เพจดังจวกยับ! แก๊งออฟโรดอ้างทำบุญ ขับรถลุยลำธาร-บินโดรนในทุ่งใหญ่นเรศวร ชี้ผิดกฎหมายชัดเจน

กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าที่กำลังถูกวิจารณ์อย่างหนัก เมื่อเพจสายยานยนต์ชื่อดัง "Aeromechx" ออกมาแฉพฤติกรรมกลุ่มรถออฟโรด ที่อ้างว่าเข้าไปบริจาคอุปกรณ์การเรียน แต่กลับทำคอนเทนต์ ขับรถลุยลงไปจอดกลางลำธารและบินโดรน ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ซึ่งเป็นพื้นที่มรดกโลกที่มีความอ่อนไหวสูง งานนี้เพจดังงัดข้อกฎหมายฟาดกลับ ระบุชัดเจนว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายทำลายทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งน้ำของสัตว์ป่า ผิด พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฯ เต็มๆวันนี้ (3 มิ.ย.) เพจ "Aeromechx" เพจสายยานยนต์ ออกมาโพสต์ข้อความตำหนิกลุ่มออฟโรด หลังพบขับรถยนต์ลงไปในลำธารและการบินโดรนเพื่อทำคอนเทนต์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ซึ่งเป็นพื้นที่มรดกโลก ถือเป็นการทำลายระบบนิเวศและมีความผิดตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 อย่างชัดเจนโดยเจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่ไม่มีอำนาจเซ็นอนุญาตให้ทำกิจกรรมที่ทำลายธรรมชาติหรือบินโดรนเพื่อการท่องเที่ยวได้เลย (หากฝ่าฝืนอนุญาตจะมีความผิดตามมาตรา 157) การขออนุญาตเข้าพื้นที่หรือบินโดรนอย่างถูกต้องจะถูกจำกัดไว้อย่างเข้มงวดเฉพาะการศึกษาธรรมชาติในเส้นทางที่กำหนด การทำวิจัย หรือกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะและการอนุรักษ์อย่างแท้จริง ซึ่งต้องได้รับการอนุมัติจากอธิบดีกรมอุทยานฯ ส่วนกลางเท่านั้น ทั้งนี้ ทางเพจดังได้ระบุข้อความว่า"หยุดการกระทำแบบนี้นะครับทุ่งใหญ่นเรศวร เป็น "เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า" (Wildlife Sanctuary) ถูกควบคุมด้วยกฎหมายพิเศษเฉพาะ คือ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562*เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เป็นแหล่งมรดกโลกของประเทศไทยโดยการขึ้นทะเบียนของยูเนสโกถึงแม้พวกพี่ๆจะบอกว่าเอาอุปกรณ์การเรียน ไปยัง รร บ้านเกาะสะเดิ่ง อันนี้เข้าใจได้ แต่การกระทำลักษณะนี้ มันขัดต่อกฏหมายป่า พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า นะครับข้อกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 การขับขี่ยานพาหนะลงไปในลำธารหรือพื้นที่ธรรมชาติที่ไม่มีเส้นทางรถยนต์อย่างเป็นทางการ ถือเป็นการขับรถออกนอกเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนดไว้ผลกระทบ การนำรถลงไปจอดในน้ำทำให้เกิดการทำลายสภาพทางธรรมชาติโดยรอบ เสี่ยงต่อการมีคราบน้ำมัน คราบจาระบี หรือสารเคมีจากตัวรถรั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำ ซึ่งเป็นต้นน้ำที่สัตว์ป่าต้องใช้ดื่มกิน และทำลายระบบนิเวศของสัตว์น้ำขนาดเล็กมีความผิดฐาน "กระทำการใดๆ ให้เป็นอันตราย หรือเสื่อมสภาพแก่ธรรมชาติ ดิน หิน กรวด ทราย หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ" เพราะน้ำหนักของรถยนต์จำนวนมากที่กดทับลงบนพื้นกรวดและทรายใต้น้ำ ทำให้ชั้นดินและที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตใต้น้ำถูกทำลายอย่างรุนแรงแม้จะทำหนังสือขอเข้าพื้นที่เพื่อศึกษาธรรมชาติอย่างถูกต้อง แต่เจ้าหน้าที่ก็ ไม่สามารถอนุญาตให้นำรถยนต์ขับลงไปในลำธาร หรือตั้งแคมป์กลางน้ำแบบในภาพได้ เพราะการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการทำลายระบบนิเวศและส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ ซึ่งขัดต่อ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 โดยตรง หากเจ้าหน้าที่คนใดเซ็นอนุญาตให้ทำ เจ้าหน้าที่ท่านนั้นจะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (มาตรา 157) ทันทีครับหนังสือประเภทไหนที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจะอนุมัติ?หากมีความจำเป็นต้องเข้าพื้นที่จริงๆ จะต้องเป็นหนังสือขออนุญาตที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจนและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่นหนังสือขอเข้าชม/ศึกษาธรรมชาติ สำหรับเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่จัดไว้ให้ (เดินเท้า) และต้องพักในจุดกางเต็นท์หรือบ้านพักที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้เท่านั้นหนังสือขอเข้าถ่ายทำสารคดี หรือวิจัย ต้องระบุรายละเอียดอุปกรณ์ จำนวนคน และมาตรการป้องกันไม่ให้กระทบต่อสัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมอย่างรัดกุมแถมเรื่องบินโดรนใน ทุ่งใหญ่นเรศวรต่อให้คุณทำหนังสือเป็นทางการ มีการลงนามถูกต้องส่งตรงถึงผู้บริหารระดับสูง ทางกรมอุทยานฯ ก็ ไม่มีช่องทางตามกฎหมายที่จะออกใบอนุญาตบินโดรนเพื่อการท่องเที่ยว คอนเทนต์ส่วนตัว หรือการถ่ายภาพรีวิวรถยนต์ ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรได้เลยครับกรณีที่ "สามารถทำหนังสือขออนุญาตได้" (แต่ผ่านยากและขั้นตอนสูง)กรมอุทยานฯ จะออกใบอนุญาตให้เฉพาะกิจกรรมที่ จำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะหรือการอนุรักษ์อย่างแท้จริง โดยต้องทำหนังสือล่วงหน้าอย่างน้อย 15-30 วัน ส่งถึง "อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช" (ส่วนกลางที่กรุงเทพฯ) เท่านั้น (หัวหน้าสถานีที่หน้างานไม่มีอำนาจอนุมัติ)เนื่องจากพื้นที่นี้มีสถานะเป็น "เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า" การฝ่าฝืนจึงผิดพฤติกรรมตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้โดยตรงในหลายมาตราการบินในพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามรดกโลก ถูกจัดเป็นพื้นที่อ่อนไหวทางระบบนิเวศและเป็นเขตห้ามบิน (No Fly Zone) ตามกฎหมายการบิน หากไม่มีหนังสืออนุมัติพิเศษจากส่วนกลางมาตรา 24 และมาตรา 25 ห้ามมิให้ผู้ใดบังคับหรือปล่อยอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี หรือฝ่าฝืนเงื่อนไขที่กำหนดไว้โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT)ประกาศเรื่องการห้ามนำอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ขึ้นบินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ หากไม่มีหนังสืออนุญาตที่ลงนามโดย อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ จะถือว่ามีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน มีโทษปรับตามระเบียบทันที"website : mgronline.comfacebook : MGRonlineLivetwitter : @MGROnlineLiveinstagram : mgronlineline : MGROnlineyoutube : MGR Online VDO


Posted

in

by

Tags: