คดีสากกะเบือทุบหัวบานปลายหนัก กู้ภัยถูกตีเจ็บ 5-รถเจ้าหน้าที่พังยับ

ญาติและกลุ่มเพื่อน หนุ่มวัย 26 ถูกช่างตัดผมใช้สากกะเบือทุบหัวเสียชีวิต ปิดล้อมโรงพักปากเกร็ด เตรียมรุมประชาทัณฑ์ กู้ภัยเข้าไประงับเหตุบานปลายหนัก ถูกทำร้ายเจ็บ 5 ราย รถเจ้าหน้าที่ถูกตีพังยับ ด้าน จากกรณี นายฐิติ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ถูกนายจีราวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี เจ้าของร้านตัดผม ใช้สากกะเบือทุบหัวเสียชีวิต ภายในร้านตัดผมชายแห่งหนึ่ง ซอยอัมพรไพศาล 18 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยนายจีราวัฒน์ อ้างว่าผู้ตายได้ขอยืมเงินจำนวน 2 หมื่นบาท แต่ไม่มีให้ ทำให้ผู้ตายหยิบอาวุธมีดจะเข้ามาแทงตนเอง จึงใช้สากกะเบือทุบไปที่ศีรษะจนเสียชีวิต ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ทางญาติและเพื่อนผู้เสียชีวิตจำนวนมากได้เดินทางมาที่โรงพัก หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำ จนทำให้เกิดความชุลมุนวุ่นวาย เนื่องจากทางญาติและเพื่อนผู้เสียชีวิต พยายามจะเข้าไปรุมประชาทัณฑ์ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครกู้ภัย ต้องเข้าไประงับเหตุ จนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวต่อมาเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง และร่วมกตัญญู กว่า 5 คน ได้เดินทางเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวน หลังเข้าระงับเหตุความวุ่นวาย โดยระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ได้รับบาดเจ็บจากการถูกขว้างปาขวดเบียร์ รวมถึงถูกลูกหลงทั้งการถูกต่อย อีกทั้งรถกู้ภัยยังได้รับความเสียหาย กระจกรถแตกจำนวน 1 บาน จากเหตุการณ์ดังกล่าวภายหลังจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยลงบันทึกประจำวันแล้วเสร็จ กลุ่มเพื่อนของผู้เสียชีวิตได้เข้ามาพูดคุยและแสดงความขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ระหว่างการเจรจาได้มีผู้คนทยอยเข้ามาสมทบจนแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือฝั่งเจ้าหน้าที่กู้ภัย และฝั่งเพื่อนของผู้เสียชีวิต ก่อนที่บรรยากาศจะเริ่มตึงเครียดอีกครั้ง และมีปากเสียงกันเล็กน้อย เนื่องจากความไม่เข้าใจกันล่าสุดพ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุการณ์ ได้เข้ามาเป็นคนกลางในการเจรจา ระงับสถานการณ์ไม่ให้บานปลาย โดยใช้เวลาพูดคุยประมาณ 30 นาที จนทั้งสองฝ่ายสามารถทำความเข้าใจกันได้ และมีการกล่าวขอโทษต่อกัน เนื่องจากเป็นเหตุเข้าใจผิด พร้อมนัดหมายเจรจาอีกครั้งในประเด็นความเสียหาย ทั้งเรื่องการทำร้ายร่างกาย และทรัพย์สินเบื้องต้น พ.ต.อ.อดิเรก ยืนยันว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายอย่างเต็มที่ ก่อนที่สถานการณ์จะคลี่คลายลง บรรยากาศกลับสู่ความสงบ และทั้งสองฝ่ายได้แยกย้ายกันเดินทางกลับ โดยไม่มีเหตุรุนแรงเพิ่มเติม.


Posted

in

by

Tags: