วันนี้ (3 กรกฎาคม 69) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีส่งมอบรถไฟไทยทำ ซึ่งเป็นรถไฟโดยสารต้นแบบที่ได้รับการต่อยอดจากผลงานวิจัยสู่การใช้งานจริง โดยมี อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมนายยศชนัน กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่ผลงานวิจัย รถไฟไทยทำ ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ในห้องปฏิบัติการ แต่สามารถนำมาวิ่งให้บริการบนรางได้จริง ซึ่งตอบโจทย์นโยบายสำคัญของรัฐบาลในการผลักดันงานวิจัยให้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยรถไฟขบวนนี้เป็นระบบ EV ระดับ Luxury Class ต้นแบบที่ออกแบบและผลิตในประเทศไทยโดยฝีมือนักวิจัยและวิศวกรไทยทั้งหมด ผ่านการผนึกองค์ความรู้ร่วมกับภาคเอกชนกว่า 30 บริษัท และที่สำคัญคือมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศถึง 30% ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันอย่างแท้จริงนอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ในอีก 20 ปีข้างหน้าว่า จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของรัฐ ประเทศไทยจะมีความต้องการตู้รถไฟโดยสารเพิ่มเติมอีกกว่า 2,000 ตู้ การสร้างระบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรมราง (Rail Economy) จึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดการพึ่งพิงการนำเข้า ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างงาน สร้างอาชีพ เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูง และทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนกลับมาสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนด้าน นายกิตติพงษ์ กล่าวเสริมว่า ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของคนไทยในการสร้างองค์ความรู้เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ และถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระยะยาวในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมระบบรางของประเทศสอดคล้องกับ อนันต์ ผู้ว่าการ รฟท. ที่ระบุว่า การรถไฟฯ มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับมอบรถไฟที่ใช้วัสดุภายในประเทศในสัดส่วนที่สูง ซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณของชาติได้อย่างมหาศาล โดยหลังจากนี้ รฟท. จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยอย่างรอบด้าน ก่อนที่จะนำไปเปิดให้บริการจริงในเส้นทางรถไฟเพื่อการท่องเที่ยว ระยะทาง 200–500 กิโลเมตร ต่อไปภายหลังพิธีส่งมอบ ได้ร่วมเดินทางโดยรถไฟเที่ยวพิเศษจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ไปยังป้ายหยุดรถพระจอมเกล้า เพื่อเยี่ยมชมสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และเป็นประธานเปิดงาน K-Engineering World Tour and Competency Challenge 2026ด้านนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟฯ เปิดเผยว่า การรถไฟฯ ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ภายใต้โครงการวิจัย “การพัฒนารถไฟโดยสารต้นแบบ (รถไฟไทยทำ) เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีด้านการขนส่งทางราง ด้านรถจักรและล้อเลื่อน รวมถึงการพัฒนาสู่ระบบไฟฟ้า ส่งเสริมการใช้วัสดุในประเทศ สนับสนุนการลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งสอดคล้องกับแผนงานและนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมที่มุ่งมั่นผลักดันการใช้ "นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า" หรืออุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (Next-generation Automotive) ในระบบคมนาคมขนส่งประเทศให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อลดมลพิษ และบรรเทาภาวะโลกร้อน เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมขนส่งทางรางให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้านศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภาสถาบัน กล่าวว่า “รถไฟไทยทำ” เป็นรถไฟโดยสารต้นแบบคันแรกของประเทศไทย ในโครงการวิจัย “รถไฟไทยทำ” ที่ได้รับการสนับสนุนทุนเพื่อวิจัยและพัฒนาต่อยอดไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์จากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ร่วมกับ กิจการร่วมค้า ไซโนเจน-ปิ่นเพชร จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่เข้าร่วมโครงการนี้ ขณะที่หน่วยงานวิจัยคือ ศูนย์วิจัยระบบรางและโครงสร้างพื้นฐาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)โดยนำแนวคิดการผลิตตู้โดยสารที่ใช้วัสดุและอุตสาหกรรมในประเทศถึง 44% ราคาต้นทุนถูกกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศได้ถึง 30% ต่อตู้ จึงถือเป็นตู้โดยสารต้นแบบคันแรกของไทยที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิจัยไทย หลังจากพัฒนาแล้วเสร็จ จะส่งมอบตู้โดยสารต้นแบบให้การรถไฟฯ นำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ โดยมีเป้าหมายร่วมกันผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมการผลิตรถขนส่งทางรางด้วยหลักคิด “การพึ่งพาตนเอง”สำหรับโครงสร้างตัวรถใช้เหล็กรูปพรรณแบบโมดูลาร์ที่มีน้ำหนักเบาลงกว่าร้อยละ 22 รองรับความเร็วได้ถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมีระดับเสียงรบกวนต่ำ การวิ่งและการเบรกมีความนุ่มนวล สมดุล และเป็นไปตามมาตรฐานยุโรป ภายในตู้โดยสารได้ออกแบบระดับลักชัวรี (Luxury Class) จำนวน 25 ที่นั่ง แบ่งเป็น Super Luxury 8 ที่นั่ง และ Luxury 17 ที่นั่ง มีสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ระบบนวดไฟฟ้าช่วยให้ผ่อนคลาย มีช่องเสียบ USB ติดตั้งระบบหน้าจอ Touch Screen ใช้ระบบ Infotainment รองรับการเชื่อมต่อ YouTube มีช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ และห้องน้ำสามารถรองรับผู้พิการได้นายอนันต์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การรถไฟฯ ได้มีการนำตู้โดยสารดังกล่าวไปทดสอบสมรรถนะการเดินรถ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้บริการ โดยพ่วงไปกับขบวนรถในเส้นทางสายเหนือ สายใต้ รวมระยะทางกว่า 10,000 กิโลเมตร ซึ่งผลการทดสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และพร้อมที่จะนำรถไฟโดยสารต้นแบบขบวนนี้ไปต่อยอดสู่การใช้งานจริง โดยเฉพาะการให้บริการในเส้นทางท่องเที่ยวระยะ 200 ถึง 500 กิโลเมตร ซึ่งเป็นรูปแบบบริการที่มีมูลค่าสูงและตอบโจทย์การส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ ทั้งนี้ การรถไฟฯ จะร่วมกับ สจล. และหน่วยงานพันธมิตร ในการทดสอบประเมินผลและพัฒนาให้รถไฟไทยทำมีความพร้อมในการให้บริการแก่ประชาชนอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพขณะเดียวกัน การรถไฟฯ ได้จัดทำแผนส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยจะเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่สนใจเช่าตู้โดยสารแบบจัดเฉพาะหรือเหมาขบวนท่องเที่ยว ทั้งในรูปแบบไปเช้าเย็นกลับ หรือค้างคืนในเส้นทางระยะสั้น อาทิ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี สระบุรี รวมถึงขบวนรถทางไกล เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้บริการต่อไป
อว. ส่งมอบ ‘รถไฟไทยทำ’ ระบบ EV ต้นแบบให้ รฟท. ประหยัดงบกว่า 30% เตรียมวิ่งจริงสายท่องเที่ยว
by
Tags: