13 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 17.00 น. ขบวนพระศพของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้เคลื่อนผ่านประตูวิเศษไชยศรี ถนนหน้าพระลาน มุ่งหน้าสู่พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวังบรรยากาศสองข้างทาง ถนนหน้าพระลาน โดยเฉพาะด้านหน้าประตูทางเข้าวิเศษไชยศรี เต็มไปด้วยพสกนิกรจำนวนมากที่มาเฝ้ารอส่งเสด็จ ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัยอย่างสุดซึ้งประชาชนต่างพร้อมใจกันกราบลงกับพื้น เพื่อน้อมถวายความอาลัย และส่งเสด็จขบวนพระศพด้วยความจงรักภักดี ซึ่งในขณะที่ขบวนเคลื่อนผ่าน หลายคนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ด้วยความเสียใจต่อการสูญเสียพระองค์ท่ามกลางบรรยากาศความโศกเศร้า “น้องทอไหม” นักเรียนชาวสมุทรปราการ ที่เดินทางมาพร้อมพี่สาว เเละ คุณเเม่ นำพระรูป และพระฉายาลักษณ์ของเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ มาแสดงให้ชม พร้อมเปิดเผยถึงความผูกพันที่มีต่อพระองค์ท่านโดยน้องทอไหม กล่าวว่า ตนรู้สึกชื่นชอบพระรูปทุกใบ เพราะมองว่าพระองค์ท่านคือ "แรงบันดาลใจ" ในทุกด้าน โดยเฉพาะพระอัจฉริยภาพ และความเก่งในด้านการเป็นทหาร จนทำให้น้องเกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะเติบโตไปเป็นแบบอย่างตามรอยพระองค์ท่านนอกเหนือจากความชื่นชมส่วนตัว น้องทอไหม ยังกล่าวถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านที่ตนได้ศึกษาและซาบซึ้งใจ โดยเฉพาะเรื่องการส่งเสริมบทบาทสิทธิสตรีและการดูแลผู้ต้องขังหญิง ซึ่งพระองค์ท่านทรงให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมเสมอมาส่วนของวินาทีที่ขบวนพระศพเคลื่อนผ่าน น้องทอไหม เล่าด้วยความตื้นตันใจว่า ตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก และร้องไห้ออกมาด้วยความอาลัย หลังจากที่ได้ติดตามข่าวอาการประชวรของพระองค์ท่านมาโดยตลอด ตั้งแต่วันที่เริ่มทราบข่าวเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ตลอดระยะเวลาที่พระองค์ท่านเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ น้องทอไหมและครอบครัวต่างหมั่นสวดมนต์และเดินทางไปถวายบังคมด้วยความจงรักภักดี เพื่อส่งกำลังใจให้พระองค์ท่านเสมอมาขณะที่ นางนิตา เเม่ของน้องทอไหม กล่าวทั้งน้ำตาระบุว่า คุณแม่และน้องได้เคยร่วมกันพับดาว 900 ดวง เขียนข้อความส่งกำลังใจให้พระองค์หญิงฟื้นตื่นขึ้นมาด้วยลายมือของตนเอง ได้ติดตามเฝ้าอาการของพระองค์ท่านตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาด้วยความหวังแม้พระองค์ท่านจะสิ้นพระชนม์ไปแล้ว แต่สิ่งดีๆ ที่พระองค์ท่านทรงทำจะยังคงอยู่ตลอดไป อยากให้คนไทยจดจำพระองค์ท่านในฐานะผู้ที่ทรงงานหนักเพื่อประชาชน โดยเฉพาะการให้โอกาสและเหลียวแลผู้ต้องขังที่ไม่มีใครเหลียวแล เพื่อให้พวกเขาสามารถกลับตัวกลับใจและมีชีวิตใหม่ได้ผู้ที่มาเฝ้าขบวนพระศพ ยังสะท้อนมุมมองว่าคนเรามักจะเห็นคุณค่าของสิ่งต่างๆ ก็ต่อเมื่อสูญเสียไปแล้ว จึงอยากให้คนไทยตื่นรู้ และเห็นคุณค่าของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่ใช่เพียงในยามลำบากเท่านั้น แต่ต้องร่วมกันปกป้องรักษาไว้ เพราะแผ่นดินไทยอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ด้วยความรักและผูกพันกันระหว่างสถาบันกับประชาชนคุณ นิตา ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปกครองที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย โดยขอให้คนไทยทุกคนเห็นคุณค่าและรักสถาบันฯ ในขณะที่ยังมีอยู่ เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกสูญเสียสิ่งที่รักไปในภายหลัง
“พสกนิกร” หลั่งน้ำตา ส่งเสด็จพระองค์หญิงฯ ครั้งสุดท้าย
by
Tags: