ดูไบเปิดตัวหุ่นยนต์มุสลิมที่แต่งชุดพื้นเมืองและเข้าร่วมพิธีละหมาดในมัสยิดแบบจริง ๆกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลกออนไลน์ หลังจากมีคลิปวิดีโอของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ตัวหนึ่ง ที่สวมชุดแต่งกายพื้นเมืองของชาวเอมิเรตส์ เดินเข้าไปร่วมละหมาดในมัสยิดที่ดูไบ จนนำไปสู่การตั้งคำถามครั้งใหญ่เกี่ยวกับเส้นแบ่งระหว่างเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย กับความเชื่อทางศาสนาหุ่นยนต์สุดไวรัลตัวนี้มีชื่อว่า บู สุไนดาฮ์ (Bu Sunaidah) ซึ่งได้ปรากฏตัวอีกครั้งด้วยการเดินอย่างคล่องแคล่วภายในบ้านพักที่ดูไบ เพื่อมานั่งเคียงข้างกับผู้พัฒนา พร้อมกล่าวทักทายกับผู้สื่อข่าวเป็นภาษาอาหรับอย่างอารมณ์ดีหุ่นยนต์ตัวนี้พัฒนาขึ้นโดยบริษัท วายเอส ลูตาห์ เทค (YS Lootah Tech) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือ เอสเอส ลูตาห์ กรุ๊ป (SS Lootah Group) กลุ่มบริษัทเอกชนเก่าแก่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งปัจจุบันดำเนินกิจการหลากหลายอุตสาหกรรมทั้งในระดับภูมิภาคและระดับสากล โดยบนหน้าเว็บไซต์ระบุสถานะของหุ่นยนต์ตัวนี้ไว้ว่าเป็น ทูตเพื่อชุมชนและการเล่าเรื่องยูซิฟ ลูตาฮ์ (Yousif Lootah) กรรมการบริหารของ เอสเอส ลูตาห์ กรุ๊ป (SS Lootah Group) เผยว่า เหตุผลที่เขาตั้งชื่อหุ่นยนต์ตัวนี้ ด้วยชื่อท้องถิ่นของชาวเอมิเรตส์ ก็เพื่อให้เทคโนโลยีนี้เข้าถึงและใกล้ชิดกับวัฒนธรรมท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มเด็ก ๆซึ่งปัจจุบัน หุ่นยนต์ตัวนี้มีบัญชีอินสตาแกรมส่วนตัว ที่มีผู้ติดตามหลายพันคน และได้รับภารกิจให้ไปร่วมงานสื่อรวมถึงโปรแกรมการสร้างสรรค์นวัตกรรมต่าง ๆ ทั่วประเทศเพื่อร่วมเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรมของ UAEส่วนชนวนเหตุที่ทำให้หุ่นยนต์ตัวนี้เป็นที่พูดถึงในวงกว้าง มาจากคลิปวิดีโอที่ปล่อยโดยผู้พัฒนา ซึ่งเผยให้เห็นภาพของหุ่นยนต์กำลังเดินมุ่งหน้าไปยังมัสยิดในดูไบ และเข้าไปทำท่าทางละหมาดอยู่ภายในซึ่งสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเมตาดาตา (Metadata) ของไฟล์วิดีโอต้นฉบับ ประกอบกับการตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมและคลังภาพ ทั้งลักษณะของหอคอยมัสยิด ลานจอดรถ ทางเข้า และการตกแต่งภายใน สามารถยืนยันได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงวิดีโอนี้ทำให้ชาวเน็ตแตกออกเป็นสองฝ่าย โดยฝ่ายที่ชื่นชมมองว่าเป็นความสำเร็จในการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและขนบธรรมเนียมดั้งเดิมของเอมิเรตส์ได้อย่างลงตัว ส่วนฝ่ายที่ตั้งคำถาม รู้สึกไม่สบายใจและสงสัยถึงความเหมาะสม ในการนำหุ่นยนต์เข้ามาอยู่ในพิธีกรรมทางศาสนาซึ่งประเด็นนี้ ทางผู้สร้างได้เน้นย้ำว่า หุ่นยนต์ไม่สามารถเป็นมุสลิม หรือนับถือศาสนาใด ๆ ได้ แต่มันคือเครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุ ช่วยเหลือด้านการศึกษาของเด็ก ๆ และงานบริการต้อนรับเขาทิ้งท้ายด้วยมุมมองที่น่าสนใจว่า ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า หุ่นยนต์จะกลายเป็นสิ่งทั่วไปที่พบเห็นได้ทุกหนทุกแห่ง ดังนั้น การทำให้เด็ก ๆ ชาวเอมิเรตส์เติบโตมาพร้อมกับความคุ้นเคยในเทคโนโลยีใหม่นี้ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการเตรียมความพร้อมในอนาคตข่าวที่เกี่ยวข้อง“หุ่นยนต์ชาวสวน” ลุยไร่แอปเปิลจีน ช่วยติดถุงแอปเปิล 600 ใบ/ชม. แก้วิกฤตขาดแรงงานเยอรมนีผุด “พนักงานหุ่นยนต์” ใช้ฮิวแมนนอยด์เป็นเพื่อนช่วยเลือกซื้อของ เผยโฉม “สมอง AI” ฝึก “หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์” ทำงานได้ใน 48 ชั่วโมง“Figure 3” บุกทำเนียบขาว “เมลาเนีย ทรัมป์” เปิดตัวหุ่นยนต์ AI พลิกโฉมการศึกษาเด็กสตาร์ตอัปเคนยาทำ “แขนกลอัจฉริยะ” ช่วยเด็กสูญเสียการได้ยิน เรียน STEM ไร้ขีดจำกัด
เอมิเรตส์ตะลึง “หุ่นยนต์ร่วมพิธีละหมาด” สวมชุดพื้นเมือง เชื่อมเทคโนโลยีกับศรัทธา
by
Tags: