อุทาหรณ์! สาวจีนกินยาระบายหวังลด นน. ซัดเข้าปากวันละ 800 เม็ด สุดท้ายเกือบไม่รอด

หาทำมาก! กินยา800 เม็ดเข้าร่างกายเกือบไม่รอดเเล้วไงเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา สื่ต่างประเทศรายงานว่า มีเคสหนึ่งที่สร้างความตกใจให้อย่างมาก เมื่อหญิงจีนอายุ 27 ปี กินยาเม็ดลดน้ำหนักวันละ 800 เม็ดติดต่อกันนาน 4 ปี ส่งผลให้ไตเสียหายและต้องผ่าตัดลำไส้ใหญ่ออก ซึ่งเรื่องนี้ถูกเถียงเพราะว่าการกินยาในปริมาณที่เยอะขนาดนั้นส่งผลต่อร่างกายรุนเเรง เเละอาจเสียชีวิตได้เลยเธอก็บอกเเค่ว่าเธอเริ่มกินยาเม็ดลดน้ำหนักวันละ 1 เม็ดตามปกติ หลังจากนั้นก็เพิ่มเป็น 5, 10, 100 และสุดท้ายก็กินถึง 800 เม็ด จนสภาพร่างกายของเธอเเย่ลงก่อนที่จะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เรื่องนี้ก็ทำให้ฉุดคิดได้ว่าแทนที่จะได้รูปร่างที่ผอมเพรียวขึ้น ชีวิตกลับตกอยู่ในอันตรายอย่างร้ายแรงเเต่อีกนัยหนึ่งก็ไม่ผิดเพราะการลดน้ำหนักและรักษารูปร่างให้ผอมเพรียวเป็นเป้าหมายความงามที่ถูกต้อง โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิง เเต่เเล้วการคิดละเลยสุขภาพของตนเองเพื่อยาที่ช่วยลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ก็ทำให้ร่างกายของเราอันตรายได้เหมือนกัน อย่างที่เคสที่พูดถึงอยู่นี้ แพทย์ในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ได้รักษาผู้ป่วยหญิงอายุ 27 ปีซึ่งอวัยวะภายในได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงเนื่องจากการใช้ยาระบายที่โฆษณาว่าเป็นยาลดน้ำหนักในทางที่ผิดเป็นเวลา 4 ปี จาก 1 เม็ด สู่ 800 เม็ดต่อวันเพื่อลดน้ำหนัก อันนี้เป็นความเชื่อที่ผิดอย่างชัดเจน จากบันทึกทางการแพทย์ หญิงสาวคนนี้ป่วยเป็นโรคท้องผูกเรื้อรัง และวิตกกังวลและหมกมุ่นกับการควบคุมน้ำหนักอยู่ตลอดเวลา ช่วงก่อนหน้านี้ เมื่อ 4 ปีก่อน เธอเริ่มมองหายาเม็ดลดน้ำหนัก ที่กำลังเป็นที่นิยมในโซเชียลมีเดีย ซึ่งมาในรูปแบบเม็ดสีชมพูเล็กๆ ส่วนประกอบหลักของยานี้คือ บิซาโคดิล ซึ่งเป็นยาระบายกระตุ้น ซึ่งในตอนเเรกก็กินเเค่วันละ 1 เม็ดเพื่อบรรเทาอาการท้องผูก เเต่พอกินเเล้วไม่สำเร็จ เกิดอาการดื้อยา การขับถ่ายกลายเป็นอัมพาต เธอก็เลยตัดสินใจผิดกะพึ่งพาสารพิษ โดยเพิ่มปริมาณยา จาก 5 เม็ด 10 เม็ด 100 เม็ด และจนถึง 800 เม็ดต่อวันเเต่พอหยุดกินยา ก็เริ่มมีปฏิกิริยาที่รุนเเรงมากขึ้น เช่น ไม่สามารถขับถ่ายได้เลย มีอาการบวมน้ำทั่วร่างกาย อ่อนเพลียอย่างมาก และปัสสาวะลดลงอย่างรวดเร็ว ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ ระดับครีเอตินินในเลือดสูงขึ้นผิดปกติ (บางครั้งสูงเกิน 300 ไมโครโมล/ลิตร) ซึ่งบ่งชี้ถึงภัยคุกคามร้ายแรงต่อการทำงานของไต ไตเสียหาย ลำไส้ใหญ่เป็นอัมพาต และฝ่อลีบเหมือนท่อที่ชำรุดในขณะเดียวกัน ดร. เฉิน ฉีอี้ จากโรงพยาบาลประชาชนหมายเลข 10 (เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน) เเผนกศัลยกรรมลำไส้ ทำการประเมินผู้ป่วยอย่างละเอียดถี่ถ้วน การวินิจฉัยพบว่า สาวคนนี้มีภาวะขาดสารอาหารอย่างรุนแรง โดยมีดัชนีมวลกาย (BMI) น้อยกว่า 16.5 ระดับโพแทสเซียมและโซเดียมในเลือดต่ำมากเนื่องจากความไม่สมดุลของอิเล็กโทรไลต์ การเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่แย่ลงจนเกือบหยุดนิ่ง เเพทย์เลยช่วยชีวิตไว้ด้วยการผ่าตัดส่องกล้องเพื่อตัดลำไส้ใหญ่ทั้งหมดออกและต่อลำไส้ตรงใหม่ ซึ่งเมื่อตัดออกแล้ว ส่วนของลำไส้ใหญ่ส่วนนี้ปนเปื้อนอย่างรุนแรงด้วยยาระบายที่สะสมมาเป็นเวลานาน เส้นประสาทและกล้ามเนื้อเรียบของลำไส้ส่วนนั้นฝ่อไปโดยสิ้นเชิง สูญเสียการทำงานของการหดตัวตามธรรมชาติไปอย่างสิ้นเชิง โชคดีที่หลังจากการผ่าตัดใหญ่ ผู้ป่วยค่อยๆ ฟื้นฟูความสามารถในการขับถ่ายได้เอง ระดับครีเอตินินดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเธอได้รับอนุญาตให้กลับบ้านชั่วคราวเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการฟื้นฟูต่อไปสุดท้ายเเล้วรื่องการใช้ยาระบายเพื่อลดน้ำหนัก กรณีของหญิงสาวอายุ 27 ปีไม่ใช่เรื่องแปลกในจีนหรือเซี่ยงไฮ้ เพราะมีผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายกันถึง 10 ราย ผู้ป่วยทั้งหมดเป็นผู้หญิง อายุเฉลี่ย 35 ปี มีนิสัยกินยามากกว่า 50 เม็ดต่อวัน และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยอาการทั่วไป ได้แก่ น้ำหนักลด โพแทสเซียมในเลือดต่ำ การทำงานของไตบกพร่อง และความวิตกกังวลอย่างรุนแรงสุดท้ายเเล้วอย่าหลอกตัวเอง อย่าคิดว่าจะพึ่งเเค่ยาที่ช่วยให้เราทำมันได้ไวขึ้นเเต่ส่งผลเสียต่อร่างกายมหาศาล เพราะความผอมที่แลกมาด้วยความตาย…มันไม่มีคำว่าคุ้มที่มา:สื่อต่างประเทศhttps://soha.vn/co-gai-27-tuoi-dai-dot-uong-800-vien-thuoc-ngay-keo-dai-4-nam-dan-den-hong-than-cat-bo-dai-trang-19826060117560346.htm


Posted

in

by

Tags: