ในวันที่ต้องสังหารบ้านเกิดตัวเอง:คมกระสุนทิ่มแทงหัวใจของ บรีล เอ็มโบโล่ หัวหอกสวิตเซอร์แลนด์

เปิดเบื้องหลังการตัดสินใจของ บรีล เอ็มโบโล่ ที่ไม่ฉลองประตูหลังยิงใส่ ทีมชาติแคเมอรูน ในฟุตบอลโลก สะท้อนความขัดแย้งระหว่างหน้าที่ ความเป็นมืออาชีพ และสายใยต่อแผ่นดินเกิด"ปลายสตั๊ดทำหน้าที่เพื่อประเทศที่ให้ชีวิตใหม่… แต่เสียงหัวใจกลับร้องไห้ให้แก่แผ่นดินเกิด วินาทีที่ลูกบอลซุกก้นตาข่าย ชายคนนี้กลับเลือกที่จะยืนนิ่งเงียบ ท่ามกลางควันไฟแห่งความดีใจและการสาปแช่งที่พุ่งเข้าหาเขาพร้อมๆ กัน"ในประวัติศาสตร์อันยาวนานของฟุตบอลโลก มีฉากทัศน์นับพันนับหมื่นที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่แฟนบอล ทว่า… มีเพียงไม่กี่ฉากที่จะตราตรึงและบีบหัวใจคนดูได้เท่ากับสิ่งที่เกิดขึ้นกับ บรีล เอ็มโบโล่ กองหน้าสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ในสมรภูมิระดับโลก โต๊ะจีนลูกหนังมักขีดเส้นเรื่องให้ดาวยิงกระหายการพังประตูและวิ่งสะใจให้สุดเหวี่ยง แต่สำหรับเอ็มโบโล่ โดนโชคชะตาเล่นตลกร้ายด้วยการส่งเขาสู่สนามเพื่อเป็น "เพชฌฆาต" ยิงประตูชัยดับฝัน ทีมชาติแคเมอรูน แผ่นดินเกิดที่เขาคลอดออกมาจากท้องแม่ และนั่นนำมาซึ่งบทเรียนทางจิตวิทยาหลังบ้านที่เจ็บปวดและงดงามที่สุดหนหนึ่งของโลกฟุตบอลสายเลือดปะทะสัญชาติ: ชะตากรรมที่เลือกไม่ได้บรีล เอ็มโบโล่ เกิดที่กรุงยาอุนเด เมืองหลวงของประเทศแคเมอรูน เขาเติบโตที่นั่นท่ามกลางไออุ่นของครอบครัวสายเลือดแอฟริกัน จนกระทั่งอายุได้ประมาณ 5 ขวบ พ่อแม่แยกทางกัน แม่ของเขาจึงตัดสินใจหอบหิ้วลูกชายข้ามน้ำข้ามทะเลมาเสี่ยงโชคเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เอ็มโบโล่เติบโต บ่มเพาะฝีเท้า และได้รับพาสปอร์ตสวิสอย่างเป็นทางการในวัยเยาว์ จนก้าวขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญในแดนหน้าของทัพ "นาฬิกา"ทว่า ในใจของเขาไม่เคยลืมรากเหง้า ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง เอ็มโบโล่จะบินกลับไปเยี่ยมคุณพ่อและญาติพี่น้องที่แคเมอรูนเสมอ เขาจัดตั้งมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือเด็กยากไร้ในบ้านเกิด แต่แล้วในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก 2022 โถจับสลากกลับโยนความโหดร้ายมาให้ เมื่อสวิตเซอร์แลนด์ ถูกจับมาอยู่ร่วมกลุ่มกับ แคเมอรูนวินาทีปลิดชีพ และ "จิตวิทยาแห่งความเงียบ"นาทีที่ 48 ของการแข่งขัน บอลถูกเปิดตัดเข้ากลาง และเป็น บรีล เอ็มโบโล่ ที่วิ่งสลัดตัวประกบเข้าแปเน้นๆ สวนตัวผู้รักษาประตูแคเมอรูนเข้าไปตุงตาข่าย สวิตเซอร์แลนด์ขึ้นนำ 1-0 และนั่นคือประตูชัยของแมตช์ในวินาทีที่นักเตะสวิสคนอื่นวิ่งเข้ามากอดด้วยความสะใจ สิ่งที่เอ็มโบโล่ทำคือ "การหยุดนิ่ง"* เขายืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่วิ่ง ไม่กระโดด* เขาชูมือสองข้างขึ้นฟ้าระดับอกในท่า "ปฏิเสธและขอโทษ"* สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเรียบเฉย กึ่งกระอักกระอ่วนใจ และเม้มริมฝีปากแน่นการไม่แสดงความดีใจของเอ็มโบโล่ไม่ใช่การแสดงละคร แต่มันคือสภาวะจิตวิทยาของมนุษย์ที่มีความกตัญญูสูงต่อรากเหง้า เขารู้ดีว่าประตูนี้สร้างความสุขให้คนสวิสทั้งประเทศ แต่อีกมุมหนึ่ง มันคือการกรีดเลือดเนื้อและดับฝันคนแคเมอรูนกว่า 27 ล้านคน ซึ่งรวมถึงพ่อและญาติพี่น้องของเขาด้วย ความเงียบและการยืนนิ่งตรงนั้น คือวิธีเดียวที่เขาจะส่งสัญญานบอกบ้านเกิดว่า "ผมต้องทำตามหน้าที่… แต่ผมยังรักและเคารพพวกคุณเสมอ"ผลกระทบหลังม่าน: เมื่อหน้าที่ของลูกผู้ชาย กลายเป็นตราบาปในสายตาคนบางกลุ่มมุมมองของฝั่งสวิตเซอร์แลนด์ เขาคือวีรบุรุษผู้เฉียบขาด ชื่นชมในความเป็นมืออาชีพ ที่ทำหน้าที่พังประตูพาทีมเก็บ 3 แต้มสำคัญ แต่สำหรับตัวเขาคือความขัดแย้งในใจ ต้องแบกรับความรู้สึกผิดหลังเกม เดินเข้าไปกอดปลอบใจนักเตะแคเมอรูนทีละคน รวมไปถึงความโกรธแค้นของแฟนบอล แฟนบอลหัวรุนแรงบางส่วนในแคเมอรูนบุกไปล้อมบ้านพักของคุณพ่อเอ็มโบโล่ และขว้างปาโหวกเหวกโวยวายด้วยความผิดหวังนี่คือด้านมืดของฟุตบอลโลกที่คุณไม่มีวันได้เห็นในสถิติหลังเกม หน้าที่การงานบังคับให้เขาต้องคมฝักดาบสังหารคนกันเอง และแม้ว่าเขาจะแสดงจิตวิทยาที่นุ่มนวลที่สุดด้วยการไม่ฉลองประตูแล้ว แต่บาดแผลทางอารมณ์ของแฟนบอลผู้แพ้ ก็ยังคงส่งแรงสั่นสะเทือนกลับไปหาครอบครัวของเขาที่แอฟริกาอยู่ดีฟุตบอลที่อยู่เหนือผลแพ้ชนะเรื่องราวของ บรีล เอ็มโบโล่ ในแมตช์นั้น สอนให้โลกฟุตบอลยุคปัจจุบันได้ตระหนักรู้ว่า ภายใต้เสื้อแข่งสีสันฉูดฉาดและเงินรายได้มหาศาล นักฟุตบอลทุกคนก็คือ "มนุษย์" ที่มีหัวใจ มีความผูกพัน และมีปูมหลังชีวิตที่ซับซ้อนการเลือกที่จะไม่ฉลองประตูของเขา ได้กลายเป็นหนึ่งในภาพจำคลาสสิกตลอดกาลของฟุตบอลโลก มันคือสัญลักษณ์ที่ประกาศให้รู้ว่า ต่อให้โลกใบนี้จะเปลี่ยนไปแค่ไหน ต่อให้สงครามฟุตบอลในสนามจะดุดันเพียงใด… แต่ "ความเคารพต่อรากเหง้าและแผ่นดินแม่" จะยังคงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นักกีฬาที่แท้จริงจะไม่มีวันเหยียบย่ำ และบรีล เอ็มโบโล่ ได้พิสูจน์แล้วว่าเขาคือสุภาพบุรุษลูกหนังผู้สง่างามที่สุด ทั้งในฐานะคนสวิส และคนแคเมอรูนข่าวที่เกี่ยวข้องถอดจิตวิทยาการเตรียมใจของขุนพลอาร์เจนติน่ายุคหลัง เมสซี่ ก้าวลงจากบัลลังก์บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับบทบาทผู้นำใต้เงา โรนัลโด้ ในทีมชาติโปรตุเกส ไร้โซเชียล-นอนหอมหาลัย:ถอดจิตวิทยาของ "โรดรี้" เบื้องหลังสมองกลทีมชาติสเปน บาดแผลเด็กอ้วน: ถอดจิตวิทยาความแค้นวัย 8 ขวบ ที่เปลี่ยน "แฮร์รี่ เคน" สู่กัปตันทีมชาติอังกฤษจากเด็กผู้ไม่มีเงินซื้อ "ยาคูลท์" สู่ห้องแล็บพันล้าน: ถอดวินัยเหล็กของ "กาเซมีโร่" พี่ใหญ่ทีมชาติบราซิล


Posted

in

by

Tags: