จากกรณี โทน บางแค เซียนพระชื่อดัง เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ บิ๊กเต่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. โดยอ้างว่าถูกข่มขู่ให้ชำระหนี้กว่า 300 ล้านบาท ขณะที่บิ๊กเต่าโต้กลับว่าเป็นเพียงคนกลางช่วยเจรจาหนี้ และเปิดเผยถึงขบวนการโกงพระเครื่องมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาทจากกรณี โทน บางแค เซียนพระชื่อดัง เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ บิ๊กเต่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. โดยอ้างว่าถูกข่มขู่ให้ชำระหนี้กว่า 300 ล้านบาท ขณะที่บิ๊กเต่าโต้กลับว่าเป็นเพียงคนกลางช่วยเจรจาหนี้ และเปิดเผยถึงขบวนการโกงพระเครื่องมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาทล่าสุด 6 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม นางสาวดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ หรือ มาดามเก่ง พร้อมด้วยทนายความ และนายกอุ๊ วัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ เซียนพระ ออกมาแถลงชี้แจงกรณีดังกล่าว โดยมาดามเก่งได้ยกมือไหว้พร้อมร่ำไห้ ขอโทษ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ที่ทำให้ได้รับผลกระทบ พร้อมยืนยันว่าไม่มีการข่มขู่ และบิ๊กเต่าไม่เคยรับเงินแม้แต่บาทเดียวมาดามเก่งระบุว่า ไม่ต้องการให้เรื่องบานปลาย และเชื่อว่าทุกอย่างสามารถเจรจาได้ โดยย้ำว่าความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวสำหรับไทม์ไลน์ความสัมพันธ์กับโทน บางแค เริ่มขึ้นในปี 2565 จากการที่มาดามเก่งต้องการขายรถเบนท์ลีย์ มูลค่า 35 ล้านบาท ผ่านคนกลางที่แนะนำให้รู้จักกัน ก่อนจะมีการทำธุรกรรมด้วยเช็ค 10 ใบ ใบละ 3.5 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขชำระเงินภายใน 10 เดือน แต่เมื่อครบกำหนดพบว่าเช็คบางส่วนไม่สามารถขึ้นเงินได้หลังจากนั้นยังมีการซื้อขายสินค้าหรูและทำธุรกรรมต่อเนื่อง กระทั่งโทน บางแค ได้ขอยืมเงิน 100 ล้านบาท อ้างว่าจะนำไปลงทุนผลิตกล้องส่องพระ โดยมีการนำอสังหาริมทรัพย์มาค้ำประกันในมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท แต่ภายหลังประเมินได้เพียงประมาณ 60 ล้านบาท และมีการทำสัญญาจำนองอย่างชัดเจนต่อมาโทน บางแค อ้างว่าสินค้าที่ผลิตสามารถขายได้หมดแล้ว และเสนอขายให้มาดามเก่งในราคาสูงกว่าต้นทุนอย่างมาก ทำให้เริ่มเกิดความไม่สบายใจ แต่ยังคงมีการติดต่อและทำธุรกรรมกันต่อภายหลังมีการรวมยอดหนี้เป็น 2 ก้อน คือ 120 ล้านบาท และ 180 ล้านบาท โดยโทน บางแค ได้นำพระพุทธรูปจำนวน 152 องค์ มาเป็นหลักประกัน พร้อมอ้างว่ามีมูลค่า 400-500 ล้านบาท แต่เมื่อมาดามเก่งนำไปตีราคา กลับพบว่ามีมูลค่าเพียง 35-40 ล้านบาทนอกจากนี้ ในส่วนของเงิน 180 ล้านบาท มีการทำสัญญาผ่อนชำระถึงปี 2573 โดยออกเช็คงวดละ 5.5 ล้านบาท แต่เมื่อถึงเวลานำเช็คไปขึ้นเงิน กลับไม่สามารถดำเนินการได้ ส่งผลให้มาดามเก่งประสบปัญหาสภาพคล่องและเกิดความเครียดอย่างหนักต่อมาเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2568 มาดามเก่งได้มอบหมายให้ทีมงานเข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม แต่คดีไม่คืบหน้า ก่อนจะมีความพยายามนัดเจรจาหลายครั้ง โดยผ่านตัวกลาง กระทั่งวันที่ 17 เมษายน 2569 มีการนัดเจรจาร่วมกัน โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 8 คน ซึ่งมาดามเก่งยืนยันว่าไม่มีการข่มขู่ และเป็นเพียงการพูดคุยเพื่อหาทางออกอย่างไรก็ตาม ในการนัดเจรจาครั้งถัดไปวันที่ 24 เมษายน โทน บางแค ไม่ได้เดินทางมาเอง แต่ส่งทนายมาแทน และภายหลังได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงแจ้งความมาดามเก่งและบิ๊กเต่า รวม 5 คน ซึ่งมาดามเก่งระบุว่าเป็นสิทธิ์ของอีกฝ่าย และไม่กังวลต่อการดำเนินคดีด้านนายเชษฐพล โกวิทวาณิชย์ หรือทนายโต ระบุว่า คดีนี้อาจเกี่ยวข้องกับบุคคลรวม 7 คน และอยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายขบวนการหรือไม่ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีการยืมมือตำรวจเพื่อทวงหนี้ แต่เป็นการดำเนินการตามกฎหมายในฐานะผู้เสียหายจากการฉ้อโกงทั้งนี้ มูลค่าความเสียหายตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบันรวมกว่า 600 ล้านบาท แม้จะมีการชดใช้บางส่วนแล้ว แต่ยังคงเหลือยอดหนี้ประมาณ 300 ล้านบาท โดยย้ำว่ามาดามเก่งต้องการเพียงเงินคืนเท่านั้นขณะที่นายอุ๊ กรุงสยาม เพื่อนสนิทของมาดามเก่ง ระบุว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มจากข้อพิพาทระหว่างทั้งสองฝ่าย ก่อนจะมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อตรวจสอบว่ามีความผิดในลักษณะขบวนการฉ้อโกงหรือไม่ต่อไปอ่านข่าวเพิ่มเติมไม่ธรรมดา! รู้จัก มาดามเก่ง นักธุรกิจหญิงพันล้าน สู่มหากาพย์หนี้สะเทือนวงการ ช็อกวงการ! ดาราเรียลลิตี้ดัง จบชีวิตตัวเองดับสลด ไม่ธรรมดา! เปิดประวัติ บูม จักรเพชร จากเด็กเกเรสู่เซียนพระชื่อดัง
ดราม่าพลิก! มาดามเก่ง ร่ำไห้ขอโทษทั้งน้ำตา ปมคดีทวงหนี้เซียนพระ ทำบิ๊กเต่าเดือดร้อน
by
Tags: