อองตวน เซเมนโย่ ไขว้ยิงอย่างเหนือชั้น ช่วยให้ แมนฯ ซิตี้ เฉือนชนะ เชลซี คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ เป็นสมัยที่ 8 จากการเข้าชิง 4 ปีติดต่อกันคาลั่ม แม็คฟาร์เลน กุนซือชั่วคราวเชลซี ปรับทีม 2 จุด จากเกมเสมอ ลิเวอร์พูล 1-1 โดยได้ โรเบิร์ต ซานเชซ หายเจ็บกลับมาเฝ้าเสา รีช เจมส์ ฟิตคืนตัวจริงลงเล่นในแดนกลาง ด้าน มาร์ก กูกูเรย่า ถูกดันมาเล่นสูงอีกครั้งเป๊ป กวาดิโอล่า ปรับทีมแมนฯ ซิตี้ 5 ตำแหน่งจากเกมชนะ พาเลซ 3-0 โดย โรดรี้ ได้ออกสตาร์ตเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกมชนะ อาร์เซน่อล โอมาร์ มาร์มูช ยังได้สตาร์ต่อไป ส่วน เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ คืนตัวจริง เช่นเดียวกับ เจเรมี่ โดกู และ นิโก้ โอไรลี่ย์ ส่วน เจมส์ แทรฟฟอร์ด ได้เฝ้าเสาในรายการนี้เหมือนเดิมเกมช่วง 20 นาทีแรก แมนฯ ซิตี้ ที่เข้าชิงรายการนี้ 4 สมัยติดเป็นทีมแรก ครองบอลได้มากกว่า แต่ยังเจาะ เชลซี ที่เล่นได้อย่างรัดกุม และพยามยามหาจังหวะสวนกลับนาที 23 รีช เจมส์ ไปพลาดโดน เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ แย่งบอลมาได้ ก่อนจะเปิดยัดไปที่เสาสองหวังให้ โอมาร์ มาร์มูซ เข้าชาร์จ แต่ว่าบอลมันแรงออกไปนาทีที่ 27 แม้ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ จะชาร์จจ่อๆ ที่เสาสองเข้าไป แต่ผู้ตัดสินยกธงไม่ให้เนื่องจาก มาเตอุส นูเนส คนที่เปิดมานั้นล้ำหน้าจากจังหวะไปรับบอลมาจาก อองตวน เซเมนโย่เกมผ่านเข้าสู่นาที 35 เชลซี เริ่มครองบอลได้มากขึ้นและมีโอกาสกดดันใส่ แมนฯ ซิตี้นาที 43 เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ก็มีโอกาสกดด้วยซ้ายแต่ โรเบิร์ต ซานเชซ ก็ยังเซฟเอาไว้ได้ช่วงนาที 45+1 อับดูโคดีร์ คูซานอฟ ไปกระแทกใส่ ชูเอา เปโดร ล้มในกรอบเขตโทษ แต่ VAR มองว่า คูซานอฟ ใช้ไหลชนมากกว่า จบ 45 นาทีแรกยังเสมอ 0-0กลับลงมาครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี้ เพิ่มความหลากหลายในเกมรุกด้วยการส่ง รายาน แชร์กี ลงไปแทน โอมาร์ มาร์มูซ ที่ครึ่งแรกเล่นไม่ออกนาที 47 นิโก้ โอไรลี่ย์ เปิดจากซ้ายไปที่เสาสองแต่ อองตวน เซเมนโย่ โหม่งข้ามคานออกไปนาที 58 เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ เปิดไปโดนแขน นิโก้ โอไรลี่ย์ ในกรอบประตู แต่ไม่ได้จุดโทษ เนื่องจาก โอไรลี่ย์ นั้นแขนแนบลำตัวนาที 65 เป๊ป ปรับแดนกลางอีกครั้งด้วยการถอด โรดรี้ ออกและส่ง มาเตโอ โควาซิซ ลงไปแทนนาทีที่ 72 แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ 1-0 จาก อองตวน เซเมนโย่ ไขว้ยิงจากลูกที่ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ จ่ายจากทางขวามาให้ เข้าไปอย่างเหนือชั้นนาทีที่ 77 นิโก้ โอไรลี่ย์ พลาดทำประตูเพิ่มให้ ซิตี้ เมื่อลากจี้เข้าไปในเขตโทษ แต่ไม่ยิงเอง เลือกจ่ายเข้ามากลาง แต่ไม่มีเพื่้อนเติมมาอยู่ตรงนั้นนาทีที่ 85 โรเบิร์ต ซานเชซ มาโชว์ซูเปอร์เซฟปัดลูกยิงของ รายาน แชร์กี เอาไว้ได้ช่วงทดเจ็บ 5 นาทีไม่มีประตูเกิดจบเกม แมนฯ ซิตี้ เฉือนชนะ เชลซี 1-0 คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ เป็นสมัยที่ 8 ต่อจากปี 1904, 1934, 1956, 1969, 2011, 2019, 2023 จากการเข้าชิง 4 ปีติดต่อกัน ส่วนเชลซี อกหักแพ้ทั้ง 4 ครั้งหลังสุดในการเข้าชิงรายชื่อผู้เล่น 11 ตัวจริงของทั้งสองทีมเชลซี (4-2-3-1) : โรเบิร์ต ซานเชซ – มาโล กุสโต้, เวสลี่ย์ โฟฟาน่า, ลีวาย โคลวิลล์, ยอร์เรล ฮาโต้ – รีช เจมส์, มอยเซส ไกเซโด้ – โคล พาลเมอร์, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ, มาร์ก กูกูเรย่า – ชูเอา เปโดรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-2-3-1) : เจมส์ แทรฟฟอร์ด- มาเตอุส นูเนส, อับดูโคดีร์ คูซานอฟ , มาร์ค เกฮี, นิโก้ โอไรลี่ย์ – โรดรี้, แบร์นาร์โด้ ซิลวา – อองตวน เซเมนโย่, โอมาร์ มาร์มูซ, เจเรมี่ โดกู – เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ข่าวที่เกี่ยวข้องโปรแกรมพรีเมียร์ลีก แมตช์เดย์ที่ 37 อาร์เซน่อล – แมนฯ ซิตี้ ลุ้นคว้าชัย ผลบอล แมนฯซิตี้ ชนะ คริสตัล พาเลซ ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกโค้งสุดท้าย อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผลบอลแมนฯ ซิตี้ ชนะ เชลซี คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ สมัยที่ 8 ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.pptvhd36.com
ผลบอลแมนฯ ซิตี้ ชนะ เชลซี คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ สมัยที่ 8
by
Tags: