หลากคำถาม TH-AI Passport จากผู้เชี่ยวชาญ AI คุ้ม-ไม่คุ้ม/ คนไทยจะได้อะไร

ไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่าจะดำเนิน โครงการ TH-AI Passport ที่มีมูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท กลับมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และการแสดงความเห็นจากคนในแวดวงเทคโนโลยี นักการเมืองและสังคม จำนวนมาก ว่าโครงการนี้จะใช้งบประมาณได้คุ้มค่า และโปร่งใสจริงหรือไม่ ?สรุปมุมมองต่อเหตุการณ์ TH-AI Passportไทยพีบีเอสออนไลน์ ประมวลมานำเสนอดังนี้ เริ่มเผยแพร่แผนจัดซื้อ-จัดจ้าง(TOR) ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ย.2568 เพื่อประชาพิจารณ์ในวันที่ 15-22 ธ.ค.2568 ใช้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามกฎหมายผ่านระบบ e-bidding28 พ.ค.2569 นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของโครงการ TH-AI Passportวันที่ 28 พ.ค.2569 นายภาวุธ โพสข้อความผ่านเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/share/p/17vpJLxUan/วันที่ 2 มิ.ย.2569 สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) ได้ออกมาเสนอขอเสนอแนวทางเพื่อให้โครงการ TH-AI Passport เกิดประโยชน์สูงสุด https://www.facebook.com/share/p/1GRk2EbNHw/วันที่ 8 มิ.ย.2569 ไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ ความพยายามสร้างความชอบธรรมให้โครงการเดินหน้าต่อ https://www.facebook.com/share/p/1D16GT6zTp/วันที่ 9 มิ.ย.2569 ไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ กรณีปลัดดีอีแจงว่ายกเลิกสัญญาไม่ได้ https://www.facebook.com/share/v/1DXvQnsNQr/วันนี้ (10 มิ.ย.2569) รศ.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบัน ไอเอ็มซี โพสต์ สาเหตุที่บุคลากรในแวดวงไอทีจำนวนมากออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยต่อโครงการ ไม่ได้เป็นเพราะเหตุผลทางการเมือง https://www.facebook.com/share/p/1JJMXjXdPt/วันที่ 11 มิ.ย.2569 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะเปิดเวที TH-AI Passport Forum ระดมรับฟัง-แลกเปลี่ยนความคิดเห็น โครงการ TH-AI Passport https://www.facebook.com/share/p/1WhKaqLzTM/โครงการ TH-AI Passport คืออะไรโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยมีวงเงิน 1,621 ล้านบาท เพื่อจัดหาเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) จำนวน 12 โมเดล ให้ประชาชน 5 ล้านคนเข้าถึงการใช้งาน AI ระดับโปรเป็นเวลา 1 ปี ผ่านแพลตฟอร์มกลางที่รวบรวมบริการ AI หลายรายไว้ในระบบเดียวกระทรวงดีอีระบุว่า โครงการดังกล่าวดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยเผยแพร่แผนจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่วันที่ 17 พ.ย. 2568 เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างขอบเขตงาน (TOR) ระหว่างวันที่ 15-22 ธ.ค. 2568 และดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบ e-biddingอย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โครงการดังกล่าวถูกตั้งคำถามจากทั้งนักการเมือง ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และภาคเอกชน ถึงความคุ้มค่า ความโปร่งใส และรูปแบบการดำเนินโครงการโดยประเด็นนี้เกิดเป็นกระแสวิพากวิจารณ์ที่ผ่านมา หลังจาก เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2569 นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามสดต่อรัฐบาลเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport พร้อมยังกล่าวถึง TOR ของโครงการฯ ว่า เข้าข่ายล็อกสเปกโดยกำหนดว่า ต้องมีการประชาสัมพันธ์ผ่านจอดิจิทัลในร้านสะดวกซื้อ 1,500 สาขา ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มทุนเพียงรายเดียวที่ถือครองสิทธิจอในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งคือผู้ชนะประมูล อีกทั้งยังมีความเชื่อมโยงกับหลายโครงการของพรรคการเมือง"สิ่งที่เราตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มบริษัทเหล่านี้จะมีความเชื่อมโยงกับทุนขาประจำ ที่ได้รับในงานกระทรวง ที่พรรคท่านบริหารมาโดยตลอดหรือไม่ ดังนั้นโครงการ TH-AI Passport คือโครงการที่มีความผิดปกติและมีความบังเอิญเต็มไปหมด TOR ผิดปกติ ความแปลกประหลาดและความไม่เหมาะสมหลายๆ ประการ การเร่งจบภายใน 30 กว่าวัน คนที่ชะนะโครงการคือโครงข่ายกินรวบที่เป็นหน้าเดิม ๆ และเกี่ยวข้องกับพรรคท่านมาโดยตลอด คำถามคือ ท่านรู้มาก่อนหรือไม่ และปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในกระทรวงของท่านได้อย่างไร" นายภาวุธ กล่าววันเดียวกัน นายภาวุธ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/share/p/17vpJLxUan/ หลังได้ตั้งกระทู้ถามสดในสภา กับทาง รมว.กระทรวง DE โครงการ TH-AI Passportคำถามแรก ทำไมต้อง 5 ล้านคน ?นายภาวุธชี้ สดช. (สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) ชี้แจงในกรรมาธิการว่า วิธีคิดคือ กองทุนมีเงินเหลือ 1,500-1,600 ล้าน หารด้วยราคา AI หัวละ 300 บาท ก็ได้ 5 ล้านคนพอดี ฟังแล้วตกใจ ว่าตัวเลข 5 ล้านคน ไม่ได้มาจากความต้องการของประชาชนส่วนด้านรัฐมนตรีตอบว่า มาจากการศึกษา AI Adoption Rate ของโลก ต้องการดันไทยขึ้นไปแข่งกับเวียดนาม แต่ที่น่าสังเกตคือรัฐมนตรีดีอีกล่าวว่า "ผมไม่ทราบว่าหน่วยงานไปชี้แจงยังไง" นั้นย้อนแย้งกับที่ สดช.แจงก่อนหน้า"แปลว่ารัฐมนตรีกับ สดช. ให้เหตุผลคนละชุดกัน คนหนึ่งบอกคิดจากเงินที่เหลือ อีกคนบอกคิดจากตัวเลขโลก แล้วใครพูดความจริงครับ?" นายภาวุธกล่าวคำถามที่ 2 ทำไมโครงการนี้ประกาศและเปิดให้ยื่น ภายในแค่ 34 วัน? ซึ่งเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์กองทุน DEนายภาวุธตั้งข้อสังเกตต่อโครงการวงเงิน 1,600 ล้านบาท ตั้งคำถามถึงระยะเวลาการเปิดรับข้อเสนอที่ใช้เวลาเพียง 34 วัน หลังประกาศโครงการในช่วงปลายเดือน ธ.ค. โดยระบุว่า โครงการขนาดใหญ่ในลักษณะนี้โดยทั่วไปมักใช้เวลาเตรียมการและยื่นข้อเสนอ 3-6 เดือนนอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกต 4 ประเด็น ได้แก่ บริษัทที่เข้ามาจัดทำราคากลางกลับเป็นผู้ชนะการประมูล และชนะด้วยราคาที่ต่ำกว่าราคากลางเพียง 1.5% ข้อกำหนดใน TOR ที่ระบุให้มีการโฆษณาผ่านจอดิจิทัลในร้านสะดวกซื้อ 1,500 สาขา ซึ่งมีผู้ถือสิทธิ์รายใหญ่เพียงรายเดียวในประเทศไทยและอยู่ในกิจการร่วมค้าที่ชนะประมูล บริษัทที่จัดทำราคากลาง เป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยจัดทำราคากลาง ในโครงการด้าน Big Data และคลังหน่วยกิตของกระทรวง อว. และกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงกลุ่มบริษัทเดียวกันยังได้รับงานโครงการ MotoGP ที่ จ.บุรีรัมย์ด้านรัฐมนตรีชี้แจงว่า กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาดำเนินการ 5 เดือน มีการรับฟังความคิดเห็นตามกฎหมาย และ TOR มีความยาว 33 หน้า โดยส่วนที่เกี่ยวข้องกับสื่อมีเพียง 2 หน้าอย่างไรก็ตามระยะเวลา 5 เดือนดังกล่าว เป็นการนับกระบวนการภายใน ขณะที่ภาคเอกชนรับทราบข้อมูลอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันประกาศโครงการ ซึ่งเหลือเวลาเตรียมเอกสารเพียง 34 วัน และมองว่าอาจเป็นระยะเวลาที่ไม่เพียงพอสำหรับการจัดทำข้อเสนอของโครงการขนาดใหญ่นอกจากนี้ยังระบุว่า ประเด็นทางกฎหมายไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนหน้าของ TOR แต่ขึ้นอยู่กับเนื้อหาว่ามีเงื่อนไขที่อาจเอื้อประโยชน์แก่ผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งหรือไม่ โดยเห็นว่าส่วนที่เกี่ยวข้องกับสื่อโฆษณาใน TOR มีลักษณะที่เข้าข่ายการกำหนดคุณสมบัติเฉพาะเจาะจงคำถามที่ 3 คุ้มค่าจริงหรือ?นายภาวุธแสดงความเห็นว่า หากต้องการให้ประชาชน 5 ล้านคนเข้าถึงการใช้งาน AI อาจไม่จำเป็นต้องจัดซื้อบัญชีผู้ใช้งานแยกสำหรับแต่ละคน แต่สามารถจัดซื้อโทเคน เพื่อแบ่งปันการใช้งานร่วมกันได้ ซึ่งมองว่า น่าจะใช้งบประมาณในระดับหลักร้อยล้านบาท ไม่ใช่กว่า 1,500 ล้านบาท นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตถึงการจัดซื้อผ่านบริษัทตัวกลาง โดยยกตัวอย่างกรณีของสิงคโปร์ที่มีการทำข้อตกลงโดยตรงกับ OpenAI และได้รับการลงทุนจัดตั้งห้องปฏิบัติการภายในประเทศด้านรัฐมนตรีชี้แจงว่า การจัดซื้อโดยตรงไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากข้อกำหนดของบริษัทผู้ให้บริการกฎหมายของไทย อีกทั้งหากจัดซื้อโดยตรงอาจทำให้ข้อมูลถูกส่งออกไปประมวลผลนอกประเทศอย่างไรก็ตาม นายภาวุธตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า หน่วยงานภาครัฐไทยเคยจัดซื้อบริการจากผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายใหญ่โดยตรงมาแล้ว เช่น Microsoft Azure และ AWS จึงตั้งคำถามว่า เหตุใดโครงการนี้จึงไม่สามารถดำเนินการในลักษณะเดียวกันได้นายภาวุธทิ้งท้าย เรียกร้องให้ "ระงับการเปิดลงทะเบียนโครงการนี้" ที่กำลังจะเปิดเดือนหน้าไว้ก่อน และส่งให้ สตง. และ ป.ป.ช. เข้าตรวจสอบกระบวนการประมูลและผลประโยชน์ทับซ้อนทั้งหมดให้ชัดเจนก่อนด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ยืนยันว่า กระบวนการดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมาย มีการรับฟังความคิดเห็นตามขั้นตอน และไม่สามารถจัดซื้อบริการบางประเภทโดยตรงได้เนื่องจากข้อจำกัดด้านกฎหมายและเงื่อนไขของผู้ให้บริการสมาคม AI ไทย เสนอแนวทางปรับปรุงโครงการวันที่ 2 มิ.ย. 2569 สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) เสนอแนวทางพัฒนาโครงการ TH-AI Passport ผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/share/p/1GRk2EbNHw/ เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าและสร้างประโยชน์ต่อระบบนิเวศ AI ของไทย ทั้งในด้านความคุ้มค่าของงบประมาณและการพัฒนาระบบนิเวศ AI ของประเทศไทยโดยเสนอให้มีการวางกลยุทธ์การใช้แพลตฟอร์มเพื่อลดต้นทุน Token ผ่านการจัดสรรสิทธิ์การใช้งานโมเดล AI ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน และเปิดให้นักพัฒนาเข้าถึง Token ขั้นสูงผ่านระบบ API เพื่อสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมและลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มสตาร์ทอัพนอกจากนี้ ยังเสนอให้สนับสนุนโมเดล LLM ที่พัฒนาโดยคนไทย เช่น ThaiLLM ให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกของแพลตฟอร์ม พร้อมสร้างกลไกส่งต่อข้อมูลและผลการใช้งานกลับสู่ภาควิจัยและผู้พัฒนาไทย ภายใต้กรอบการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม เพื่อยกระดับขีดความสามารถของโมเดลไทย และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระยะยาวด้านโครงสร้างพื้นฐาน เสนอให้ลงทุนเพิ่มจำนวน AI Server ภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักวิจัยและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงทรัพยากรการประมวลผลได้ในต้นทุนต่ำ รวมถึงวางบทบาทของ TH-AI Passport ให้เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงผู้ใช้งานกับผลิตภัณฑ์ AI ของไทย และเป็นพื้นที่เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ เพื่อส่งเสริมการนำเทคโนโลยีไทยไปใช้งานจริงในวงกว้าง อีกทั้งยังเสนอให้มีระบบรายงานการใช้ Token ของโมเดลแต่ละค่ายอย่างโปร่งใส เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนจัดสรรทรัพยากร การคัดเลือกโมเดล และการประเมินความคุ้มค่าของงบประมาณในอนาคตอีกแนวทางหนึ่ง คือ การจัดสรรงบประมาณบางส่วนเพื่อจัดซื้อ Credit หรือสิทธิ์การใช้งานจาก AI Startup ของไทย และมอบให้ประชาชนรวมถึงผู้ประกอบการ SMEs ได้ทดลองใช้งานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลิตภาพทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนรายได้และการสร้างฐานผู้ใช้งานให้แก่ผู้ประกอบการ AI ภายในประเทศส่วนข้อเสนอด้านธรรมาภิบาล ระบุว่าควรมีกลไกกำกับดูแลและตรวจสอบ AI Governance ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและกฎหมายไทย โดยครอบคลุมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ความน่าเชื่อถือของโมเดล ความโปร่งใสในการจัดสรรสิทธิ์และการใช้จ่ายงบประมาณ ตลอดจนการป้องกันการใช้ AI ในทางที่ไม่เหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ใช้งานและทำให้โครงการดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้รักชนก ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมวันที่ 8 มิ.ย. 2569 รักชนก ศรีนอก โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport วงเงิน 1,600 ล้านบาท ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) https://www.facebook.com/share/p/1D16GT6zTp/รักชนกระบุว่า มีการสร้างความพยายามความชอบธรรมให้โครงการเดินหน้าต่อ พร้อมยก 4 ประเด็นที่เห็นว่าน่าตั้งข้อสังเกต ได้แก่ กรณี ดร.ธารินี วรินทรากุล ออกมาแสดงความเห็นสนับสนุนโครงการ โดยรักชนกได้ตั้งคำถามถึงตัวตน ประวัติการทำงาน และผลงานทางวิชาการของบุคคลดังกล่าวประเด็นที่สอง คือคำชี้แจงของปลัดกระทรวงดีอี เกี่ยวกับการนำข้อมูลไปใช้พัฒนา ThaiLLM โดยตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ให้บริการ AI ระดับโลกหลายราย มีข้อกำหนดไม่ให้นำข้อมูลผู้ใช้งานไปใช้ฝึกโมเดล และในเอกสาร TOR ยังระบุให้ทำลายข้อมูลเมื่อสิ้นสุดโครงการ จึงมองว่ามีความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการใช้ข้อมูลประเด็นที่สาม คือผลสำรวจความคิดเห็นของซูเปอร์โพลที่ระบุว่า ประชาชนร้อยละ 63.7 สนับสนุนโครงการ TH-AI Passport โดยตั้งคำถามถึงวิธีการสำรวจและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการจัดทำผลสำรวจดังกล่าวส่วนประเด็นสุดท้าย คือเวทีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการที่กระทรวงดีอีเตรียมจัดขึ้นในวันที่ 11 มิ.ย. 2569 โดยมองว่าควรมีการติดตามและตรวจสอบเนื้อหาการหารือ รวมถึงบทบาทของผู้เข้าร่วมจากภาคธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีอิทธิพลทางความคิดอย่างใกล้ชิดต่อมาในวันที่ 9 มิ.ย.2569 รักชนกโพสต์ถึงกรณีที่ปลัดกระทรวงดีอีชี้แจงว่า ไม่สามารถแก้ไขสัญญาโครงการได้ https://www.facebook.com/share/v/1DXvQnsNQr/ โดยระบุว่า แม้จะไม่สามารถแก้ไขสัญญาได้ แต่ยังสามารถยกเลิกสัญญาได้ตามที่ระบุไว้ใน TOR หน้า 31 ข้อ 15 ซึ่งกำหนดว่าสำนักงานฯ อาจยกเลิกการจัดจ้างได้ หากการดำเนินโครงการต่อไป อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสำนักงานฯ หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะทั้งนี้ น.ส.รักชนกเห็นว่า หากไม่สามารถแก้ไขสัญญาได้ ควรพิจารณายกเลิกสัญญาและยุติโครงการดังกล่าว เนื่องจากมองว่าอาจส่งผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะผู้เชี่ยวชาญไอทีชี้ ประเด็นอยู่ที่ความคุ้มค่า ไม่ใช่แค่การเมืองขณะที่ ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านไอที โพสต์บนเฟซบุ๊ก วันนี้ (10 มิ.ย.2569) แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport ระบุว่า สาเหตุที่บุคลากรในแวดวงไอทีจำนวนมาก ออกมาแสดงความ “ไม่เห็นด้วยต่อโครงการ” ไม่ได้เป็นเพราะเหตุผลทางการเมือง แต่เป็นการพิจารณาจากข้อเท็จจริงและมุมมองทางเทคนิคที่สามารถตรวจสอบและพิสูจน์ได้ดร.ธนชาติระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญ นักพัฒนา และผู้ใช้งาน AI เป็นกลุ่มที่มีประสบการณ์ตรงกับเทคโนโลยี จึงสามารถประเมินได้ว่าโครงการมีความคุ้มค่าและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะหรือไม่ พร้อมมองว่าหากภาครัฐสามารถจัดหาเครื่องมือ AI ระดับคุณภาพสูงให้ประชาชนใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ก็จะได้รับการตอบรับจากผู้ใช้งานจำนวนมาก เนื่องจากปัจจุบันผู้ใช้งานจำนวนไม่น้อยต้องเสียค่าใช้จ่ายรายเดือนสำหรับบริการ AI ระดับ Plus หรือ Proอย่างไรก็ตาม เขาเห็นว่าเครื่องมือ AI ที่นำเสนอภายใต้โครงการดังกล่าวยังไม่สามารถทดแทนบริการ AI เชิงพาณิชย์ที่ผู้ใช้งานจำนวนมากเลือกใช้ในปัจจุบันได้ โดยระบุว่าประสิทธิภาพอาจไม่แตกต่างจากบริการฟรีที่มีอยู่ในตลาดมากนัก จึงเป็นเหตุผลที่ผู้ใช้งานและคนทำงานด้านเทคโนโลยียังคงยินดีจ่ายค่าบริการ AI ระดับพรีเมียมต่อไปทั้งนี้ ธนชาติทิ้งท้ายว่า หากมีบริการ AI ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายและมีคุณภาพเพียงพอต่อการใช้งานจริง ผู้ใช้ส่วนใหญ่ก็คงเลือกใช้บริการดังกล่าวแทนการจ่ายค่าบริการรายเดือนด้วยตนเองเตรียมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นอย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ (11 มิ.ย. 2569 ) กระทรวงดีอีเตรียมจัดเวที "TH-AI Passport Forum" เพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการ ท่ามกลางข้อถกเถียงที่ยังดำเนินอยู่ทั้งในแวดวงเทคโนโลยี ภาคการเมือง และสังคมออนไลน์รายงานโดย : น.ส.ฐิตินันท์ คุ้มตะสิน นักศึกษาฝึกงาน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอ่านข่าว :TH-AI Passport คืออะไร กางไทม์ไลน์จัดซื้อจัดจ้างวงเงินกว่า 1.6 พันล้าน ตั้งข้อสังเกต TH-AI Passport ใช้งบ 1.6 พันล้าน จัดซื้อจัดจ้างโปร่งใส ?กมธ.ปปง.เชิญ 3 หน่วยงาน แจงโครงการ TH-AI Passport 4 มิ.ย.นี้ “รังสิมันต์” รับสอบโครงการ TH-AI Passport


Posted

in

by

Tags: