“กรกิจ ดิษฐาน” แฉจดหมายลับ “ฮุน มาเนต…ถึงพ่อ” หลุดโป๊ะพูดถึง “ลุง” สื่อนัยเล่นเส้นเข้าเรียน “เวสต์ปอยต์”

วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เฟสบุ๊ก Kornkit Disthan หรือ กรกิจ ดิษฐาน นักเขียน นักข่าว และนักวิจารณ์วัฒนธรรมชื่อดังชาวไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความว่า 'ฮุน มาเนต' มีวาสนาได้ไปเรียนโรงเรียนนายร้อย West Point ได้เพราะใช้'เส้น'ใคร? หลังจากที่ ฮุน แณต (หรือ ฮุน มาเนต) ตอบโต้คนไทยที่เข้าไป "ทวงบุญคุณ" เรื่องที่ไทยยกโควต้าให้ไปเรียนโรงเรียนนายร้อยเวสต์พอยต์ที่สหรัฐอเมริกา ผมจึงสืบเสาะหาข้อมูลเรื่องนี้ว่ามันเป็นมาอย่างไรกันแน่ ทางไทยมีคนบอกว่า พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นคนให้โควต้าลูกชายฮุน เซน ซึ่งผมได้ยินเรื่องนี้มานานแล้ว แต่ตราบใดที่ "บิ๊กจิ๋ว" ไม่ยืนยันด้วยตัวเองผมก็จะถือว่าเป็นข่าวลือเอาไว้ก่อน (ใครมีข้อมูลที่จับต้องได้ช่วยยืนยันด้วยครับ จะเป็นพระคุณยิ่ง) กระนั้นก็ตาม ในวงการข่าวและความมั่นคงก็ย่อมทราบดีว่าพลเอกชวลิต ยงใจยุทธสนิทกับฮุน เซนขนาดไหน ในฐานะมที่ทำข่าวต่างประเทศผมจึงหาข้อมูลฝ่ายต่างประเทศมายืนยันว่าฮุน มาเนตใช้เส้นโรงเรียนนายร้อยเวสต์พอยต์หรือไม่? ปรากฏว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นในกัมพูชามาตั้งแต่ปี 2019 แล้ว โดย สม รังสี เป็นคนเปิดประเด็นโจมตีฮุน มาเนตว่าได้ปริญญาชั้นสองเพราะไปใช้เส้นที่นั่น อนึ่ง "เส้น" ในภาษาเขมรใช้คำว่า "ขแส" (ខ្សែ) ซึ่งแปลว่าเส้นสายเหมือนภาษาไทย ผมเขียนเรื่องนี้ไว้อย่างละเอียดแล้วในบทความ "'ฮุน มาเนต' มีวาสนาได้ไปเรียนโรงเรียนนายร้อย West Point ได้เพราะใช้'เส้น'ใคร?" อ่านได้ในช่องคอมเมนต์ ในบทความนี้ผมเอ่ยถึง "จดหมายลับ" ที่ฮุน มาเนตเขียนถึงฮุน เซนตอนกำลังจะเข้าเวสต์พอยต์ ฮุน เซนเปิดเผยจดหมายนี้ในปี 2021 ตอนที่วิวาทะเรื่องวุฒิการศึกษาของฮุน มาเนตกำลังถูกโจมตี โดยฮุน เซน บอกว่า “จดหมายลับ ปี 1994 ลูกชายของผม ฮุน มาแณต ซึ่งขณะนั้นกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ได้เขียนจดหมายลับถึงผมเพื่อบอกว่าเขาต้องการศึกษาด้านการทหารและรัฐศาสตร์ พร้อมทั้งตั้งใจจะศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ จดหมายฉบับนี้ไม่จำเป็นต้องเก็บเป็นความลับอีกต่อไปแล้ว เพราะผ่านมาเกือบ 28 ปีแล้ว นอกจากนี้ มาแณตยังมีความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ และการทหาร ดังที่ปรากฏในจดหมายฉบับนี้ การอ่านจดหมายฉบับนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจมาแณตได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และสิ่งที่ไม่ได้กล่าวถึงในจดหมายฉบับนี้ก็คือ มาแณตได้ไปฝึกงานที่ธนาคารโลก และถูกส่งไปทำงานที่คองโกหลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก มาแณตเคยอาศัยอยู่กับครอบครัวชาวฝรั่งเศสในฝรั่งเศส ช่วยเก็บแอปเปิ้ลให้ครอบครัวเพื่อเรียนภาษาฝรั่งเศส ขณะที่กำลังศึกษาปริญญาเอกในอังกฤษ มาแณตเริ่มสอนคณิตศาสตร์ให้กับนักศึกษาปีสองและปีสามเพื่อหารายได้ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของพ่อแม่” พูดสั้นๆ ก็คือ ฮุน เซน อวดจดหมายของลูกเพื่อจะโม้ว่าลูกฉันเก่ง ลูกฉันขยัน เพื่อเอามาโต้พวกฝ่ายค้านที่ตั้งคำถามเรื่องเล่นเส้น แต่เนื้อหาในจดหมายมีสิ่งที่น่าสงสัยอยู่ ผมจะยกมาให้อ่านทั้งฉบับดังนี้ ถึงคุณพ่อคุณแม่ที่รัก! ผมหวังว่าคุณพ่อคุณแม่และครอบครัวของพวกเราจะมีความสุขและพึงพอใจ ส่วนตัวผมเองก็มีความสุขและพึงพอใจ และการเรียนของผมก็ไปได้ดี สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกคุณพ่อคุณแม่ก็คือความตั้งใจในการเรียนของผมตอนนี้ผมมีความตั้งใจอยู่สามอย่าง คือ เรียนเพื่อเป็นนักบินหรืออย่างน้อยก็เป็นทหาร (นี่คือความตั้งใจของผมตั้งแต่เด็กๆ และคุณพ่อก็ขอให้ผมทำ) เรียนเศรษฐศาสตร์ และเรียนรัฐศาสตร์ แต่สำหรับตอนนี้ ขออนุญาตเก็บความปรารถนาข้อแรกไว้ก่อนสักครู่ ผมก็อยากจะถามคุณพ่อคุณแม่ด้วยว่าความปรารถนาข้อที่สองและสามของผมนั้นดีหรือไม่ สำหรับการเรียนเศรษฐศาสตร์ ผมยังคงเรียนอยู่และจะตั้งใจเรียนอย่างหนักเพื่อให้ได้ PHD (Doctor Degree) และสำหรับการเรียนการเมือง (នយោបាយ หรือ Political Science) นั้น ผมเรียนเป็นวิชาเสริม (หรือวิชาที่สองนอกเหนือจาก Economics) Political Science เป็นการศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์สำคัญในโลกและเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน และในทางกลับกัน ถ้าเราเรียนวิชา Political Science เพิ่มเติมและได้เกรดดี เราจะมีโอกาสไปศึกษาและทำงานกับรัฐบาลอเมริกันประมาณ 2-5 หรือ 6 เดือน ทั้งหมดนี้เพื่อประสบการณ์ในอนาคตของผม คำแนะนำนี้ดีหรือไม่ดีครับ? ถ้าไม่ ผมก็สามารถเรียนเศรษฐศาสตร์อย่างเดียวก็ได้ สำหรับการสมัครเข้าโรงเรียนทหารในสหรัฐอเมริกา ซึ่งยากมาก เพราะส่วนใหญ่คนที่ได้รับการคัดเลือกเป็นชาวอเมริกัน ถ้าคุณเป็นนักเรียนต่างชาติ คุณต้องสมัครทุนพิเศษ (ตามที่ลุงของผมบอก คนที่ช่วยจะต้องเป็นนายพล (ต่างประเทศ) หรือนักการทูตถึงจะได้รับการคัดเลือก) หรือคุณสามารถสมัครทุนทางการทูตได้ โรงเรียนทหารนี้ชื่อ West Point และถ้าเราเรียนสี่ปี เราจะได้รับปริญญาตรีเหมือนโรงเรียนทั่วไป แต่ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือ ปริญญาหนึ่งเป็นปริญญาพลเรือน อีกปริญญาหนึ่งเป็นปริญญาทหาร และหลังจากเรียนสี่ปีที่โรงเรียนนี้ เราสามารถเรียนต่อปริญญาโทและปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยภายนอกได้ **เรื่องสำคัญ: – เกี่ยวกับเรื่องการเมือง กรุณาอย่าบอกใครภายนอกเด็ดขาด เพราะเป็นความลับของผม (แม้แต่ลุงป้าของผม ผมก็จะไม่บอก) มีแค่คุณพ่อ คุณแม่และตัวผมเองเท่านั้นที่รู้ – ส่วนเรื่องการเรียนที่โรงเรียนนายทหาร สามารถเล่าให้ฟังได้ – สำหรับผม ผมคิดว่าทหาร นักเศรษฐศาสตร์ และนักการเมือง มีอิทธิพลมากในสังคม สิ่งสำคัญคือ แม้ว่าในอนาคตผมจะเป็นนักเศรษฐศาสตร์หรือนักการเมือง ผมก็อยากจะมีพื้นฐานมาจากการเป็นทหาร เพราะดูเหมือนว่าการเป็นทหารจะมีอิทธิพลต่อสังคมมากเช่นกัน จากประวัติศาสตร์ที่ผมเคยเรียนในอเมริกาหรือในบางประเทศ ผู้นำที่ยิ่งใหญ่หลายคนมาจาก "ทหาร" แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดเห็นของผม พ่อกรุณาช่วยให้ความคิดเห็นของพ่อด้วย ว่าความคิดนี้ดีหรือไม่ดี สุดท้ายนี้ ขอให้คุณพ่อและคุณแม่มีความสุขมากๆ และรักษาสุขภาพให้แข็งแรงด้วยนะครับ ขอบคุณครับ *หมายเหตุ: ในโรงเรียนนายทหาร ยังมีการสอนวิชาอื่นๆ ด้วย เช่น เศรษฐศาสตร์ และธุรกิจ จบจดหมายของ ฮุน มาเนต สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ จดหมายนี้เอ่ยถึง "ลุง" (អ៊ំប្រុស) คนๆ นี้ควรเป็นคนที่มีอายุมากกว่าฮุน เซน และให้คำแนะนำเรื่องการส่งลูกของฮุน เซนไปเรียนที่เวสต์พอยต์ และคำแนะนำนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับการให้คนต่างชาติมาช่วยรับรอง โดยต้องเป็นระดับนายพล (ឧត្តមសេនីយ) และต้องอยู่ต่างประเทศ (នៅក្រៅប្រទេស) เป็นไปได้ไหมว่า "ลุง" คนนี้เป็นคนที่มีอิทธิพลชาวต่างประเทศ? แล้วควรเป็นประเทศไหน? เขายังเอ่ยถึงลุงอีกครั้งพร้อมป้า (អ៊ុំប្រុស អ៊ុំស្រី) แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นใคร บอกแค่ว่าขอฮุน เซนผู้เป็นพ่ออย่าได้บอกลุงกับป้าเรื่องที่จะเรียนการเมือง ลุงคนนี้เป็นใคร? ผมก็ไม่รู้แต่ผมรู้แค่ว่ามีวิวาททะเรื่องที่ฮุน มาเนตเล่นเส้นเข้าเรียนที่เวสต์พอยต์ ซึ่งเขียนในบทความแล้ว สามารถอ่านได้ข้างล่างนี้อาจเป็นรูปภาพของ ต้นขั้วตั๋ว, แคลริเน็ต และ ข้อความ


Posted

in

by

Tags: