มารุต นักธุรกิจชื่อดัง เตือน! ความจริงที่เราต้องเผชิญหลังสงกรานต์

มารุต นักธุรกิจชื่อดัง เตือน ที่ยังเติมน้ำมัน ซื้อของได้ ของจริงมาหลังสงกรานต์ ขอรัฐบาลอย่าอุ้มราคาอย่างเดียว ต้องพูดความจริงด้วยผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า มารุต ชุ่มขุนทด เจ้าของร้านกาแฟชื่อดัง และ อดีตผู้สมัคร นายกอบจ.นครราชสีมา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าสงกรานต์นี้รัฐพยายามประคองแต่หลังสงกรานต์นี้คือสิ่งที่พวกเราต้องเผชิญการออกมาพูดไม่ได้เพื่อทำให้ใครกลัวแต่ผมมาพูดเพื่อทำให้คนไทย “รู้ทัน”เพราะเวลานี้ สิ่งที่อันตรายที่สุด ไม่ใช่แค่น้ำมันแพงแต่อันตรายที่สุดคือ การที่ประเทศกำลังเจอวิกฤติแต่ประชาชนยังไม่ถูกบอกความจริงมากพอวันนี้หลายคนยังรู้สึกว่า ชีวิตก็ยังพอไปได้ยังมีน้ำมันเติมได้ยังซื้อของได้ยังเดินทางได้ เอารถกลับสงกรานต์ยังแน่นถนนแต่ผมอยากให้ทุกคนมองลึกกว่าราคาที่เห็นอยู่ตรงหน้าเพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ราคาน้ำมันในปั๊มแต่มันคือ “ต้นทุนทั้งระบบ” ที่กำลังค่อย ๆ ไหลเข้ามาในชีวิตประจำวันของเราวิกฤติที่ช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยครับเพราะเส้นทางนี้เกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันและก๊าซราว 20% ของโลก เหลือ 20% นี้คือประเทศในเอเชียเกือบ 100%และแม้จะมีสัญญาณคลี่คลายบางช่วง แต่การเดินเรือยังติดขัดจากผลของความขัดแย้งที่ผ่านมา ทำให้ตลาดพลังงานยังเปราะบาง และเอเชียยังเป็นภูมิภาคที่รับแรงกระแทกหนัก. เมื่อพลังงานสะดุดค่าขนส่งก็สะดุดเม็ดพลาสติกก็แพงขึ้นบรรจุภัณฑ์ก็แพงขึ้นต้นทุนโรงงานก็แพงขึ้นสุดท้ายราคาสินค้าทั้งระบบก็ขยับขึ้นไม่ช้าก็เร็วของจะขายไม่ได้ ค้าขายจะสะดุดวันนี้ผู้ประกอบการไทยหลายรายเริ่มพูดตรงกันแล้วว่า เม็ดพลาสติกและเรซินขยับขึ้นแรง บางรายระบุว่าราคาในประเทศขึ้น 30-40% ภายในไม่กี่สัปดาห์ และซัพพลายเออร์บางส่วนรับออเดอร์ได้แค่ถึงเดือนเมษายนเท่านั้น ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมเตือนถึงความเสี่ยงเรื่องต้นทุนพุ่งและบรรจุภัณฑ์ตึงตัวแปลเป็นภาษาชาวบ้านก็คืออะไรครับแปลว่าของที่ท่านซื้อวันนี้ อาจยังราคาเท่าเดิมแต่ปริมาณน้อยลงซองเล็กลงชิ้นน้อยลงขวดบางลงแพ็กเกจเรียบลงนี่คือความแพงที่ไม่ตะโกนแต่มันกัดกินเงินในกระเป๋าของประชาชนทุกวันราคาอาจยังไม่ขยับบนป้ายแต่ของในมือเราลดลงแล้วนี่แหละครับคือความจริงที่ประชาชนกำลังเจอและหลังสงกรานต์นี้ ภาพนี้จะยิ่งชัดขึ้นเพราะช่วงสงกรานต์ รัฐยังใช้มาตรการตรึงและพยุงหลายอย่างไว้ก่อน ทั้งการตรึงค่าโดยสารช่วงเดินทางและเงินช่วยต้นทุนน้ำมันภาคขนส่งเป็นเวลา 42 วัน แต่ในอีกด้านหนึ่ง รัฐเองก็ประกาศแล้วว่ามาตรการประหยัดพลังงานเพิ่มเติมจะเริ่มหลังวันที่ 20 เมษายน เช่น การจำกัดการขายน้ำมันบางช่วงเวลาในตอนกลางคืน. นั่นหมายความว่าอะไรนั่นหมายความว่าช่วงสงกรานต์นี้ ประเทศกำลัง “ประคอง”แต่หลังสงกรานต์ ประเทศต้อง “เผชิญ”เมื่อพี่น้องกลับจากบ้านกลับจากต่างจังหวัดกลับเข้ากรุงเทพฯกลับเข้าโรงงานกลับเข้าสำนักงานกลับเข้าสู่ชีวิตจริงสิ่งที่รออยู่ ไม่ใช่แค่ความเหนื่อยจากการเดินทางแต่คือบิลค่าใช้จ่ายที่กำลังจะหนักขึ้นค่าเดินทางจะแพงขึ้นอาหารนอกบ้านจะแพงขึ้นของใช้ประจำวันจะแพงขึ้นหรือไม่ก็ราคาเท่าเดิม แต่ได้น้อยลงนี่คือความจริงที่กำลังคืบเข้ามาเงียบ ๆผมเข้าใจนะครับว่า รัฐบาลต้องการช่วยประชาชนการอุ้มในระยะสั้นมีความจำเป็นแต่การอุ้มอย่างเดียว โดยไม่พูดความจริงเลยคือการทำให้ประชาชนไม่ทันตั้งตัวผมไม่ได้บอกให้หยุดช่วยแต่ผมกำลังบอกว่าช่วยอย่างเดียวไม่พอต้อง “เตือน” ด้วยต้อง “บอกความจริง” ด้วยต้อง “ชวนทั้งประเทศปรับตัว” ด้วยเพราะงบประมาณของรัฐไม่ใช่บ่อน้ำที่ไม่มีวันแห้งการตรึงราคาไม่ใช่เวทมนตร์และการซ่อนต้นทุนไว้ใต้พรมไม่ได้แปลว่าต้นทุนนั้นหายไปวันหนึ่ง เมื่อรัฐอุ้มไม่ไหวต้นทุนทั้งหมดจะไหลกลับมาหาประชาชนพร้อมกันวันนั้นจะไม่ใช่แค่น้ำมันแพงแต่จะเป็นกับข้าวแพงค่าเดินทางแพงค่าแพ็กเกจจิ้งแพงค่าผลิตแพงค่าครองชีพทั้งระบบแพงและคนที่เจ็บที่สุดไม่ใช่คนตัวใหญ่แต่คือคนหาเช้ากินค่ำคือแรงงานคือพ่อค้าแม่ค้าคือครอบครัวที่เงินเดือนยังเท่าเดิมแต่รายจ่ายโตเร็วกว่ารายได้ประเทศที่รับมือวิกฤติได้ ไม่ใช่ประเทศที่ทำให้ประชาชน “ไม่รู้สึกอะไร”แต่คือประเทศที่ทำให้ประชาชน “รู้ตัวเร็ว” และ “ปรับตัวทัน”ผู้นำที่แท้จริง ไม่ได้มีหน้าที่พูดแต่สิ่งที่คนอยากฟังผู้นำที่แท้จริง ต้องกล้าพูดสิ่งที่คนจำเป็นต้องรู้ต้องกล้าบอกว่าจากนี้ประหยัดพลังงานให้มากขึ้น โอเควางแผนการใช้เงินให้รอบคอบขึ้นหุงข้าวกินเองมากขึ้นทำกับข้าวกินเองมากขึ้นลดรายจ่ายฟุ่มเฟือยลงลดการพึ่งพาความสะดวกที่สิ้นเปลืองลงนี่ไม่ใช่การถอยหลังแต่นี่คือการเอาตัวรอดอย่างมีสติในหลายประเทศ เมื่อเจอวิกฤติ เขาลดความฟุ่มเฟือยในระบบทันทีลดแพ็กเกจที่ไม่จำเป็นลดฟังก์ชันการตลาดที่ไม่จำเป็นใช้วัสดุให้น้อยที่สุดเพราะในยามวิกฤติ หน้าที่ของระบบเศรษฐกิจไม่ใช่การสร้างภาพแต่คือการพาคนทั้งประเทศรอดไปด้วยกันแต่ถ้ารัฐยังทำให้คนเข้าใจว่า ทุกอย่างยังปกติยังใช้จ่ายเหมือนเดิมยังใช้พลังงานเหมือนเดิมยังดำเนินชีวิตเหมือนเดิมเรากำลังพาทั้งประเทศเดินเข้าหาวิกฤติแบบไม่รู้ตัวและสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่วิกฤติพลังงานแต่คือวิกฤติความจริงเพราะเมื่อผู้นำไม่พูดความจริงประชาชนก็ไม่มีโอกาสเตรียมตัวเมื่อประชาชนไม่ทันเตรียมตัวครัวเรือนก็อ่อนแอธุรกิจก็ตั้งรับไม่ทันสังคมก็รับแรงกระแทกเต็ม ๆผมจึงอยากเรียกร้องอย่างตรงไปตรงมารัฐบาลต้องเลิกทำเหมือนกำลังซื้อเวลาแล้วทุกอย่างจะดีเองรัฐบาลต้องเลิกคิดว่าแค่ตรึงราคาแล้วประชาชนจะปลอดภัยรัฐบาลต้องกล้าพูดให้ชัดว่า หลังสงกรานต์นี้ คนไทยกำลังจะเจออะไรอะไรจะขยับอะไรจะตึงอะไรต้องระวังและเราทุกคนต้องปรับตัวยังไงเพราะประชาชนไทยไม่ได้อ่อนแอเกินกว่าจะรับความจริงแต่ประชาชนไทยกำลังถูกทำให้ไม่เห็นความจริงและนั่นต่างหาก คือความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของการบริหารประเทศในเวลานี้ในยามปกติ ผู้นำอาจสร้างความหวังด้วยคำพูดสวยหรูแต่ในยามวิกฤติ ผู้นำต้องสร้างความอยู่รอดด้วยความจริงความจริงอาจไม่เพราะแต่ความจริงช่วยให้คนรอดความจริงอาจไม่ทำให้คนปรบมือทันทีแต่ความจริงทำให้ครอบครัวไทยตั้งหลักได้และถ้าเราจะผ่านวิกฤตินี้ไปได้เราจะผ่านไปได้ไม่ใช่ด้วยการหลอกกันว่าไม่มีปัญหาแต่ด้วยการยอมรับปัญหา แล้วร่วมกันปรับตัวตั้งแต่วันนี้ถ้าไม่เริ่มพูดวันนี้วันหน้าความจริงจะพูดแทนเราและวันนั้น ประชาชนจะเป็นคนจ่ายราคาแพงที่สุดขอบคุณครับมารุต#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS


Posted

in

by

Tags: