออยู่ ซึ่งอาจย้อนกลับมาส่งผลเสียต่อชื่อเสียง หรือการพิจารณาสมัครงานในอนาคตได้หากเราเคยโพสต์เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมเอาไว้คู่มือเอาตัวรอดออนไลน์ให้ปลอดภัย“ปริญญา สุวรรณชินกุล” เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ บอกว่า ภัยออนไลน์ในปัจจุบันนั้นใกล้ตัวและซับซ้อนกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นการระรานทางไซเบอร์ (Cyberbullying) ภาวะเสพติดอินเทอร์เน็ต (Web Addiction) ไปจนถึงความเหนื่อยล้าทางกาย (Digital Fatigue) จากการใช้งานที่เกินพอดี ขณะเดียวกันทางมิจฉาชีพยุคใหม่ยังพัฒนาเครื่องมือที่ล้ำสมัยขึ้นทุกวัน เช่น การใช้ AI เลียนแบบหน้าตาหรือน้ำเสียงของคนใกล้ชิดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และมักใช้จิตวิทยาหลอกล่อด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผลเพื่อเร่งรัดให้เหยื่อรีบซื้อหรือรีบโอนเงิน วิธีป้องกันเบื้องต้นคือการตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจจ่ายเงิน ไม่ว่าจะเป็นการเช็กรีวิวหรือการสังเกตบัญชีปลายทาง ซึ่งการโอนเข้าบัญชีรูปแบบบริษัทมักมีความปลอดภัยสูงกว่าชื่อบุคคลธรรมดา นอกจากนี้เรายังสามารถใช้หลัก "3 ส." เป็นเครื่องเตือนสติ ได้แก่ การ ”สังเกต" ความผิดปกติ "สงสัย" ก่อนจะเชื่อ และ "สอบถาม" ผู้รู้หรือติดต่อสายด่วน 1212 เพื่อให้มั่นใจCSAM กลโกงที่มาในคราบ 'คนคุย'“ณพล วรประทีป” เจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) บอกถึง รูปแบบของการแสวงหาประโยชน์ทางเพศออนไลน์ ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น CSAM (Child Sexual Abuse Material) หรือ สื่อเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก หรือสื่อลามกอนาจารเด็ก เช่น ภาพถ่าย วิดีโอ ภาพวาด ไลฟ์สด หรือภาพที่สร้างมาจาก AI ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก หรือการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่สร้างผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อผู้เสียหายในโลกดิจิทัลเป็นอย่างมากภัยอีกรุปแบบ คือ Sexting หรือ การส่งเนื้อหาหรือภาพที่สื่อไปในทางเพศให้แก่ผู้อื่น ความน่ากลัว คือ เมื่อภาพเหล่านั้นหลุดเข้าสู่โลกออนไลน์ไปแล้ว ระบบจะบันทึกและเผยแพร่ต่อไปอย่างไม่มีวันจบสิ้น โดยมิจฉาชีพมักใช้เทคนิค Grooming ในการค่อยๆ ตะล่อมสร้างความไว้ใจเป็นเวลานาน เพื่อหวังผลประโยชน์ทางเพศจากผู้เสียหาย หรือนำไปสู่การข่มขู่กรรโชกทรัพย์ที่เรียกว่า Sextortion ซึ่งสร้างรอยแผลใจและผลกระทบต่อชีวิตเหยื่ออย่างมหาศาลหาหหลงกลตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพแนวทางรับมือคือการยึดหลัก 3 ข้อ“ศรีดา ตันทะอธิพานิช” กรรมการผู้จัดการ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย บอกถึงความน่ากลัวของการละเมิดทางเพศออนไลน์ (Sexual Abuse) ว่า ภัยออนไลน์รุปแบบบนี้ มีความซับซ้อนมากขึ้นจากการใช้ AI เข้ามาปลอมแปลง ทั้งการสร้างภาพลามกอนาจารเด็ก (CSAM) ไปจนถึงการปลอมเสียงและข้อมูลสินค้าเพื่อหลอกล่อเหยื่อ โดยมีข้อสังเกตสำคัญคือ "อะไรที่ดีเกินจริง มักไม่ใช่เรื่องจริง" ซึ่งคนร้ายมักใช้เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการ Child Grooming หรือการตระเตรียมเหยื่อ 7 ขั้นตอน ตั้งแต่การล็อกเป้าหมาย หาจังหวะตีสนิท สร้างความไว้ใจด้วยภาพลักษณ์ที่ดูดี ใช้บุญคุณสร้างความสำคัญ ไปจนถึงการแยกเหยื่อให้อยู่ลำพัง เพื่อให้ฟังความลับ และจบลงด้วยการจับเนื้อต้องตัวหรือข่มขู่บังคับด้วยคลิปวิดีโอ เพื่อเรียกรับผลประโยชน์ ฯลฯขณะเดียวกัน การระรานทางออนไลน์ (Cyberbullying) ก็ยังถือเป็นอีกหนึ่งภัยร้ายที่รุนแรงกว่าการแกล้งกันในอดีต เพราะมีผู้เห็นเหตุการณ์จำนวนมาก และที่น่ากังวลคือผู้ที่เฝ้าสังเกตการณ์บางคนอาจกลายเป็นผู้ร่วมกระทำผิดโดยไม่รู้ตัวผ่านการแสดงความเห็นด้านลบซ้ำเติมเหยื่อ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทำให้เหยื่อรู้สึกอับอาย ไร้ค่า และเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าสำหรับแนวทางการรับมือคือการยึดหลัก 3 ข้อ ได้แก่ “Stop” หยุดตอบโต้ เพื่อไม่ให้เกิดการกระทำซ้ำ หรือเพิ่มความรุนแรงของสถานการณ์ “Block” ปิดกั้นผู้ที่มาระรานไม่ให้เข้ามาติดต่อหรือกระทำซ้ำได้อีก สุดท้ายคือ “Tell” ขอความช่วยเหลือจากผู้ที่ไว้ใจได้ หากเหตุการณ์ลุกลามผิดกฎหมาย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีเทคนิคป้องกันภัยบนแพลตฟอร์มไลน์ทุกวันนี้ปฎิเสธไม่ได้ว่า คนไทยใช้ แอปไลน์กันทุกวัน และได้เข้ามา อยู่ในหลายมิติของไลฟ์สไตล์เยาวชน ทั้งการสื่อสาร การเรียน เสพคอนเทนต์ ไปจนถึงการจัดการธุระส่วนตัวอย่างการจ่ายบิลต่างๆ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือการรักษาพื้นที่ส่วนตัวไม่ให้คนแปลกหน้าเข้าถึงได้ง่ายจนเกินไปควบคู่ไปกับการสร้างความรับผิดชอบในฐานะผู้ใช้งาน เพราะโลกออนไลน์ทิ้ง "รอยเท้าดิจิทัล" ไว้เสมอ การหยุดคิดและตั้งคำถามกับตัวเองว่าสิ่งที่กำลังจะโพสต์หรือพิมพ์นั้น "จริงไหม ดีไหม และจำเป็นไหม" จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เรารับผิดชอบต่อข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลที่ส่งต่อ และเคารพต่อคนอื่นในสังคมดิจิทัลได้อย่างยั่งยืนสำหรับแนวทางป้องกันภัยและรักษาความเป็นส่วนตัว คือ "ไม่คลิก ไม่แชร์ เจอให้รีพอร์ต" หากพบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สามารถกดรายงานปัญหาได้ทันทีทั้งจากหน้าโปรไฟล์ ห้องแชท หรือข้อความแชทโดยตรง ในส่วนของบัญชีทางการ (LINE Official Account) ของแท้ต้องสังเกต "สัญลักษณ์รูปโล่" ที่อยู่หน้าชื่อบัญชีเสมอนอกจากนี้ควรตั้งค่า "ปิดกั้นข้อความจากคนไม่รู้จัก" ในเมนูความเป็นส่วนตัว เพื่อกรองข้อความแปลกปลอมที่ส่งมาจากบุคคลที่เราไม่ได้เพิ่มเป็นเพื่อน และที่สำคัญที่สุดคือการรักษาความลับของ "รหัสยืนยันตัวตน (OTP)" อย่างเคร่งครัด เพราะเป็นรหัสสำคัญที่ใช้ยืนยันตัวตนเพียงครั้งเดียวภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งหากข้อมูลนี้รั่วไหลอาจนำไปสู่การถูกโจรกรรมบัญชีได้สุดท้ายแล้ว การสร้าง "ภูมิคุ้มกันดิจิทัล" ที่เริ่มต้นง่ายๆ จากการมีสติคัดกรองข้อมูล การรู้จักรักษาพื้นที่ส่วนตัว และการใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ เพื่อสร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์สำหรับทุกคนCyber Daily
เปิดทักษะดิจิทัล “รู้รอด ปลอดภัย” ติดอาวุธรับมือภัยออนไลน์ยุคใหม่
by
Tags: