รวบซ้อโรส หัวหน้าแก๊งสแกมเมอร์ไทย พร้อมสมุนรวม 5 ราย หลอกคนไทยข้ามแดน บังคับทำคอลเซ็นเตอร์

รวบซ้อโรส หัวหน้าแก๊งสแกมเมอร์ไทย พร้อมสมุนรวม 5 ราย หลอกคนไทยข้ามแดน บังคับทำคอลเซ็นเตอร์ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา จำนวน 5 ราย ดังนี้1. นายกร หรือ ซ้อโรส (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 2832/2569 ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 25692. นายพล (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 25693. น.ส.นี (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 25694. นายสุ (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 25695. นางสาว ลี (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2569ตรวจค้นสถานที่จำนวน 3 แห่ง ดังนี้1. บ้านผู้ต้องหาในพื้นที่ หมู่ที่ 7 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี2. ล้งทุเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.พลวง อ.คิชฌกูฎ จ.จันทบุรี3. บ้านผู้ต้องหาในพื้นที่ ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราดตามหมายจับศาลอาญาข้อหา "ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ , สมคบกันเป็นธุระจัดหา เพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์จากการบังคับใช้แรงงาน ,ร่วมกันค้ามนุษย์ตั้งแต่สามคนขึ้นไปโดยสมาชิกองค์กรอาชญากรรม,ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น,ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นและร่วมกันใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย" ได้บ้านในพื้นที่ จ.ชลบุรี,จันทบุรีและ จ.ตราดสืบเนื่องจาก "Meta" ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลระดับโลก ได้ส่งข้อมูลกลุ่มสแกมเมอร์แห่งตะโบงคมุม ประเทศกัมพูชาให้ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ก่อนประสานให้ บก.ปคม. ขยายผลจนพบว่าเมื่อช่วงประมาณปลายปี 2568 “ซ้อโรส” ซึ่งเป็นหัวหน้าคนไทยในแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ อยู่ที่จังหวัดตะโบงคมุม ประเทศกัมพูชา ชักชวนคนไทยให้ไปทำงานตำแหน่ง “แอดมินพนันออนไลน์ตอบแชตลูกค้า” อ้างรายได้ 32,000 บาท บินฟรี กินอยู่ฟรี 3 มื้อเมื่อเหยื่อหลงเชื่อบินไปถึงกรุงพนมเปญ กลับถูกพาเข้า "สแกมคอมพาวด์" ซึ่งเป็นสถานที่ปิดตาย ล้อมรั้วและมีลวดหนามสูงลิ่ว มีการ์ดชาวจีนและกัมพูชาคุมเข้มพร้อมอาวุธปืนและไม้กระบองไฟฟ้า จากนั้นก็ถูกบังคับให้หลอกคนไทยลงทุนเว็บไซต์ปลอม หลอกขายสินค้า สูบเงินเหยื่อเข้ากระเป๋าบอสจีนเดือนละ 7-12 ล้านบาทต่อมาเหยื่อ 5 รายที่หนีรอดมาได้ให้การตรงกันว่า หากใครทำยอดหลอกลวงไม่ได้ตามเป้าที่บอสจีนตั้งไว้ จะถูกซ้อโรส และ นายพล (นามสมมุติ) ทำร้ายอย่างทารุณ ทั้งใช้กระบองไฟฟ้าช็อต เอาสายไฟพันเทปฟาดหลังจนเนื้อแตก หรือใช้ไม้ทุบตีไม่ยั้ง หากเจ็บปวดจนทนไม่ไหว ก็ต้องติดต่อญาติฝั่งไทยให้นำเงินมา "จ่ายค่าไถ่ตัว" ถึงจะยอมปล่อยกลับประเทศหากไม่มีเงินมาไถ่ถอนก็จะถูกขายต่อไปยังออฟฟิศสแกมเมอร์อื่นเหมือนเป็นสินค้าจากนั้น ตำรวจ กก.1 บก.ปคม. ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 8 ราย และขอหมายค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้อง 3 แห่ง ก่อนจับกุมผู้ต้องหาซึ่งเป็นตัวการสำคัญได้รวม 5 ราย คือ ซ้อโรส ทำหน้าที่เป็นรองหัวหน้าออฟฟิศ คุมพนักงานคนไทย ใช้ไฟฟ้าช็อตและสายไฟทุบตีผู้เสียหาย และทำหน้าที่เป็นแอดมินหลังบ้าน, นายพล (นามสมมุติ) ทำหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษาบอสจีน ถ่ายทอดคำสั่ง และร่วมทำร้ายร่างกายผู้เสียหายที่ทำยอดไม่ได้ , น.ส.นี (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ทำหน้าที่เป็น HR หรือฝ่ายบุคคลของออฟฟิศ คอยจัดหาคนมาทำงานที่ออฟฟิศประเทศกัมพูชา , นายสุ (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ทำหน้าที่เป็น คนขับรถรับส่งเหยื่อและ นางสาว ลี (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี ทำหน้าที่ โอนเงินตามสั่งเพื่อจัดการระบบ และส่งต่อกลับไปยังคนใกล้ชิดบอสจีนหลังจากนี้ตำรวจ กก.1.บก.ปคม.จะเร่งสืบสวนขยายผลติดตามผู้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าว รวมทั้งตรวจสอบบุคคลที่อาจตกเป็นเหยื่อของเครือข่ายนี้ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการยึดและอายัดทรัพย์สินตามกฎหมายฟอกเงินต่อไป


Posted

in

by

Tags: