Infinix Note 60 Pro 5G Pininfarina Limited Edition เตรียมเปิดตัวในอินเดีย 24 มิถุนายน 2026 มาพร้อมดีไซน์พิเศษร่วมกับ Pininfarina ฝาหลังลายคาร์บอนไฟเบอร์ ชิป Snapdragon 7s Gen 4 จอ AMOLED 144Hz แบตเตอรี่ 6,500mAh และชาร์จไว 90WInfinix เตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นพิเศษ Infinix Note 60 Pro 5G Pininfarina Limited Edition ในประเทศอินเดีย วันที่ 24 มิถุนายน 2026 เวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยจะวางจำหน่ายผ่าน Flipkart และเว็บไซต์ Infinix Indiaจุดเด่นของรุ่นนี้ไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนสเปกใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการนำ Infinix Note 60 Pro 5G มาปรับโฉมด้วยดีไซน์พิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจาก Pininfarina สำนักออกแบบชื่อดังจากอิตาลีที่หลายคนรู้จักจากผลงานในโลกยานยนต์ โดยเฉพาะรถสปอร์ตและรถหรูระดับตำนานสำหรับ Infinix Note 60 Pro 5G Pininfarina Limited Edition ถูกวางให้เป็นรุ่นพิเศษสำหรับคนที่ต้องการสมาร์ตโฟนหน้าตาไม่เหมือนใคร โดยตัวเครื่องมาพร้อมฝาหลังดีไซน์ใหม่ มีโลโก้ Pininfarina และลวดลายที่ให้ความรู้สึกคล้ายคาร์บอนไฟเบอร์บริเวณโมดูลกล้องยังคงรูปทรงใกล้เคียงกับรุ่นปกติ แต่เพิ่มลูกเล่นด้วยเส้นสายและโทนสีที่ดูสปอร์ตขึ้น โดยมีการใช้สีดำ Torino Black และรายละเอียดสีแดงรอบบริเวณกล้อง เพื่อให้ภาพรวมดูใกล้เคียงแรงบันดาลใจจากรถยนต์สมรรถนะสูงพูดง่าย ๆ รุ่นนี้เหมือนเป็น Note 60 Pro 5G เวอร์ชันแต่งหล่อพิเศษ สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์และความแตกต่าง มากกว่าการรออัปเกรดสเปกแบบก้าวกระโดดในรอบนี้ได้สำนัก Pininfarina เป็นอีกตำนานของสำนักออกแบบจากอิตาลีที่มีชื่อเสียงมายาวนาน โดยเฉพาะในวงการรถยนต์ เคยมีผลงานออกแบบร่วมกับแบรนด์ดังหลายราย และมักถูกจดจำจากเส้นสายที่ดูหรู สปอร์ต และมีเอกลักษณ์แบบอิตาเลียนการที่ Infinix นำชื่อ Pininfarina มาใช้กับสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนสีตัวเครื่อง แต่เป็นการพยายามยกระดับภาพลักษณ์ของมือถือระดับกลางให้ดูพรีเมียมขึ้น โดยเฉพาะในตลาดที่สมาร์ตโฟนหลายรุ่นเริ่มมีสเปกใกล้เคียงกันin-p1ความโดดเด่นด้านงานออกแบบดีไซน์ของ Infinix Note 60 Pro 5G Pininfarina Limited Edition ใช้แนวทางที่เน้นความสปอร์ต ฝาหลังมีพื้นผิวแบบ carbon fiber finish พร้อมกรอบตัวเครื่องที่ Infinix เรียกว่า 360° Aerospace-Grade Aluminium Frameการออกแบบนี้ช่วยให้ตัวเครื่องดูแตกต่างจากรุ่นปกติอย่างชัดเจน และน่าจะถูกใจผู้ใช้ที่ชอบมือถือดีไซน์แนวรถสปอร์ต หรืออยากได้สมาร์ตโฟนที่หยิบขึ้นมาแล้วดูไม่ซ้ำกับรุ่นทั่วไปในตลาดนอกจากตัวเครื่องแล้ว รุ่น Limited Edition ยังมาพร้อมกล่องแพ็กเกจพิเศษ พร้อมอุปกรณ์เสริมและองค์ประกอบที่ใช้ธีม Pininfarina เพื่อให้สมกับความเป็นรุ่นพิเศษ จุดนี้ถือเป็นแนวทางที่หลายแบรนด์นิยมใช้กับสมาร์ตโฟนรุ่นคอลแลบ เพราะช่วยเพิ่มความรู้สึกพรีเมียมและความเป็นของสะสม มากกว่าการขายเฉพาะตัวเครื่องเพียงอย่างเดียวสเปก Infinix Noteo 60 Pro 5Gแม้ดีไซน์จะเปลี่ยนไปชัดเจน แต่สเปกหลักของ Infinix Note 60 Pro 5G Pininfarina Limited Edition คาดว่าจะยังคงเหมือนกับ Note 60 Pro 5G รุ่นปกติตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียดระดับ 1.5K รองรับรีเฟรชเรต 144Hz ความสว่างสูงสุด 4,500 nits และความสว่างแบบ HBM ที่ 1,600 nits เหมาะกับการใช้งานกลางแจ้ง ดูคอนเทนต์ และเล่นเกมด้านเสียงให้ลำโพงคู่ที่จูนร่วมกับ JBL ซึ่งเป็นอีกจุดที่ Infinix ใช้เป็นจุดขายกับสมาร์ตโฟนระดับกลาง-บนหลายรุ่นในช่วงหลังด้านประสิทธิภาพ รุ่นนี้ใช้ชิป Snapdragon 7s Gen 4 จับคู่ RAM สูงสุด 8GB แบบ LPDDR5 และความจุ 256GB แบบ UFS 2.2 นอกจากนี้ยังมีระบบระบายความร้อน 3D IceCore VC Chamber ขนาด 4,758 ตารางมิลลิเมตร เพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิระหว่างใช้งานหนัก เช่น เล่นเกม ถ่ายวิดีโอ หรือใช้งานหลายแอปพร้อมกันตัวเครื่องรันระบบปฏิบัติการ Android 16 ครอบทับด้วย XOS 16 ซึ่งเป็นอินเทอร์เฟซของ Infinix เองอีกหนึ่งจุดเด่นของ Note 60 Pro 5G คือ Active Matrix secondary display หรือจอแสดงผลรองด้านหลัง ซึ่งสามารถแสดงข้อมูลอย่างการแจ้งเตือน ข้อความ สายเรียกเข้า เวลา สภาพอากาศ และข้อมูลอื่น ๆ ได้ ฟีเจอร์นี้ช่วยเพิ่มความแตกต่างให้กับตัวเครื่อง เพราะในตลาดสมาร์ตโฟนระดับกลางไม่ได้มีหลายรุ่นที่ใส่จอด้านหลังมาให้ใช้งานจริง โดยเฉพาะเมื่อนำมารวมกับดีไซน์ Pininfarina ก็ยิ่งทำให้รุ่นนี้ดูเด่นขึ้นกว่า Note 60 Pro 5G รุ่นปกติด้านกล้อง Infinix Note 60 Pro 5G Pininfarina Limited Edition คาดว่าจะมาพร้อมกล้องหลัก 50MP รองรับระบบกันสั่น OIS และกล้องอัลตราไวด์ 8MPกล้องหน้ามีความละเอียด 13MP และสามารถถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 4K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ซึ่งถือว่าน่าสนใจสำหรับมือถือในกลุ่มนี้แถมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6,500mAh รองรับชาร์จไวแบบสาย 90W นอกจากนี้ยังรองรับชาร์จย้อนกลับแบบสาย 7.5W, ชาร์จไร้สาย 30W และชาร์จย้อนกลับแบบไร้สาย 5W ซึ่งถือว่าให้ฟีเจอร์ด้านพลังงานมาค่อนข้างครบเมื่อเทียบกับสมาร์ตโฟนระดับกลางหลายรุ่นแม้จะให้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 6,500mAh แต่ตัวเครื่องยังมีความบางประมาณ 7.45 มิลลิเมตร และน้ำหนักราว 200 กรัม ทำให้ยังอยู่ในระดับที่พกพาได้ไม่หนักเกินไป เมื่อรวมกับดีไซน์พิเศษและเฟรมอะลูมิเนียม รุ่นนี้จึงน่าจะเป็นหนึ่งในมือถือ Infinix ที่เน้นภาพลักษณ์พรีเมียมมากที่สุดในซีรีส์ Notein-p2ลุ้นเรื่องราคาราคาของ Infinix Note 60 Pro 5G Pininfarina Limited Edition ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่มีการคาดการณ์ว่าอาจสูงกว่ารุ่นปกติ เนื่องจากเป็นรุ่น Limited Edition ที่มาพร้อมดีไซน์พิเศษและแพ็กเกจเฉพาะ สำหรับ Infinix Note 60 Pro 5G รุ่นปกติในอินเดีย เคยเปิดราคาช่วงแรกที่ประมาณ 31,999 รูปี ก่อนปรับขึ้นเป็นประมาณ 33,999 รูปี โดยมีการคาดว่าเวอร์ชัน Pininfarina Limited Edition อาจเปิดราคาสูงขึ้นจากนั้นอย่างไรก็ตาม ต้องรอดูราคาทางการในวันเปิดตัวอีกครั้ง เพราะหาก Infinix ตั้งราคาใกล้เคียงรุ่นปกติ รุ่นนี้อาจกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับคนที่อยากได้มือถือดีไซน์พิเศษในงบระดับกลาง-บนส่วนแฟนคลับชาวไทยอาจจะต้องรอกันไปก่อนเพราะ ตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันว่า Infinix Note 60 Pro 5G Pininfarina Limited Edition จะทำตลาดในประเทศไทยหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม แบรนด์ Infinix มีการทำตลาดในไทยอยู่แล้ว และรุ่น Note Series ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าที่ผู้ใช้ไทยรู้จัก จึงต้องติดตามต่อว่ารุ่นพิเศษนี้จะถูกนำเข้ามาจำหน่ายในไทยด้วยหรือไม่
Infinix Note 60 Pro 5G รุ่น Limited Edition เตรียมเปิดตัว 24 มิถุนายนนี้
by
Tags: