อดีตลูกจ้าง สงสารลูกค้า แจ้งสสจ. เจ้าของคลินิกความงาม ไม่ใช่หมอ แต่ฉีด-ผ่า เอง สั่งปิดยังกลับมาเปิด

อดีตลูกจ้าง สงสารลูกค้า แจ้งสสจ. เจ้าของคลินิกความงาม ไม่ใช่หมอ แต่ฉีด-ผ่า เอง สั่งปิดยังกลับมาเปิดอีกเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 เมษายน ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี และ น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี ชาวอุดรธานี อดีตพนักงานคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี ว่าเจ้าของคลินิกเสริมความงาม ลงมือฉีดและผ่าเสริมความงามให้ลูกค้าเอง ทั้งที่ไม่ได้เป็นแพทย์ และไม่จ้างแพทย์เฉพาะทางเข้ามาให้บริการลูกค้า ด้วยความเป็นห่วงลูกค้า จึงได้ร้องเรียนไปที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแล้ว แต่ทำแค่เพียงโทษปรับเท่านั้น โดยมีหลักฐานเป็นคลิปและภาพถ่ายขณะเจ้าของคลินิกผ่าตัดเสริมความงามให้ลูกค้า มาเป็นหลักฐานน.ส.เอเล่าว่า ตนทำงานเมื่อปี 68 โดยไม่ทราบว่าเจ้าของคลินิกนั้นไม่ใช่หมอ เพราะตนเห็นเจ้าของคลินิกฉีดฟิลเลอร์ ร้อยไหม ผ่าตัดเสริมจมูกให้กับลูกค้าด้วยตัวเอง กระทั่งมีเพื่อนพนักงานในคลินิกบอกตนว่า เจ้าของคลินิกไม่ได้จบหมอ แต่เรียนจบบัญชี เคยทำงานแบงก์ และเคยมีแฟนเป็นหมอเสริมความงาม ทำให้ตนรู้สึกตกใจ และห่วงความปลอดภัยของลูกค้า เพราะตนเป็นพนักงานในคลินิก ทั้งยังเป็นลูกมือให้ด้วย เป็นทั้งแผนกส่งเสริมการตลาด ขายคอร์สความงามให้ลูกค้า นอกจากจะได้รับเงินเดือนแล้ว ยังมีเงินคอมมิชชั่นให้กรณีที่ขายคอร์สราคาแพงก็จะได้ค่าคอมมิชชั่นที่สูงขึ้นตามทั้งนี้ พอตนรู้ว่าเจ้าของคลินิกไม่ได้เรียนจบหมอ ไม่ได้เป็นหมอจริง แต่กล้าเสริมความงามให้ลูกค้าโดยไม่มีหมอจริงควบคุมดูแล ใบอนุญาตให้การเปิดคลินิกก็ไปเช่ามาจากหมอที่เปิดคลินิกเสริมความงามจริง เคสใหญ่ๆ ก็จะมีการจ้างหมอมาผ่าตัด แต่พอเคสฉีดหน้าใส ฉีดฟิลเลอร์ ร้อยไหม ผ่าตัดจมูกเอาซิลิโคนออก ก็จะไม่จ้างหมอมาบริการลูกค้า แต่ลงมือทำให้ลูกค้าเอง โดยอ้างว่าไม่อยากเสียเงินจ้างหมอเพราะต้องใช้เงิน บางครั้งพอมีหมอมาฉีดให้ลูกค้า เขาก็สอนหมอให้ทำแบบนั้นแบบนี้ อยากให้เป็นไปตามที่ต้องการน.ส.เอเล่าต่อไปว่า ตนรู้สึกสงสารลูกค้าที่เข้ามาซื้อคอร์สเสริมความงามที่คลินิก มีบางเคสที่ฉีดยาชาแต่ฉีดไม่ถูกจุด ทำให้ลูกค้ารู้สึกเจ็บแต่เขาก็ดุลูกค้า ตนจึงเก็บหลักฐานเป็นคลิป ภาพถ่าย ขณะที่เจ้าของคลินิกผ่าตัดซิลิโคนให้ลูกค้า กระทั่งตนลาออกจากคลินิก เพราะกลัวว่าหากมีการดำเนินคดีจะติดร่างแหไปด้วย จึงได้นำหลักฐานไปร้องเรียนที่สำนักงานสาธารณสุข“เช้าวันนี้เจ้าหน้าที่ สสจ.ได้โทรศัพท์มาแจ้งว่า สั่งปรับคลินิกดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว เห็นว่ามีการสั่งปิดด้วย แต่คลินิกปิดแค่ 3-4 วันก็กลับมาเปิดอีก รู้สึกไม่ยุติธรรม ควรสั่งปิดถาวรไปเลย เพราะเจ้าของคลินิกฉีดหน้าให้ลูกค้า บางรายได้ไม่ตรงปกก็ไม่มีการเยียวยา หนักกว่านั้นมีการผ่าซิลิโคนออกจากจมูก ความปลอดภัยของลูกค้าอยู่ที่ไหน”ส่วน น.ส.บี อดีตพนักงานคลินิก เล่าว่า เจ้าของคลินิกคิดว่าตนกับ น.ส.เอ สนิทกัน จึงกลัวตนเอาข้อมูลในคลินิกไปให้ น.ส.เอ ในลักษณะร่วมมือกันไปร้องเรียน สสจ. ซึ่ง สสจ.มีคำสั่งให้หลังจากปิดคลินิก ก็ปิดแค่ 3-4 วัน แล้วก็กลับมาเปิดอีก แต่ไม่เรียกให้ตนกลับไปทำงาน ซึ่งตลอดเวลาที่ทำงานในคลินิก ตนเห็นเจ้าของคลินิกฉีดฟิลเลอร์เองตลอด ส่วน น.ส.เอเห็นผ่าตัดจมูกเอาซิลิโคนออกให้ลูกค้า สาเหตุที่หมอหญิงลงมือทำเองเพราะว่าเป็นบางช่วงที่ไม่จ่ายเงินหมอ จึงต้องฉีดเอง ยืนยันว่าตนไม่เคยทะเลาะกับเจ้าของคลินิกเลย ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว แต่รู้สึกว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องจริงๆ เลยมาให้ข้อมูลอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อดีตลูกจ้าง สงสารลูกค้า แจ้งสสจ. เจ้าของคลินิกความงาม ไม่ใช่หมอ แต่ฉีด-ผ่า เอง สั่งปิดยังกลับมาเปิดติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่– Website : https://www.matichon.co.th


Posted

in

by

Tags: