สลัดเงา “ซลาตัน” สู่เพชรฆาตคนใหม่:มหากาพย์กู้ชีพของ “อเล็กซานเดอร์ อิซัค” ดาวยิงทีมชาติสวีเดน

ย้อนเส้นทางชีวิต อเล็กซานเดอร์ อิซัค จากดาวรุ่งที่ถูกยกเป็นทายาท ซลาตัน อิบราฮิโมวิช สู่กองหน้าทีมชาติสวีเดน หลังฝ่าช่วงเวลายากลำบากจนก้าวเป็นดาวยิงระดับโลกในโลกฟุตบอล การถูกนำไปเปรียบเทียบกับ "ระดับตำนาน" ตั้งแต่วัยเยาว์ มักจะเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาเชือดเฉือนอนาคตของดาวรุ่งมานักต่อนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเป็นกองหน้ารูปร่างสูงใหญ่สายเลือดสวีเดน ฉายาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยคือ "ทายาทของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช"อเล็กซานเดอร์ อิซัค คือชายที่ต้องแบกรับความคาดหวังอันหนักอึ้งนั้นมาตั้งแต่อายุ 17 ปี ทว่า กว่าที่ดาวยิงมาดนิ่งคนใหม่ของ ลิเวอร์พูล จะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในศูนย์หน้าที่ครบเครื่องและเนื้อหอมที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน เขาเคยเดินเข้าสู่หุบเขาแห่งความล้มเหลวและเกือบถูกตราหน้าว่าเป็น "ดาวดับ" มาแล้วสายเลือดผู้ลี้ภัย และเด็กมหัศจรรย์ทุบสถิติชาติปูมหลังชีวิตของอิซัคไม่ได้เริ่มต้นบนพรมแดง พ่อและแม่ของเขาเป็นผู้ลี้ภัยสงครามที่หนีภัยความตายมาจากประเทศเอริเทรีย (ทวีปแอฟริกา) ย้ายมาตั้งรกรากในสวีเดน อิซัคเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ต้องดิ้นรน แต่เขามีพรสวรรค์ฟุตบอลที่พระเจ้าประทานมาให้ด้วยส่วนสูงที่พุ่งทะยานเกิน 190 เซนติเมตร แต่กลับมีความเร็วปานสายฟ้าและเทคนิคการแต่งบอลที่พริ้วไหว ทำให้อิซัคแจ้งเกิดในบ้านเกิด และทำลายสถิติเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ในประวัติศาสตร์ทีมชาติสวีเดนด้วยวัยเพียง 17 วันเศษ สื่อทั่วยุโรปประโคมข่าวทันทีว่า “โลกได้พบ นิว ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เรียบร้อยแล้ว” และนั่นคือจุดเริ่มต้นของมรสุมที่เขาไม่ทันตั้งตัว> "ทุกคนบอกว่าผมต้องเป็น นิว ซลาตัน… พวกเขาอยากเห็นผมเย่อหยิ่งและทำตัวเหมือนเขา แต่ผมไม่ใช่ซลาตัน ผมคืออิซัค ชายที่พิสูจน์ตัวเองด้วยความเงียบ และวันนี้ผมพร้อมแล้วที่จะพิสูจน์มันในสีเสื้อลิเวอร์พูล" – อเล็กซานเดอร์ อิซัคนรกที่ดอร์ทมุนด์: วันที่เกือบกลายเป็น "ดาวดับ"ความร้อนแรงทำให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เสือเหลืองแห่งเยอรมนี ปาดหน้ายักษ์ใหญ่คว้าตัวอิซัคไปร่วมทีมในปี 2017 ด้วยความหวังว่าจะปลุกปั้นให้เป็นซูเปอร์สตาร์คนต่อไป แต่นั่นคือจุดดิ่งที่สุดในชีวิตอิซัคในวัยทีนเอจไม่สามารถปรับตัวเข้ากับระบบฟุตบอลเยอรมันและความกดดันอันมหาศาลได้ เขาถูกจับนั่งสำรองยาวเหยียด และแทบไม่มีโอกาสได้สัมผัสสนามในทีมชุดใหญ่ สื่อที่เคยอวยเขาเริ่มเปลี่ยนทิศทาง รุมวิจารณ์ว่าเขาดีแต่รูปร่างแต่ใจไม่สู้ และเกือบจะหมดอนาคตกลายเป็นกองหน้าพเนจรคืนชีพที่สเปน ก่อนก้าวสู่เวทีพรีเมียร์ลีกแทนที่จะยอมแพ้ อิซัคเลือกเดินหน้าต่อ เขาย้ายออกจากดอร์ทมุนด์เพื่อหาโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ก่อนจะกลับมาสร้างชื่อกับ เรอัล โซเซียดาดในลา ลีกา เขาพัฒนาทั้งการจบสกอร์ ความแข็งแกร่ง และความเข้าใจเกม จนกลายเป็นหนึ่งในกองหน้าที่โดดเด่นที่สุดของลีกสเปนผลงานดังกล่าวนำไปสู่การย้ายร่วมทีม นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญที่ทำให้เขาได้รับการยอมรับในระดับสากล ด้วยสไตล์การเล่นที่ครบเครื่อง ทั้งความเร็ว การพาบอล การเชื่อมเกม และการจบสกอร์ที่เฉียบคมบทเรียนจากความเงียบ และความท้าทายครั้งใหม่กับทีมชาติสวีเดนจุดเปลี่ยนชีวิตของอิซัคคือการเรียนรู้ที่จะ "ไม่ยอมแพ้" เขาใช้ความนิ่ง ความเงียบ และการก้มหน้าซัดประตูตบปากนักวิจารณ์ตอนไปเล่นที่สเปนและนิวคาสเซิล เขาพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาไม่จำเป็นต้องทำตัวอีโก้สูงหรือโวยวายเหมือนซลาตัน เขาสามารถเป็นกองหน้าตัวเป้าที่เยือกเย็น นิ่งราวกับเครื่องจักร แต่ส่งบอลซุกก้นตาข่ายได้อย่างเฉียบคมความครบเครื่องทั้งความเร็ว การเลี้ยงกินตัว และการจบสกอร์ระดับเวิลด์คลาสนี้เอง ที่ทำให้ ลิเวอร์พูล ยอมทุ่มทุนสร้างกระชากตัวเขามาร่วมทัพ เพื่อเป็นหัวหอกระดับพระกาฬที่จะนำพาความสำเร็จมาสู่สโมสรในสีเสื้อทีมชาติสวีเดนยุคปัจจุบันที่ไม่มีซลาตันคอยค้ำทีมอีกต่อไป และในสีเสื้อลิเวอร์พูลที่มีแฟนบอลนับร้อยล้านคนจับจ้อง อเล็กซานเดอร์ อิซัค ผู้นี้แหละที่ก้าวขึ้นมาแบกรับเกียรติยศและความคาดหวังไว้บนบ่าอย่างเต็มภาคภูมิวันนี้ เขาสลัดเงาของอดีตทิ้งไปจนหมดสิ้น และประกาศให้คนทั้งโลกได้รู้ว่า "เขาไม่ใช่นิวซลาตัน และไม่ใช่นิวใครทั้งนั้น… เขาคือ อเล็กซานเดอร์ อิซัค เพชรฆาตหน้าตายผู้พร้อมจะพาลิเวอร์พูลและทีมชาติสวีเดนสยบทุกทีมบนโลกด้วยวิถีของตัวเองข่าวที่เกี่ยวข้องเลิกเรียกผมว่า"นิวเมสซี่":เส้นทางข้ามผ่านคำสาปอัจฉริยะของ "ทาเคฟุซะ คุโบะ" ราชาเกมรุกญี่ปุ่นจากเด็กระเบิดจากหน้าจอทีวีสู่ "อี คัง-อิน" อัจฉริยะลูกหนังผู้ข้ามผ่านมรสุมศรัทธาของเกาหลีใต้แลกชีวิตออกจากแดนนรก: "ราฟินญ่า" ชายผู้ปฏิเสธปืนและยาเสพติด สู่ปีกพ่อมดทีมชาติบราซิลจิตวิญญาณไม่มีวันตาย: ลูก้า โมดริช จากเด็กหนีสงครามสู่ตำนานโครเอเชียคดีโจรกรรมบันลือโลก:เมื่ออังกฤษทำถ้วยบอลโลกหาย และต้องให้ "หมาพเนจร" ช่วยชีวิต


Posted

in

by

Tags: