หยามไม่หยุด! ทหารเขมรป่วนชายแดน “บิ๊กปู” สั่งจับตา 4 จุดเพ่งเล็ง ลั่นคุกคามชีวิตพร้อมสวนคืน พร้อมขันน็อตข้อตกลงล้างแก๊งสแกมเมอร์

“บิ๊กปู“สั่งเฝ้าระวังพื้นที่เพ่งเล็งชายแดนไทย-กัมพูชา หลังป่วนบ่อยหลากรูปแบบ ชี้ยิงปืนหากคุกคามพร้อมตอบโต้ เผย ทบ.ส่งข้อมูล SUB-GBC ขันน็อตข้อตกลง “เก็บกู้ทุ่นระเบิด-ปราบสแกมเมอร์” ผงะ !!! กองขี้ ทหารเขมรติดรั้วลวดหนามพลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าว กล่าวถึงการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกในวันนี้ว่า ผู้บัญชาการทหารบกได้ย้ำถึงภัยคุกคาม ซึ่งปัจจุบันมีหลากหลาย และมีการเปลี่ยนแปลงตลอด จึงขอให้ทุกหน่วยยึดมั่นในนโยบาย และแนวทางดำเนินการ ของกองทัพบก เพื่อให้การปฎิบัติภารกิจสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน และมีประสิทธิภาพนอกจากนี้โฆษกกองทัพบก ยังกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาขณะนี้ โดยเฉพาะพื้นที่ห้วยตามาเรีย ที่เมื่อคืนที่ผ่านมา ทหารกัมพูชายิงปืน 9 นัด เนื่องจากกัมพูชาไม่ต้องการให้ไทยสร้างอ่างเก็บน้ำนั้น โดยกล่าวว่า ข่าวสารในลักษณะดังกล่าว ยังพบอยู่ในหลายพื้นที่ ซึ่งแต่ละพื้นที่มีแนวทางในการประสานงาน แต่ทั้งนี้ต้องดูว่า มันเกินระดับ หรือไม่อย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่ที่เป็นทหารกัมพูชา เข้ามาในพื้นที่ที่ตกลงกันไว้ ในพื้นที่ที่ไม่อยากให้มีการเผชิญหน้า ซึ่งหากเข้ามาใกล้พื้นที่ แต่ละหน่วยก็จะมีวิธีการแจ้งเตือนว่า จะมีการใช้อาวุธ โดยที่ผ่านมาฝั่งกัมพูชายังมีการใช้อาวุธแบบสะเปะสะปะ ซึ่งไม่เป็นไปตามที่พูดคุยกันไว้ หรือบางกรณีมีการเสียวินัยทหาร จึงพิสูจน์ยากว่า เสียงอาวุธของฝั่งกัมพูชาที่มีอยู่ประปราย เกิดจากกรณีใด แต่ก็ถือว่า เป็นความไม่เรียบร้อย โดยแต่ละหน่วยก็ต้องประสานงาน และแก้ไขปัญหาสำหรับในพื้นที่ห้วยตามาเรียนั้น ที่มองว่า กัมพูชาใช้อาวุธก่อกวน เพื่อไม่ให้ฝั่งไทยสร้างอ่างเก็บน้ำนั้น โฆษกกองทัพบก ระบุว่า ไม่ได้มีนัยเช่นนั้น แต่เมื่อมีเสียงอาวุธดังขึ้น มีความเป็นไปได้หลากหลาย ซึ่งการสร้างอ่างเก็บน้ำก็เป็นกรณีหนึ่ง โดยปัจจุบันยังไม่มีอะไรเป็นรูปเป็นร่างจริงจัง ปัจจุบันยังเป็นพื้นที่ป่า ดังนั้นเสียงอาวุธปืนที่ดังขึ้น เราให้น้ำหนักไปในเรื่องของความไม่เรียบร้อยของทหารกัมพูชา ซึ่งบางครั้งก็ต้องการก่อกวน เพื่อให้ทหารไทยตอบโต้ และนำประเด็นเหล่านั้นไปขยายผลอย่างที่เห็นอยู่ ซึ่งจะเห็นว่า ทุกครั้งที่เราใช้อาวุธ เพื่อยิงแจ้งเตือน ถูกนำไปขยายผลในเรื่องการสื่อสารโดยตลอดส่วนเรื่องอ่างเก็บน้ำ ยังไม่มีข้อมูลรายละเอียด ซึ่งมองว่า น่าจะเป็นเรื่องในอนาคต ซึ่งเป็นเพียงแนวคิดส่วนที่มองกันว่า เหตุการณ์การยั่วยุ เหมือนสถานการณ์จะวนไปในรูปแบบเก่า และจะนำไปสู่การสู้รบอีกหรือไม่ โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า วัตถุประสงค์คือ ทำให้เกิดเสียง ไม่ได้ประสงค์ถึงชีวิต และทรัพย์สิน ซึ่งต้องแก้ไขปัญหาตามระดับให้เกิดความเหมาะสม แต่หากเมื่อไหร่ที่การใช้อาวุธมีเป้าหมายต่อชีวิต และทรัพย์สิน จนทำให้เกิดการบาดเจ็บสูญเสียต่อประชาชน หรือกำลังพล จะมีการตอบโต้อีกลักษณะหนึ่ง พร้อมย้ำว่า เสียงการใช้อาวุธปัจจุบันนี้ยังไม่เข้าข่าย จึงจะให้น้ำหนักไปเรื่องของการก่อกวนเสียมากกว่า และเรื่องความไม่เรียบร้อยของทหารกัมพูชา และย้ำอีกว่า หากฝั่งกัมพูชามีการยิงปืน ฝ่ายไทยก็จะปรามด้วยการยิงเตือน ไม่เกิน 5 นัด ไม่ใช่ลักษณะ 20 กว่านัด เหมือนกับฝั่งกัมพูชาที่เคยยิงมาเป็นชุด ก่อนหน้านี้ ดังนั้นข่าวสารฝ่ายกัมพูชาจึง ไม่มีความน่าเชื่อถือที่เพียงพอในขณะที่ทีมโฆษกกองทัพบก ก็ต้องอาศัยข้อมูลกับพื้นที่ควบคุมกว่า 400 กว่ากิโลเมตร และต้องใช้เวลาในการติดต่อสื่อสารกับหน่วยในพื้นที่ พร้อมทั้งยอมรับว่า เรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา ยังอยู่ในความสนใจของนานาชาติ ดังนั้นเราต้องตั้งหลักอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง ซึ่งสิ่งที่สื่อสารต้องพิสูจน์ได้ พร้อมทั้งยังยอมรับว่า การยั่วยุของฝั่งกัมพูชามีหลายรูปแบบ ซึ่งมีความเป็นไปได้หมด เช่น การขับถ่ายอุจจาระตามแนวรั้วลวดหนาม เนื่องจากทหารกัมพูชาที่เป็นวัยหนุ่ม ก็จะแสดงออกถึงความไม่เรียบร้อยอยู่บ่อยครั้ง หรือมีการใช้วาจาที่ทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง เพื่อหวังบันทึกภาพ และนำไปขยายผลในการสื่อสาร ซึ่งสิ่งที่กัมพูชามีการดำเนินการหลังหยุดยิง ก็มีความคล้ายคลึงกันมาโดยตลอด ถือเป็นการยั่วยุ และก่อกวน เพื่อมุ่งหวังอยากเห็นปฏิกิริยาของฝั่งไทยอย่างหนึ่งอย่างใด ในขณะที่ฝ่ายไทยต้องตอบโต้ในระดับที่เหมาะสม ที่สามารถตอบคำถามต่อสังคมภายในประเทศ และต่างประเทศได้เมื่อถามว่า พื้นที่ห้วยตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ และพื้นที่ช่องจอม ตรงข้ามโอร์เสม็ด จ.สุรินทร์ ถือเป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยงหรือไม่ โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ผบ.ทบ.ให้ความสำคัญในทุกพื้นที่เท่ากันหมด แต่พื้นที่โอร์เสม็ด มีพื้นที่ที่มีสภาพเป็นพื้นที่ชุมชน ซึ่งเป็นพื้นที่หนึ่งที่เป็นภาพของการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสาร รวมถึงมีคนเข้าออกง่าย จึงมีโอกาสที่ฝ่ายกัมพูชา อยากให้ประเด็นเกิดในพื้นที่นี้ ในขณะที่พื้นที่ห้วยตามาเรีย ยอมรับว่า เป็นพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชาให้ความระมัดระวังสูง ซึ่งเป็นพื้นที่เพ่งเล็งของทั้ง 2 ฝ่าย โดยมีพื้นที่เพ่งเล็ง เช่น เขาพระวิหาร บริเวณห้วยตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ, ช่องจอม โอร์เสม็ด จ.สุรินทร์, ปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ และช่องบก ตรงเนิน 745 จ.อุบลราชธานี ซึ่งมีโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ ในลักษณะความไม่เรียบร้อย แต่ยืนยันว่า ใน ด้านการข่าว และภาพรวมยังไม่มีการคุกคาม ถึงขั้นใช้อาวุธในลักษณะที่รุนแรง แต่ทั้งนี้เราก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความไม่ประมาทส่วนกรณีฝั่งกัมพูชามีการบินโดรนตรงพื้นที่ภูมะเขือ เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงาน แต่ถ้ามีก็ต้องเอาลงมา ซึ่งยอมรับว่า มีการใช้โดรน แต่ต้องไม่มีในลักษณะเข้ามารุกล้ำในพื้นที่ของฝ่ายไทย และเชื่อว่า ฝ่ายกัมพูชาก็ต้องเน้นย้ำในเรื่องนี้ เพราะยังถือว่า ยังอยู่ในช่วงละเอียดอ่อน เพราะแทนที่สถานการณ์จะดีขึ้น กลับแย่ลง ซึ่งยืนยันว่า การบินโดรน ไม่ได้รุกล้ำเข้ามา แต่ปรากฏในลักษณะบินมุมสูง ซึ่งไม่ได้กระทบอะไรกับฝ่ายไทยเราพลตรี วินธัย ยังกล่าวอีกว่า ผบ.ทบ. ยังเน้นย้ำใน 4 เรื่องหลักคือ 1.การเฝ้าตรวจ 2.ปรับปรุงฐานที่มั่น กรณีเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด เพื่อให้กำลังพล และประชาชนปลอดภัย 3.การปรับปรุงเส้นทาง เพื่ออำนวยกิจการทางทหารได้สะดวก และ 4.การเก็บกู้ทุ่นระเบิดส่วนกรณีที่กัมพูชามีการเตรียมนักโทษ มาปฏิบัติงานตามแนวชายแดน พลตรี วินธัย กล่าวว่า เป็นข่าวสารที่ปรากฏในฝั่งกัมพูชา ที่อยากให้ผู้ต้องขังมาฝึกวิชาชีพ ซึ่งมองว่า ไม่น่าจะมาใช้ในกิจการทางทหาร ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักของสากล แต่ทั้งนี้ก็ไม่มีผลต่อการปฎิบัติงานของทหารไทยขณะที่สถานการณ์ชายแดน จังหวัดสระแก้ว หลังมีความไม่เรียบร้อยในเรื่องของพื้นที่ทำกิน ซึ่งเป็นความขัดแย้งของประชาชนในพื้นที่ ในการเข้าใช้พื้นที่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย และฝ่ายปกครองก็เข้าไปดำเนินการแล้วตามกลไกต่าง ๆ ซึ่งเดิมทีพื้นที่นั้นมีการใช้อำนาจพิเศษในการเข้าไปทำกินส่วนความเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชาในพื้นที่ดังกล่าว แม้จะยังไม่ได้รับรายงาน แต่ไม่ได้หมายความว่า จะไม่มี ซึ่งเป็นเรื่องที่ระดับหน่วยที่ต้องไปกวดขัน แต่คงจะไม่ถี่มาก เหมือนกับฝั่งกองทัพภาคที่ 2 ที่เราแทบจะได้ยินแทบทุกวันในเรื่องเหล่านี้ขณะที่พันเอก ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการประชุมกองเลขานุการคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา หรือ Sub-GBC ซึ่งถือเป็นการประชุมต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้หลังหยุดยิง ก็มีการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค หรือ RBC ทั้งในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1, กองทัพภาคที่ 2 และกองทัพเรือ ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่ก็อยู่ในกรอบที่เคยหารือกันไว้แล้ว เช่น การเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งยังอยู่ในลักษณะต่างฝ่ายต่างเก็บ รวมถึงการปราบปรามสแกมเมอร์ ซึ่งถือเป็นวงรอบหนึ่งที่จะนำเรื่องเหล่านี้มาพูดคุยกันใหม่ ส่วนจะเป็นในแง่บวก, ลบ หรือเป็นกลางก็ต้องติดตาม โดยกองทัพบกได้ทำข้อเสนอเป็นการภายในส่ง ไปยังกองบัญชาการกองทัพไทย และกระทรวงกลาโหมส่วนกรณีที่ปรากฏภาพทหารกัมพูชาถือปืนหันมายังฝั่งไทย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า เป็นคลิปเก่า แต่เมื่อมีภาพดังกล่าวปรากฏก็ต้องมีการประสานงานอยู่แล้ว เนื่องจากมองว่า เป็นการคุกคาม แต่ส่วนมากแล้วเป็นสงครามข่าวสาร เช่น ยิง 2 นัด แต่ไปบอกว่า เป็น 22 นัด#ชายแดนไทยกัมพูชา #กองทัพบก #บิ๊กปู #พลเอกพนาแคล้วปลอดทุกข์ #วินธัยสุวารี #ทหารเขมรป่วน #ห้วยตามาเรีย #ช่องจอม #เขาพระวิหาร #ปราสาทตาเมือนธม #ช่องบก #ความมั่นคง #ข่าววันนี้ #ข่าวสด #สแกมเมอร์ #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #กู้ทุ่นระเบิด #สงครามข่าวสาร #ทหารไทย #ป่วนชายแดน #ข่าวด่วน #SubGBC


Posted

in

by

Tags: