“หมอออสเตรเลีย” แห่ใช้ “AI จดโน้ต” รัฐบาลเตือนเสี่ยงทำข้อมูลคนไข้รั่วไหล

ออสเตรเลียออกมาเตือนแพทย์ เรื่องการใช้เครื่องมือ AI จดโน้ตเกี่ยวกับข้อมูลคนไข้ ซึ่งพบว่าหลายบริษัทผู้ให้บริการยังไม่มีหน่วยงานกำกับดูแล เสี่ยงที่ข้อมูลละเอียดอ่อนของคนไข้ จะหลุดออกไปนอกประเทศกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานกำกับดูแลด้านการแพทย์ของออสเตรเลียออกมาแสดงความกังวลอย่างหนัก เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี เอไอ สไครบ์(AI Scribe) หรือระบบปัญญาประดิษฐ์ช่วยบันทึกข้อมูลและสรุปการสนทนาระหว่างแพทย์กับคนไข้ หลังจากเทคโนโลยีนี้ได้รับความนิยมอย่างก้าวกระโดดในคลินิกและโรงพยาบาลช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา จนนำไปสู่ความจำเป็นในการสร้างแนวทางป้องกันที่มีประสิทธิภาพแพทย์ใช้เครื่องมือ AI ช่วยจดข้อมูลมากขึ้นจากผลสำรวจออนไลน์โดยวิทยาลัยอายุรแพทย์ทั่วไปแห่งราชวิทยาลัยออสเตรเลีย (RACGP – Royal Australian College of General Practitioners) พบว่า อัตราการใช้ เอไอ สไครบ์ (AI Scribe) ของแพทย์ในออสเตรเลียพุ่งสูงขึ้นเกือบเท่าตัว จากร้อยละ 22 ในเดือนสิงหาคม 2024 เพิ่มเป็นร้อยละ 40 ในเดือนพฤศจิกายน 2025แม้บริษัทผู้พัฒนาจะอ้างว่าเทคโนโลยีนี้ช่วยลดภาระงานเอกสารอันล้นมือของแพทย์ และถูกใช้งานมาแล้วหลายร้อยล้านครั้งทั่วโลก แต่เอกสารสรุปการประชุมของวุฒิสภาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งสื่อ การ์เดียน ออสเตรเลีย (Guardian Australia) ได้รับมา ระบุชัดเจนว่าเครื่องมือเหล่านี้แทบไม่มีการควบคุมดูแลอย่างเป็นทางการหน่วยงานเตือนข้อมูลคนไข้อาจรั่วไหลโดยปัจจุบัน เครื่องบันทึกข้อมูลดิจิทัล จะถูกจัดประเภทเป็น อุปกรณ์ทางการแพทย์ และอยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมายเฉพาะ ก็ต่อเมื่อมันถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาโรคเท่านั้น ทำให้เกิดช่องโหว่สำคัญต่าง ๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่ซัพพลายเออร์บางราย ทำการตลาดโดยเลี่ยงบาลีว่าไม่ใช่อุปกรณ์การแพทย์ จนขาดความชัดเจนในกระบวนการทำงาน หรือบริษัทไม่ทราบว่าแพลตฟอร์มคลาวด์ (Cloud) ของตนส่งข้อมูลคนไข้ไปประมวลผลนอกประเทศ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลนอกจากนี้ AI ยังมีข้อจำกัดด้านคุณภาพและความแม่นยำเหมือนโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ทั่วไป ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของคนไข้และความถูกต้องของระบบฐานข้อมูลสุขภาพแห่งชาติ และประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ กระบวนการขอความยินยอมจากคนไข้ ที่ยังไม่มีมาตรฐานเด่นชัดปัจจุบัน หน่วยงานกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ของออสเตรเลีย (TGA) กำลังเร่งทบทวนและตรวจสอบระบบดิจิทัลเหล่านี้ เพื่อพิจารณาว่าควรจัดให้เป็นอุปกรณ์การแพทย์หรือไม่ โดยคาดว่าจะเผยแพร่รายงานสรุปผลได้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าข่าวที่เกี่ยวข้องAI ช่วยให้งานง่ายขึ้น แต่ทำไมเรายังเหนื่อย? รู้จัก AI Brain Fry ภาวะสมองล้าจากการใช้ AI มากเกินไปHKEX ปั้นดัชนีใหม่ รับเมกะเทรนด์ AI ปลุกตลาดหุ้นฮ่องกง“Data Center” บูมใน “ออสเตรเลีย” ขุมพลังไอที หรือระเบิดเวลาเศรษฐกิจ ?เปิดลิสต์ 10 "เทคโนโลยี" ดาวรุ่ง รากฐานเศรษฐกิจยุคใหม่ไทยมีจุดแข็งด้านการตรวจจับ "บัญชีม้า"


Posted

in

by

Tags: