จากกรณีผู้ป่วยร้องคลินิกลดน้ำหนัก ย่านรามอินทรา นำยาไม่ขึ้นทะเบียนมาให้บริการ และพบยาตกมาตรฐานกฎหมายสถานพยาบาลหลายข้อ ล่าสุด วันนี้ (4 มิ.ย.69) นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อโชเซียล ถึงผู้ป่วยหญิงรายหนึ่ง ซึ่งเข้ารับบริการฉีดยาลดน้ำหนักที่คลินิกแห่งหนึ่ง ย่านรามอินทรา และเกิดอาเจียนรุนแรงจนต้องส่งต่อไปโรงพยาบาล โดยญาติให้ข้อมูลว่า ขณะเข้ารับบริการ คลินิกไม่มีแพทย์เข้ามาทำการตรวจ ชักประวัติแต่อย่างใด อีกทั้งผู้ให้บริการฉีดยาก็เป็นผู้ช่วยแพทย์ ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อร่างกายผู้รับบริการ ตนจึงสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของกองกฎหมาย และกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรม สบส. ร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก. ปคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงคลินิกดังกล่าวโดยการบันทึกถ้อยคำจากผู้เกี่ยวต้องพบว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ค.63 ผู้ป่วยหญิงรายดังกล่าวได้ติดต่อคลินิกฯ เพื่อทำหัตถการลดน้ำหนักโดยใช้ยา "Mounjaro" โดยได้แจ้งความประสงค์ให้พนักงานของคลินิกว่าประสงค์อยากลดน้ำหนัก โดยมีผลข้างเคียงน้อย พนักงานจึงแนะนำตัวยา "NOVOTRIMPLUS/VitaPeptix" ให้แก่ผู้ป่วย และได้มีการเปลี่ยนตัวยาเดิมเป็นตัวยาใหม่ โดยผู้ป่วยได้รับการปักปากกาลดน้ำหนักจากเจ้าหน้าที่ของคลินิก หลังจากเข้ารับบริการ ผู้ป่วยมีอาการปกติดี แต่ในวันที่ 30 พ.ค.69 ผู้ป่วยแจ้งว่ามีอาการไข้ คลินิกฯ จึงแจ้งว่าอาจเป็นอาการข้างเคียงจากการรับยาดังกล่าวในครั้งแรก และในวันที่ 31 พ.ค.69 ผู้ป่วยแจ้งว่ามีอาการรุนแรงขึ้นจนต้องเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านสายไหมจากการตรวจสอบพื้นที่และเอกสารทางการแพทย์ของคลินิกฯ เพิ่มเติม พบการกระทำที่ผิดมาตรฐานพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ดังนี้ 1.พบผู้ทำหัตถการปักยาลดน้ำหนักให้ผู้ป่วยไม่ใช่แพทย์ 2.พบการปรับเปลี่ยนพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต 3.บัตรบันทึกประวัติผู้ป่วยนอก (OPD Card) รายละเอียดไม่ครบถ้วน ไม่มีลายมือชื่อผู้ประกอบวิชาชีพที่ให้บริการรักษาพยาบาล และ 4.ซองยาแสดงรายละเอียดไม่ครบ เช่น ชื่อคลินิก ที่ตั้ง วันหมดอายุของยา อีกทั้งจากการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ อย. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปดบ. พบว่า ยา "NOVOTRIMPLUS/VitaPeptix" เป็นยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน จึงดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ พร้อมมีคำสั่งปิดคลินิก 15 วัน ทันทีด้านทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวเพิ่มเติมว่า ยา และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ทุกชนิด ซึ่งนำมาใช้กับร่างกายของผู้ป่วยนั้น จะต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพ มาตรฐาน และได้รับการขึ้นทะเบียนจาก อย. เพื่อความปลอดภัย การที่สถานพยาบาลนำยาที่ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนมาใช้นั้น ย่อมส่งผลอันตรายต่อสุขภาพ ร่างกาย ของผู้ป่วย จากสารปนเปื้อน หรือสารอันตรายที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งนอกจากจะเป็นการกระทำผิดกฎหมายแล้ว ยังทำให้ผู้ป่วยเสียโอกาสในการรักษา ทำให้โรคที่เป็นอยู่ลุกลาม จากการหลงเชื่อสรรพคุณที่เกินจริง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กลุ่มลดน้ำหนัก ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ก่อนรับบริการจึงควรสอบถามผู้ให้บริการถึงชื่อยาหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำมาใช้ทุทุกครั้ง หากมีการอ้างสรรพคุณว่าเห็นผลไวใน 3-7 วัน หรือกินแล้วไม่ต้องควบคุมอาหารและออกกำลังกาย ให้ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง และให้ตรวจสอบเลขผลิตภัณฑ์ผ่านเว็บไซต์ อย. (https://oryor.com) พากไม่พบให้หลีกเลี่ยง และแจ้งเบาะแสมาที่กรม สบส. ทางหมายเลขโทรศัพท์ 02 193 7000 เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง
สั่งปิดคลินิกดัง 15 วัน หลังปักปากกาให้คนไข้ จนเข้าโรงพยาบาล
by
Tags: