‘รมว.พลังงาน’ ไฟแรง! เรียก ‘โรงกลั่น’ ถกด่วนวันนี้ ลั่นต้องเลิกใช้ตัวเลขทิพย์

"รมว.พลังงาน" ไฟแรง! เรียก 'โรงกลั่น' ถกด่วนวันนี้ ลั่นต้องเลิกใช้ตัวเลขทิพย์กำหนดเพดานค่าการกลั่น เพราะวันนี้สถานการณ์ไม่ปกติ!!นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (รมว.พลังงาน) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ได้รายงานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีและที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ผม ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ไปดำเนินการต่อ ซึ่งแนวทางที่ คตร. นำเสนอ มีหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการเรียกโรงกลั่น หรือใช้อำนาจในฐานะคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน โดยวันนี้ (7 เม.ย.) จะเรียกประชุมทันทีในช่วงเวลา 13.00 น.รมว.พลังงานเมื่อถามว่า แนวทางที่วางไว้จะทำให้ราคาน้ำมันลดลงได้หรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า มีสองส่วน คือส่วนที่น้ำมันขึ้นเพราะราคาตลาด และอีกส่วนที่ราคาขึ้นมาเพราะในสถานะปัจจุบันที่เรานำเงินกองทุนไปแบกรับภาระ ซึ่งส่วนนี้ต้องชัดเจน เพราะเป็นการแบกรับภาระให้ราคาน้ำมันให้ถูกลงสำหรับประชาชน ไม่ใช่ไปแบกกำไรของโรงกลั่น เพราะปัจจุบันระบบบ้านเรามีการกำหนดราคาหน้าโรงกลั่น ซึ่งก่อนที่จะนำราคาไปอ้างอิงตลาดที่สิงคโปร์ เราเห็นว่าสถานการณ์ปัจจุบันมีความผันผวนแปรปรวน ราคาน้ำมันสำเร็จที่สิงคโปร์เพิ่มสูงขึ้นผิดปกติ แพงมากกว่าเรทราคาน้ำมันดิบที่ขึ้น จึงทำให้ตัวเลขที่เราเรียกว่าค่าการกลั่นสูงขึ้น เพราะในส่วนราคาอ้างอิงสิงคโปร์จะมีราคาต้นทุนน้ำมันดิบ และค่าการกลั่น จึงเห็นตัวเลขพุ่งสูงขึ้น ซึ่งใน คตร. ผมเข้าใจว่าได้มีการหารือและมีการแจ้งว่าพุ่งสูงขึ้นผิดปกติจริง ๆทั้งนี้ ในเดือนมี.ค. ที่ตัวเลขจริง โรงกลั่นจะมาอ้างว่าไม่ใช่แค่น้ำมันที่แพงขึ้น แต่น้ำมันดิบมีค่าพรีเมี่ยม เรื่องการประกันและขนส่งที่แพงขึ้น วันนี้ต้นเดือนเม.ย. เราได้เรียกต้นทุนจากทุกโรงกลั่นมาแล้ว ซึ่งต้องนำมาดูว่า เมื่อหักลบกลบหนี้เสร็จแล้ว ตัวกำไรที่เกิดจากค่าการกลั่นมีมากผิดปกติหรือไม่ ถ้ามากผิดปกติก็ทำได้สองแนวคือ ให้เอากำไรหรือผลประโยชน์ส่วนเกิน คืนกลับมาจะรูปแบบใดก็แล้วแต่ ซึ่งตนยืนยันว่ามันมีวิธี ไม่ใช่เรื่องของการบริจาคอย่างเดียว และคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานก็สามารถใช้อำนาจในการนำพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ไปกดราคาหน้าโรงกลั่นได้เลย ซึ่งอย่างน้อยที่สุดตอนนี้ก็มี 2 วิธี"ผมจะเข้ากระทรวงและจะดำเนินการตามมติ ครม. โดยการเรียกโรงกลั่นเข้ามาคุย และในช่วงบ่ายจะเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงาน (กบง.) ทันที" นายเอกนัฎ กล่าวเมื่อถามว่า จะมีการการตั้งค่าการกลั่นหรือไม่ว่าควรจะอยู่ที่เท่าไหร่ นายเอกนัฎ กล่าวว่า เราต้องมาดู ซึ่งปัจจุบันตัวเลขที่ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานกระทรวงพลังงาน (สนพ.) เป็นค่าการกลั่นในสถานการณ์ปกติ เมื่อสถานการณ์ผิดปกติก็สูงขึ้น ส่วนที่สูงขึ้นก็เนื่องมาจากวัตถุดิบ พรีเมี่ยมหรือจะเป็นค่าประกันที่แพงขึ้น เราอาจจะอนุญาตให้นำมาหักกลบลบหนี้ได้ อย่างไรก็ตาม ดูแล้วก็แพงขึ้นผิดปกติ ซึ่งในส่วนนี้ ก็ต้องเอาคืนกลับมากลับมาเมื่อถามว่า ที่บอกว่าแพงขึ้นผิดปกติ นายเอกนัฎ กล่าวว่า ผมขอให้ตัวเลขแบบนี้ว่า ค่าการกลั่นในสถานการณ์ปกติอยู่ที่ 2 บาทกว่า ซึ่งจะเห็นในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 2 บาทไม่เกิน 3 บาท แต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเฉลี่ยอยู่ที่ 7 บาท มาเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาเพียง 6 วันค่ากันกลั่น พุ่งไปประมาณ 16 – 17 บาทซึ่งถือว่าผิดปกติเมื่อถามว่า ราคาน้ำมันคืนนี้จะมีการปรับขึ้นอีกหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า เป็นการถามผิด เพราะเราชอบไปดูแต่ราคาน้ำมันดิบ สิ่งที่เป็นปัญหาวันนี้คือราคาที่หน้าโรงกลั่นที่ไม่ได้อ้างอิงราคาน้ำมันดิบ แต่อ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งส่วนนี้เป็นตัวเลขที่เป็นปัญหา และอีกส่วนคือราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นประมาณ 70 ดอลลาร์ ไปจนถึง 100 ดอลลาร์ แต่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปเช่น ดีเซล ราคาเพิ่มขึ้นจากราคา 100 กว่าดอลลาร์ ไปจนถึง 300 กว่าดลลาร์เป็นการเพิ่มขึ้นที่สูงมาก แต่ประเทศไทยนั้นมีโรงกลั่น เราไม่ได้ซื้อน้ำมันดิบ แต่เราซื้อน้ำมันสำเร็จมากลั่น ซึ่งในสถานการณ์แบบนี้โรงกลั่นต้องช่วยกัน ไม่ใช่อาศัยสถานการณ์ความแปรปรวน ทำให้น้ำมันสำเร็จรูปที่มีน้อยและผลิตออกมาน้อย ซึ่งโรงกลั่นในประเทศมี 6 โรง กลับมาบีบให้คนไทยต้องใช้น้ำมันในราคาแพง หรือหากวันนี้น้ำมันไม่แพงก็เพราะกองทุนน้ำมันมาชดเชย ซึ่งก็ยังเป็นภาระกับผู้ใช้น้ำมันอยู่ดี ดังนั้นควรมาอยู่ในสถานะที่แฟร์นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์"การที่โรงกลั่นอยู่ในประเทศไทยได้ ถือว่าเป็นสิทธิประโยชน์ส่วนหนึ่งในเวลาวิกฤต ก็ควรจะมาช่วยกัน ซึ่งตนขอให้โอกาสเขาก่อน และยืนยันว่า กบง. มีอำนาจแน่นอน ทั้งมีคำสั่งจากสำนักนายกรัฐมนตรีที่ให้อำนาจ กบง. กำหนดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นกันได้ รวมไปถึงกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ซึ่งวันนี้สามารถนำตัวเลขทุกอย่างมาพูดคุยกันได้ และนายกรัฐมนตรีได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. ในการเรียกข้อมูลทั้งหมด ดังนั้นของจริงที่เกิดขึ้น ควรที่จะนำมาพูดคุยกันว่าเป็นอย่างไร" รมว.พลังงาน กล่าวเมื่อถามว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ราคาน้ำมันจะมีการปรับลดลงหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ตามสิ่งที่ผมได้บอกว่า เราต้องแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ สิ่งที่เกิดขึ้นตามราคาตลาดเนื่องจากมีการสู้รบกันอยู่ ซึ่งไม่รู้ว่าจะยุติเมื่อไหร่ และอีกส่วนคือ กลไกการกำหนดราคาในประเทศไทยว่าสมควรหรือไม่ ซึ่งเรามีอำนาจในการกำหนด หากกลไกถูกบิดเบือนซึ่งหากไปให้กำไรกับโรงกลั่นมากเกินไป ซึ่งจะเป็นภาระกับกองทุนน้ำมันและประชาชน ต้องมีการเรียกเก็บคืนมา และมีการลดราคาหน้าโรงกลั่นและปั๊มน้ำมันลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมจะทำทันทีส่วนมีตัวเลขในใจว่าจะกดราคาน้ำมันลงเท่าไหร่นั้น นายเอกนัฏ กล่าวว่า ต้องเอาตัวเลขจริงที่เกิดขึ้น ประเทศไทยต้องเลิกใช้ตัวเลขทิพย์ หรือตัวเลขในจินตนาการ เพราะวันนี้สถานการณ์ไม่ปกติเมื่อถามว่า ที่มีข้อเสนอจากนักวิชาการบางส่วนว่า ค่าการกลั่นเพดานไม่ควรเกิน 3 บาทต่อลิตรนั้น นายเอกนัฏ กล่าวว่า เขาพูดถูกในเวลาปกติค่าการกลั่น ไม่ควรเกิน 3 บาทต่อลิตร และในเวลาไม่ปกติ ตัวเลขที่ออกมา ต้องมีการนำมาเปรียบเทียบว่า ควรเป็นเท่าไหร่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้ และผมในฐานะประธาน กบง. มีอำนาจในการกำหนดราคาหน้าโรงกลั่น หากเห็นว่ามีราคาที่สูงเกินและมีกำไรที่ไม่ควรได้ แต่วันนี้ยังให้โอกาสตามมติของคณะรัฐมนตรีที่เกิดขึ้น ในการนำตัวเลขจริงมาเปิดเผย ซึ่งเปิดโอกาสให้โรงกลั่นเข้ามา ว่าจะช่วยกันได้อย่างไรบ้างอ่านข่าวเพิ่มเติม‘อนุทิน’ ประชุม ครม.นัดพิเศษ สั่งลุยงานทันที ย้ำเอกภาพรัฐบาลนายกฯ เรียกทีมเศรษฐกิจ ถกโครงสร้างราคาน้ำมัน ก่อนชง ครม.นัดพิเศษ‘อนุทิน’ สั่งเข้มข้าราชการ WFH รับมือวิกฤตพลังงาน จากสงครามตะวันออกกลางติดตามเราได้ที่เว็บไซต์:https://www.thebangkokinsight.com/Facebook:https://www.facebook.com/TheBangkokInsightX: https://twitter.com/BangkokInsightInstagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg


Posted

in

by

Tags: