ข่าวปนคน คนปนข่าว++ นี่แหละ “หนู ปวกเปียก” กลัวโรงกลั่นอยู่ไม่ได้ เอาตัวเองง่ายเข้าว่า ชาวบ้านลำบากช่างมัน“ดรามาน้ำมัน” ยังไม่จบง่ายๆ คนที่ตกเป็นเป้าสายเมาท์ก็คงหนีไม่พ้น “อนุทิน ชาญวีรกูล” หรือที่หลายคนแซวกันติดปากว่า “นายกฯหนู” นั่นเองเริ่มจากลีลาปากกล้าในวันก่อน ที่ออกโรงฟาดพวกกักตุน-ลักลอบส่งออกน้ำมันแบบไม่ไว้หน้า เรียกได้ว่าจัดเต็มทั้งคำว่า “เลว” ทั้ง “ขายชาติ” ทั้ง “ภัยต่อความมั่นคง” ฟังแล้วเหมือนจะเอาจริงเอาจังชนิดไม่มีถอย แต่พอโดนนักข่าวซักลึกถึงมาตรการช่วยชาวบ้าน กลับกลายเป็นอีกโหมดหนึ่งทันที ตอบแบบกว้างๆ ลอยๆ เหมือนยังตั้งหลักไม่ทันล่าสุด ลงพื้นที่ตรวจราคาสินค้าในโครงการ “ไทยช่วยไทย” ที่โลตัส บางกะปิ เมื่อวันเสร์ที่ผ่านมา ก็โดนยิงคำถามเดิมซ้ำเรื่อง “ค่าการกลั่น” ตัวแปรสำคัญที่ดันราคาน้ำมันขึ้น ตอนนี้ค่ากลั่นขึ้นไปแตะระดับ 14 บาทต่อลิตรเข้าไปแล้ว แต่คำตอบที่ได้ก็ยังคงสไตล์เดิม “ใกล้สรุปแล้ว”… “กำลังเจรจาอยู่”… “ขอให้โรงกลั่นอยู่ได้ด้วย” ฟังดูแล้วเหมือนจะห่วงความรู้สึกฝั่งโรงกลั่นไม่น้อยยิ่งมีเสียงกระซิบก่อนหน้านี้ ว่าอาจลดค่าการกลั่นได้แค่ประมาณ 1 บาท แบบพอเป็นพิธี ก็ยิ่งทำให้คนเริ่มตั้งคำถามว่า สรุปแล้วกำลังเกรงใจใครกันแน่ ระหว่าง “นายทุนโรงกลั่น” กับ “ชาวบ้านที่ต้องควักเงินเติมน้ำมันทุกวัน”ที่น่าสนใจคือ ตัวเลขมันฟ้องอยู่ชัดๆ จากเมื่อ 2 ปีก่อน ค่าการกลั่นแค่ราว 1.7-2.3 บาทต่อลิตร โรงกลั่นก็ยังอยู่กันได้ แต่วันนี้พุ่งไปแตะ 13-14 บาทแล้ว กลับกลายเป็นว่า รัฐบาลยังไม่กล้าขยับแรงๆ ซะอย่างนั้นแถมกฎหมายก็มีอยู่ในมือ อย่าง พ.ร.ก.ป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันฯ ที่ให้อำนาจนายกฯสั่งการได้เต็มที่ แต่คำถามคือ “ไม่ใช้” หรือ “ไม่กล้าใช้” กันแน่!!ส่วนเรื่องกองทุนน้ำมัน ก็ยิ่งฟังแล้วยิ่งชวนถอนหายใจ เพราะแม้จะยังช่วยอุ้มราคาอยู่ลิตรละ ประมาณ 17 บาท แต่ก็มีสัญญาณชัดว่าไม่อยากแบกต่อ อ้างว่าต้องปล่อยไปตามกลไกตลาด แล้วค่อยหาวิธีอื่นช่วยประชาชนแทนฟังดูเผินๆ เหมือนมีเหตุผล แต่พอมองลึกๆ หลายคนกลับมองว่า นี่คือการเลือกทางที่ “เบาตัวรัฐบาล” มากกว่าช่วยประชาชนเต็มที่ ทั้งที่หลักการของกองทุน ก็มีไว้ใช้ยามวิกฤตแบบนี้แท้ๆยิ่งเอาไปเทียบกับรัฐบาลญี่ปุ่น ที่ยอมควักงบมหาศาลกว่า 8 แสนล้านเยน มาตรึงราคาน้ำมันเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ก็ยิ่งเห็นภาพต่างกันชัดเจน ฝั่งนั้นยอมแบกเพื่อให้ประชาชนเดินต่อได้ แต่ฝั่งนี้ดูท่าว่าจะปล่อยประชาชนเผชิญชะตากรรมด้วยตัวเองอีกประเด็นที่ชวนให้วงซุบซิบคึกคักไม่แพ้กัน คือกรณีน้ำมันหายกลางทะเล ถึง 57 ล้านลิตร และ “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน ซึ่ง “นายกฯ หนู” บอกว่าที่เงียบเพราะกลัวข่าวรั่ว ตอนนี้รู้หมดแล้ว ว่าใครทำอะไร อยู่เรือลำไหน และตามเส้นทางได้ครบภายในไม่ถึงสัปดาห์ฟังดูเหมือนหนังสืบสวนระดับบล็อกบัสเตอร์ แต่พอถามต่อว่า “แล้วจะเปิดชื่อเมื่อไหร่” กลับยังไม่มีคำตอบชัดเจน ปล่อยให้ชาวบ้านได้แต่นั่งเดากันไปว่า “ไอ้โม่ง” คือใครชาวบ้านอุตส่าห์ตั้งตาคอย เพื่อจะดูว่า “ไอ้คนเลว คนขายชาติ” ที่นายกฯหนูว่านั้น หน้าตามันเป็นยังไง!?++ เปิดโปรไฟล์ “มือปราบไซเบอร์” โฆษก ตร.คนใหม่เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติคนใหม่ให้ “บิ๊กอรรถ” พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเดิมดำรงตำแหน่งรองโฆษกฯ ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็น “โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” แทน “พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์” อดีต ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่ได้ขอเข้าร่วมโครงการเออร์ลีรีไทร์และเพื่อให้การทำงานของทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความครอบคลุมในทุกมิติ ผบ.ตร. ยังได้แต่งตั้ง ข้าราชการตำรวจระดับสูง เข้ามาร่วมเป็น “ทีมรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” อีก 5 นาย1. พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล2. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง3. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล4. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 15. พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศบทบาท และภารกิจสำคัญของทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติชุดใหม่ มุ่งเน้นการเป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างองค์กรตำรวจ กับประชาชน สื่อสารและสร้างความเข้าใจในประเด็นต่างๆ ทั้งด้านการบังคับใช้กฎหมาย การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การตรวจสอบความโปร่งใส การบูรณาการองค์ความรู้เพื่อสังคม และกิจการต่างประเทศ ตลอดจนการเป็นช่องทางสื่อสารภายในองค์กรระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับข้าราชการตำรวจทั่วประเทศพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ชื่อเล่น “อรรถ” เป็นนักเรียนเก่า สวนกุหลาบวิทยาลัย OSK รุ่น 106 เป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 30 นักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 46 จบปริญญาตรีใบที่ 2 นิติศาสตรบัณฑิต ม.สุโขทัยธรรมาธิราช และในปีเดียวกัน จบปริญญาโท สังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต สาขา สังคมสงเคราะห์ในกระบวนการยุติธรรม ม.ธรรมศาสตร์ชีวิตราชการตำรวจ เริ่มต้นด้วยตำแหน่ง รอง สว.สอบสวน สน.บางพลัด ปฏิบัติงานด้านป้องกันปราบปราม ในหลายพื้นที่ เติบโตในโรงพัก เข้าใจ “หัวใจงานตำรวจ” เคยเป็นสารวัตร และรองผู้กำกับการ ในพื้นที่สำคัญ เช่น อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ และจ.พระนครศรีอยุธยา ผ่านงานสืบสวนสอบสวน เป็น ผกก.สืบสวนสอบสวนชีวิตในเส้นทางข้าราชการตำรวจ ทำให้มีประสบการณ์รอบด้าน ผ่านหลายหน้างาน ทั้งสืบ สอบ ปราบปราม ในหลายพื้นที่ ทั้งนครบาล ภาค 1 ภาค 5 ก้าวหน้า เป็นผู้บังคับการกองทะเบียนประวัติอาชญากรจากนั้นเลื่อนขึ้นเป็น รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 โยก มาเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็น ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ หรือผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีคนที่จะได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ ต้องจัดว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ เชี่ยวชาญ เกี่ยวกับเทคโนโลยีเป็นอย่างดีเยี่ยมปัจจุบันเป็น “รองจเรตำรวจแห่งชาติ” ควบตำแหน่ง รองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (Police Cyber Taskforce – PCT) และเป็นประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ ป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ของรัฐบาล“บิ๊กอรรถ” ได้รับฉายา "มือปราบไซเบอร์" จากบทบาท หัวหน้าชุดปฏิบัติการที่ 4 ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (PCT)มีผลงานที่โดดเด่นคือ ควบคุมการสอบสวนคดีสำคัญ เช่น คดีปริญญ์ พานิชภักดิ์, ปราบปรามเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ อย่าง มาเก๊า 888, ไซต์ SAIPAY 69, และ เครือข่ายเว็บพนัน บอสตาล เป็นต้นวันนี้ “บิ๊กอรรถ” ได้รับความไว้วางใจจาก “บิ๊กต่าย” ผบ.ตร. ให้นั่งแท่นเบอร์ 1 ทีมสื่อสารองค์กรสำนักงานตำรวจแห่งชาติตามแนวทางที่เป็นมิติใหม่ขององค์กร และทันกับเทคโนโลยียุคใหม่ คือ “จริง เร็ว ชัด มีระบบ เพื่อประชาชน”website : mgronline.comfacebook : MGRonlineLivetwitter : @MGROnlineLiveinstagram : mgronlineline : MGROnlineyoutube : MGR Online VDO
นี่แหละ “หนู ปวกเปียก” กลัวโรงกลั่นอยู่ไม่ได้ เอาตัวเองง่ายเข้าว่า ชาวบ้านลำบากช่างมัน ** เปิดโปรไฟล์ “มือปราบไซเบอร์” โฆษก ตร.คนใหม่
by
Tags: