สหรัฐฯ เตรียมออกกฎ บังคับค่ายมือถือเช็กตัวตนเข้มขึ้น หวังลด Spam Call ลง

หน่วยงาน FCC ได้ออกกฏเรื่อให้ค่ายมือถือเริ่มเช็กเกี่ยวกับการยื่นยันตัวเพื่อหวังจะลด Spam Callแม้ปัจจุบันทั้ง Android และ iPhone จะมีระบบแจ้งเตือนสาย Spam หรือสายมิจฉาชีพแล้ว แต่ปัญหา “โทรป่วน” ก็ยังไม่หายไปจากชีวิตประจำวันของผู้ใช้งานทั่วโลก ล่าสุด FCC หรือคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ เตรียมเดินหน้าแก้ปัญหาที่ “ต้นตอ” ด้วยการออกกฎใหม่ให้ค่ายมือถือ ตรวจสอบตัวตนผู้ใช้งานเข้มงวดยิ่งขึ้นสมัครเบอร์ใหม่ อาจต้องยืนยันตัวตนมากกว่าเดิมFCC กำลังเปิดรับความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรการ KYC (Know Your Customer) เวอร์ชันใหม่ ที่อาจบังคับให้ผู้สมัครเบอร์มือถือใหม่ หรือผู้ต่ออายุบริการ ต้องยืนยันตัวตนละเอียดขึ้นข้อมูลที่อาจต้องใช้ ได้แก่ชื่อ-นามสกุลจริงที่อยู่บัตรประชาชนหรือเอกสารราชการเบอร์ติดต่อสำรองเป้าหมายคือป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพเปิดเบอร์ใหม่ได้ง่ายเหมือนที่ผ่านมาค่ายมือถืออาจโดนลงโทษ หากปล่อย Spam หลุดFCC ยังเตรียมเพิ่มบทลงโทษกับผู้ให้บริการเครือข่าย หากปล่อยให้มีสายผิดกฎหมายหรือ Spam Call ผ่านเข้ามาในระบบจำนวนมาก โดยจะพิจารณาตาม “ความเสียหาย” ที่เกิดขึ้นจริงกับผู้ใช้งาน เพื่อกดดันให้ค่ายมือถือเข้มงวดกับการตรวจสอบลูกค้ามากขึ้นที่ผ่านมา FCC มีกฎให้ค่ายมือถือรู้จักและตรวจสอบลูกค้าของตัวเองอยู่แล้ว รวมถึงต้องตัดบริการผู้ที่ใช้เครือข่ายทำผิดกฎหมาย แต่ปัญหาคือหลายค่ายยังปล่อยผ่าน ทำให้ Spam Call และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยังสามารถใช้งานเครือข่ายได้ต่อเนื่องไม่ใช่แค่บล็อก แต่ต้อง “รู้ว่าใครโทรมา”FCC มองว่าการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่บล็อกสาย Spam แต่ต้องทำให้ผู้ใช้ “รู้ว่าใครโทรมา” ตั้งแต่แรกหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญคือ STIR/SHAKEN ระบบยืนยันตัวตนเบอร์โทร ที่ช่วยลดการปลอมแปลงหมายเลขโทรศัพท์fcc-2Google ก็ใช้ AI สู้ Spam Callฝั่ง Google เองก็พยายามแก้ปัญหานี้มาหลายปี โดยเฉพาะบน Android ที่มีฟีเจอร์แจ้งเตือน Spam CallAI Call Screeningระบบตรวจจับเบอร์ต้องสงสัยแต่ถึงจะมี AI ช่วย ปัญหาสายมิจฉาชีพก็ยังไม่หมดไป เพราะต้นตอจริง ๆ คือการเข้าถึงเบอร์โทรได้ง่ายเกินไปอย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยเองก็เริ่มเข้มงวดกับการลงทะเบียนซิม และมีมาตรการจัดการแก๊งคอลเซ็นเตอร์มากขึ้น แต่ในเวลานี้ต้องบอกว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าคือ มิจฉาชีพมักจะใช้เทคโนโลยี AI และระบบโทรอัตโนมัติ การยกระดับมาตรฐาน KYC อาจกลายเป็นสิ่งจำเป็นในอนาคต


Posted

in

by

Tags: