“ยศชนัน” ย้ำ AI คือเครื่องมือยกระดับประเทศไทยทุก ๆ ด้าน อาหาร ยา การแพทย์ อวกาศ ควอนตัม และ Climate Change

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ย้ำว่าผู้นำยุคใหม่ต้องพร้อมรับการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี AI ในประเทศไทย โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายสร้างความตระหนักรู้ด้าน AI (AI Literacy) ให้แก่คนไทยสูงถึง 20 ล้านคน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศรวมถึงชี้แนวทางปรับตัวโดยใช้ AI เป็นที่ปรึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น เกษตรแม่นยำและนวัตกรรมอาหาร ในโอกาสบรรยายพิเศษหัวข้อ "AI, Leadership and The Future : ผู้นำ กับ AI และอนาคตองค์กร" ซึ่งจัดโดยสถานีโทรทัศน์ TNN เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมาAI ไม่ใช่เทคโนโลยีเดียวที่กำลังเปลี่ยนโลกแม้ว่ากระแสของ AI กำลังมาแรง แต่ ศ.ดร.ยศชนัน ชี้ว่า AI ไม่ใช่เทคโนโลยีเดียวที่กำลังเปลี่ยนโลก แต่ยังมีเทคโนโลยีอื่นที่เป็นกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ซึ่งรัฐบาลและเอกชนไทย สามารถพัฒนาไปควบคู่กับการนำ AI เข้าไปมีบทบาทสำคัญแทรกได้ ทั้งด้านควอนตัม อวกาศ และพลังงานAI เกี่ยวข้องกับควอนตัมในหลายมิติ ทั้งเรื่องระบบการสื่อสาร (Quantum communication) และการวัดค่าต่าง ๆ (Quantum Sensing) ซึ่งช่วยในการวัดค่าในระดับโมเลกุลซึ่งเสมือนกับไม้บรรทัดที่ละเอียดกว่าไม้บรรทัดปกติ นอกจากนี้ยังต้องเตรียมพร้อมเรื่องการเข้ารหัส (Quantum Encryption) เพื่อป้องกันการถูกแฮกจากเทคโนโลยีควอนตัมในอนาคตในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีอวกาศนั้นทำให้ผู้ใช้ได้ข้อมูลมหาศาลจากดาวเทียมที่ติดเซนเซอร์ต่าง ๆ เช่น กล้อง่ถายภาพ ซึ่งศ.ดร.ยศชนัน ชี้ว่า AI จะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูล (Analyze) เหล่านั้น เพราะข้อมูลมีปริมาณมากจนมนุษย์อ่านไม่ทัน ช่วยให้เราเห็นภาพรวมทั้งโลกและได้เปรียบในการตัดสินใจเสมือนมี "ตาอยู่บนฟ้า"นอกจากนี้ กระแสการพัฒนาพลังงานสะอาดและดูแลสิ่งแวดล้อมก็มีความเกี่ยวข้องกับการใช้ AI โดยตรง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า AI ต้องมี Data Center ที่ใช้พลังงานและน้ำมหาศาล การทำวิจัยจะช่วยให้ระบบ AI อยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน รวมถึงใช้ AI ในการรับมือกับ Climate Change และภัยพิบัติต่าง ๆAI for All เร่งเครื่องเศรษฐกิจทุกมิติศ.ดร.ยศชนัน ย้ำว่า AI จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ทำให้ GDP ของประเทศเติบโตผ่าน AI ได้จริง โดยแบ่งออกเป็นการยกระดับเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่มีอยู่เดิม และสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่เติบโตได้จริงตัวอย่างแนวคิด "AI for all" เพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) อยู่ใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักของไทย คือ การเกษตร, อุตสาหกรรมการผลิต และภาคบริการ เช่น การใช้ Physical AI หรือหลักการเชื่อมต่อ AI จากซอฟต์แวร์สู่โลกความเป็นจริงในหุ่นยนต์หรือเครื่องจักรในโรงงานเพื่อช่วยแรงงานที่อายุมากขึ้น หรือการใช้ AI ในโรงงานผลิตรถยนต์ซึ่งไทยมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้วในขณะเดียวกัน AI ยังกลายเป็นเครื่องยนต์ใหม่ที่สร้างอุตสาหกรรมมูลค่าสูงได้ เช่น อุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ที่ออกแบบอาหารและสมุนไพรเฉพาะบุคคล (Genomic-based) หรือการใช้ AI ออกแบบยาหรือวัคซีนในโลกคู่ขนาน (Digital Twin) ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการทดลองลงอย่างมาก ไปจนถึงการเข้าร่วมในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์สำหรับ AI เช่น Photonic chip หรือชิปที่ประหยัดพลังงานซึ่งสำคัญสำหรับการพัฒนา AI ในอนาคตทั้งนี้ TNN นำเสนอหลักสูตร AI-Powered Leadership: ยุทธศาสตร์ผู้นำยุค AI ที่พัฒนาโดย SolutionsIMPACT ผู้เชี่ยวชาญการประยุตร์ AI ระดับธุรกิจ ที่ได้รับการยอมรับจากองค์กรชั้นนำของประเทศ เพื่อยกระดับการใช้งาน AI จาก “เครื่องมือ” สู่ “ระบบการทำงานขององค์กร”โดยหลักสูตรนี้จะมุ่งเน้นการนำ AI ไปใช้จริงในระดับผู้บริหาร ครอบคลุมตั้งแต่การวางกลยุทธ์ การออกแบบ Workflow ไปจนถึงการกำหนด Roadmap การใช้งานในองค์กร หลักสูตรนี้จึงเหมาะสำหรับผู้บริหารระดับ C-Level เจ้าของธุรกิจและผู้ประกอบการ รวมถึงผู้บริหารที่ต้องการวางกลยุทธ์ AI ในองค์กร ซึ่งจะใช้ระยะเวลาเรียนทั้งหมด 4 ครั้ง ตั้งแต่ 18 พฤษภาคม – 15 มิถุนายนนี้ข่าวที่เกี่ยวข้องคนไทย 20 ล้านต้องเก่ง AI เจาะวิสัยทัศน์ “ยศชนัน วงสวัสดิ์” ใช้เอไอ ‘เปลี่ยน-ขับเคลื่อน’ ไทยทรัมป์ยกทัพ CEO สายเทค ปะทะ “สี จิ้นผิง” คุยสะเทือนโลก !! “Microsoft” “Google” และ “xAI” ยอมให้รัฐบาลสหรัฐฯ ตรวจสอบโมเดลก่อนเปิดตัวนักวิจัยพัฒนา AI FaceAge วิเคราะห์ใบหน้า ประเมินอายุชีวภาพ และคาดการณ์การรอดชีวิตผู้ป่วยมะเร็งระบบ Jarvis v2 คืออะไร? ตัวช่วยอัจฉริยะ ที่จะทำให้การเรียนรู้ของนักศึกษาง่ายขึ้น?


Posted

in

by

Tags: