19 มิ.ย.69 เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยโสธร เข้าตรวจสอบที่ตึกแถวร้างเลขที่ 223 หมู่ 8 บ้านศาลาแดง ตำบลตาดทอง อำเภอเมือง จังหวัดยโสธรภายในห้องดังกล่าวไม่พบว่ามีใครพักอาศัยอยู่โดยบริเวณชั้น 2 ของตึกพบว่ามีการติดตั้งเครื่องบิทคอยล์ จำนวน 18 เครื่อง และมีการทำตู้เก็บเสียงเพื่อป้องกันเสียงดังออกนอกตัวตึกอย่างดีแต่เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดตู้ออกก็ได้ยินเสียงเครื่องบิทคอยล์ทำงานเสียงดังไปทั่วตึกและยังตรวจพบว่ามีการลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าโดยไม่ผ่านมิเตอร์ของการไฟฟ้าโดยมีการต่อสายตรงจากแนวสายไฟฟ้าที่พาดตามแนวหน้าตึกแล้วลากสายไฟฟ้าเข้าไปภายในตึกและต่อเข้ากับเครื่องบิดคอยล์โดยตรงเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการเก็บวัตถุพยานต่างๆในที่เกิดเหตุและได้ตรวจยึดเครื่องบิทคอยน์ทั้งหมดเอาไว้เป็นของกลางส่งให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยโสธรและจะได้ติดตามหาเจ้าของเครื่องบิทคอยล์ดังกล่าวมารับทราบข้อหาลักทรัพย์เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปจากการตรวจสอบใบแจ้งค่าไฟฟ้าที่ห้องดังกล่าวพบว่ามียอดค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายอยู่เพียง8 บาท เท่านั้น และคาดว่าห้องดังกล่าวน่าจะมีคนมาเช่าอีกทีหนึ่งแล้วติดตั้งเครื่องบิทคอยน์และลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าดังกล่าวด้าน วิศวกรไฟฟ้า เขต 2 อุบลราชธานี บอกว่า เนื่องจากทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยโสธรมีการตรวจพบว่าหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่อยู่ในพื้นที่มีการจ่ายไฟมากกว่าปกติและจากการสำรวจของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ายังพบว่ากระแสไฟฟ้าส่วนใหญ่จะถูกจ่ายเข้าไปตามตึกร้างจึงได้สำรวจตามตึกร้างจนไปพบว่าที่ตึกดังกล่าวมีการใช้กระแสไฟมากกว่าจุดอื่นๆจึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบภายในตึกจนไปพบว่ามีการติดตั้งเครื่องบิทคอยน์ จำนวน 18 เครื่องและมีการลักลอบใช้ไฟฟ้าโดยการต่อสายตรงที่ไม่ผ่านมิเตอร์ไฟฟ้าของการไฟฟ้าซึ่งถือว่าเป็นการลักทรัพย์ ซึ่งเครื่องบิทคอยน์จะใช้กระแสไฟฟ้าเป็นจำนวนมากโดยคาดว่ามูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2 แสนบาท
ใครเป็นคนเช่า บุกตึกร้างกลางยโสธร ใช้ไฟทะลุ 2 แสน จ่ายจริง 8 บาท
by
Tags: