เจาะลึกพฤติกรรมบนโลกโซเชียลและประวัติศาสตร์ความเกรียนที่ทำให้ แฟนบอลอาร์เซน่อล ถูกจับตามองเขาว่ากันว่าความเกลียดชังมักจะเป็นเงาตามตัวของความสำเร็จเราเห็นมันเกิดขึ้นกับยุคสมัยของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด หรือการก้าวขึ้นมาครองความยิ่งใหญ่ของ แมนฯ ซิตี้แต่ในปัจจุบัน มีปรากฏการณ์หนึ่งที่ดูจะ "ย้อนแย้ง" และน่าสนใจกว่านั้นเมื่อทีมที่ห่างหายจากแชมป์ลีกมานานกว่า 20 ปีอย่าง "อาร์เซน่อล" กลับก้าวขึ้นมาครองตำแหน่ง "ทีมที่แฟนบอลเกลียดที่สุด" จากผลสำรวจล่าสุดหากมองเพียงผิวเผิน เราอาจสรุปง่าย ๆ ว่าเป็นเพราะพวกเขา "กลับมาเก่ง" จนเป็นภัยคุกคามแต่หากวิเคราะห์ดูดี ๆ เราจะพบว่ารากเหง้าของความเกลียดชังนี้มีมิติที่ซับซ้อน ทั้งในเชิงจิตวิทยา ประวัติศาสตร์ และพฤติกรรมบนโลกดิจิทัลติดตามเรื่องนี้ไปพร้อมกันกับ Siamsportความมั่นใจที่ (คนอื่นมองว่า) ไร้ที่มา หนึ่งในเหตุผลหลักที่ถูกยกขึ้นมาบ่อยที่สุดคือ "Main Character Syndrome"อธิบายง่าย ๆ คือ อาการคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกของเรื่อง จนแฟนทีมคู่แข่งมักตั้งคำถามว่า ความมั่นใจและท่าทางที่ดู "ยโส" ของกูนเนอร์สนั้นมาจากไหน?ในเมื่อตู้โชว์แชมป์ พรีเมียร์ลีก ของพวกเขาเริ่มจะมีฝุ่นเกาะมานานถึงสองทศวรรษขณะที่แฟน ลิเวอร์พูล หรือ แมนฯ ยูไนเต็ด มักจะอ้างอิงความภูมิใจจากความสำเร็จล่าสุดหรือประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้แต่ แฟนอาร์เซน่อล กลับมี "The Invincibles Shadow" หรือเงาของชุดแชมป์ไร้พ่ายปี 2003/04 เป็นมาตรฐานถาวรพวกเขาไม่ได้แค่ต้องการชนะ แต่ต้องชนะด้วย "คลาส" และความเหนือกว่า ซึ่งในสายตาคนนอก สิ่งนี้ถูกตีความเป็นความเย่อหยิ่งที่ยังไม่ได้พิสูจน์ด้วยความสำเร็จในปัจจุบันโซเชียลมีเดียกลายเป็นสนามรบ เราไม่อาจปฏิเสธบทบาทของ "Arsenal Twitter" ในเรื่องนี้ได้ผลวิจัยจาก Brandwatch ระบุว่า อาร์เซน่อล มี "Negative Sentiment" หรือกระแสเชิงลบสูงถึง 43% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในลีกพลังของกลุ่มแฟนบอลออนไลน์ที่มักจะรวมตัวกันแบบ "ฝูงแตน" เข้าถล่มโพลล์ต่าง ๆ หรือการเข้าไปตอบโต้อย่างดุเดือดเมื่อทีมรักถูกวิจารณ์ ทำให้พวกเขากลายเป็นเป้าสายตาจากยุคที่คนหัวเราะเยาะความล้มเหลวผ่านช่อง AFTV ในฐานะ "Banter Club"วันนี้อารมณ์เหล่านั้นเปลี่ยนเป็นการระดมพลปกป้องทีมและ มิเกล อาร์เตต้า อย่างสุดตัวการฉลองชัยชนะแต่ละนัดราวกับได้แชมป์โลก (ที่ทำให้ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ถึงกับควันออกหู) กลายเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่มองว่าพวกเขากำลัง "เล่นใหญ่" เกินเบอร์จาก "ทีมนางเอก" สู่ "จอมขมังเวทย์แห่งศาสตร์มืด" อีกจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของทีมภายใต้การคุมทัพของ อาร์เตต้าอาร์เซน่อล ยุคก่อน (โดยเฉพาะในยุค อาร์แซน เวนเกอร์) มักจะถูกมองว่าเป็นทีม "บอลสวยงาม" ที่มักจะถูกบูลลี่ว่าอ่อนแอและไม่มีกระดูกสันหลังแต่ในวันนี้ อาร์เซน่อล กลายเป็นทีมที่ใช้ "Dark Arts" (ศาสตร์มืด) ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดทีมหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการดึงเวลา, การใช้นักเตะแกล้งเจ็บเพื่อทำลายจังหวะ, หรือการกดดันผู้ตัดสินความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้แฟนคู่แข่งรู้สึก "หมั่นไส้" เพราะในอดีต อาร์เซน่อล มักจะเป็นทีมที่ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมและฟุตบอลที่สะอาดแต่ตอนนี้พวกเขากลายเป็น "วายร้าย" ที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อผลชนะเสียเองท้ายที่สุดแล้ว ความเกลียดชังที่มีต่อ อาร์เซน่อล อาจเป็น "คำชม" ที่ซ่อนอยู่ในรูปของคำด่าเพราะนั่นหมายความว่าพวกเขากลับมามีตัวตนและสร้างความหวั่นเกรงให้กับคู่แข่งอีกครั้งจากทีมที่เคยถูกมองว่าน่าเวทนาและเป็นตัวตลกในหน้าอินเทอร์เน็ตวันนี้พวกเขากลายเป็นทีมที่ไม่มีใครอยากเจอ และมีฐานแฟนบอลที่เสียงดังที่สุดในโลกดิจิทัล…
ไขข้อสงสัย : ทำไมแฟนบอลอังกฤษหลายทีมไม่ชอบแฟนบอลอาร์เซน่อล?
by
Tags: