อย่าเพิ่งชะล่าใจแค่ข้อยุบปวด! หมอเจดเตือนคนไข้โรคเกาต์ระวังกลลวงกรดยูริกสูง เผยเลิกเหล้า-เบียร์-เครื่องในแล้วแต่ยูริกยังพุ่ง อาจเกิดจากน้ำตาลฟรุกโตสในน้ำหวาน ภาวะดื้ออินซูลิน หรือผลข้างเคียงจากยาประจำตัว แนะตรวจสุขภาพชุดใหญ่ ทั้งค่ายูริก ค่าไต และรอบเอว เพื่อแก้ปัญหาให้ถูกจุดอย่างยั่งยืนเมื่อวันที่ 11 ก.ค.นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาโพสต์ข้อความระบุว่าเกาต์ยังไม่หาย ทั้งที่เลิกกินเครื่องใน! ตัวเร่งยูริกอาจเป็นสิ่งนี้!หลายคนพอรู้ว่าเป็นเกาต์ก็เริ่มตัดอาหารทันทีครับเครื่องในเลิกน้ำซุปเข้ม ๆ ไม่กินเบียร์ เหล้า ก็ไม่แตะแต่ผ่านไปสักพัก ข้อยังบวมเหมือนเดิมบางคืนปวดจนผ้าห่มแตะยังไม่ได้พอไปตรวจเลือด ยูริกก็ยังสูงอยู่ตรงนี้แหละครับที่ทำให้หลายคนงงว่า “แล้วผมพลาดตรงไหน?”เพราะเกาต์ไม่ได้เกิดจากเครื่องในกับแอลกอฮอล์อย่างเดียว น้ำหวาน การดื่มน้ำน้อย พุงที่เพิ่มขึ้น ไตที่ขับยูริกได้ไม่ดี รวมถึงการลดน้ำหนักผิดวิธี ก็เร่งให้ยูริกสูงได้เหมือนกัน ใครเป็นเกาต์อยู่ หรือมีคนใกล้ตัวเป็น ลองชวนกันมาเช็กครับ จะได้รู้ว่าต้องแก้ตรงไหน ไม่ใช่งดอาหารไปเรื่อย ๆ แต่ข้อยังกลับมาปวดซ้ำ1. เบียร์เลิกแล้ว แต่น้ำหวานยังมีแทบทุกวันตอนเช้ากาแฟหวานหนึ่งแก้วบ่ายชาเย็นอีกแก้ววันไหนเหนื่อยก็มีน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มชูกำลังตามมาเครื่องดื่มพวกนี้ไม่ได้มีพิวรีนสูงเหมือนเครื่องใน แต่มีน้ำตาลฟรุกโตส ซึ่งทำให้ร่างกายสร้างยูริกเพิ่มขึ้นได้ครับ เพราะฉะนั้นเวลายูริกไม่ลง อย่าดูแค่ว่าวันนี้กินเนื้ออะไร ลองหันมาดูด้วยว่าในหนึ่งวันเราดื่มหวานเข้าไปกี่แก้ว บางคนงดอาหารจนแทบไม่รู้จะกินอะไรแล้ว แต่สิ่งที่ควรลดก่อนกลับอยู่ในแก้วทุกวันนี่เองครับ2. ดื่มน้ำน้อย ยูริกก็ยิ่งค้างเช้ากาแฟกลางวันชาเย็นก็ตบท้ายด้วยน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพอย่าคิดว่าดื่มน้ำไปเยอะนะ เพราะตลอดทั้งวันคุณไม่ได้ดื่มน้ำเปล่าเลยพอร่างกายขาดน้ำ ปัสสาวะจะเข้มขึ้น ยูริกก็ขับออกได้ยากขึ้น วันไหนอากาศร้อน เหงื่อออกเยอะ ท้องเสีย หรือออกกำลังกายหนัก อาการเกาต์อาจกำเริบตามมาได้ถ้าไม่ได้ถูกจำกัดน้ำจากโรคไตหรือโรคหัวใจ ให้ลองสังเกตปัสสาวะครับ ถ้าเหลืองเข้มมาก ปัสสาวะน้อย ปากแห้ง นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายได้น้ำไม่พอ แต่คนที่หมอสั่งจำกัดน้ำอยู่แล้ว ไม่ควรเพิ่มเอง ต้องใช้ปริมาณที่เหมาะกับโรคเดิมครับ3. คุมอาหารแทบทุกอย่างแล้ว แต่ไตอาจขับยูริกออกไม่ทันยูริกไม่ได้ขึ้นจากของกินอย่างเดียวครับ หลังร่างกายสร้างยูริกขึ้นมาแล้ว ไตต้องช่วยขับออกด้วย ถ้าไตเริ่มทำงานลดลง ยูริกก็ยังค้างในเลือดได้ แม้เจ้าตัวจะคุมอาหารดีมากแล้วก็ตาม ถ้าเลิกเครื่องใน ลดน้ำหวาน ไม่ดื่มเหล้า แต่ค่ายังสูงอยู่ อย่าเพิ่งไล่งดอาหารเพิ่มจนกินอะไรไม่ได้ ลองเช็ก Creatinine กับ eGFR ด้วย จะได้รู้ว่าไตกำลังขับยูริกได้ดีแค่ไหนยาบางชนิด โดยเฉพาะยาขับปัสสาวะบางกลุ่ม ก็อาจดันยูริกขึ้นได้เช่นกัน แต่ห้ามหยุดยาเองครับ เอารายชื่อยาไปคุยกับหมอให้ครบ เพราะบางครั้งตัวเร่งไม่ได้อยู่บนโต๊ะอาหาร แต่อยู่ในโรคประจำตัวหรือยาที่ต้องใช้อยู่4. พุง น้ำตาล และไตรกลีเซอไรด์ อาจกำลังดันยูริกไปพร้อมกันเกาต์มักไม่ได้มาแค่ยูริกสูงตัวเดียวครับ หลายคนมีพุง น้ำตาลเริ่มสูง ความดันขึ้น และไตรกลีเซอไรด์สูงอยู่ด้วย เมื่อร่างกายเริ่มดื้อต่ออินซูลิน ไตจะขับยูริกออกได้ยากขึ้น เพราะฉะนั้นต่อให้ไม่กินเครื่องใน ไม่แตะเหล้า แต่ยังดื่มหวาน นั่งนาน และรอบเอวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ยูริกก็ยังมีแรงส่งของมันอยู่เวลาตรวจ ผมจึงอยากให้ดูพร้อมกันทั้งยูริก น้ำตาล HbA1c ไขมัน ความดัน รอบเอว และค่าไต เพราะบางทีสิ่งที่ต้องแก้ไม่ใช่อาหารพิวรีนอีกหนึ่งอย่าง แต่คือระบบเผาผลาญทั้งชุดที่เริ่มรวนแล้วครับ5. ตั้งใจลดน้ำหนัก แต่ลดแรงเกินไปจนเกาต์กำเริบน้ำหนักลดช่วยเรื่องเกาต์ได้จริงครับ แต่ถ้าลดด้วยการอดหนัก ทำ IF โหดเกิน ดื่มน้ำน้อย หรือปล่อยให้น้ำหนักลงเร็วมาก ร่างกายอาจขาดน้ำและเกิดการเปลี่ยนแปลงของการเผาผลาญที่กระตุ้นให้เกาต์กำเริบได้บางคนกำลังดีใจกับตัวเลขบนตาชั่ง แต่จู่ ๆ นิ้วโป้งเท้าบวมแดง เดินแทบไม่ได้ แบบนี้ไม่ใช่ว่าห้ามลดน้ำหนักนะครับ แปลว่าวิธีที่ใช้เร็วและหนักเกินไปสำหรับร่างกาย ลองลดให้ช้าลง กินโปรตีนกับผักให้พอ ดื่มน้ำให้เหมาะ และไม่ต้องฝืนอดยาวทุกวัน เป้าหมายคือให้พุงค่อย ๆ ลง โดยไม่แลกกับการปวดเกาต์ซ้ำครับ6. ข้อหายปวด ไม่ได้แปลว่าเกาต์หายแล้วพอข้อยุบ เดินได้ หลายคนก็หยุดสนใจค่ายูริกทันทีครับ เพราะรู้สึกว่าอาการจบแล้ว แต่ความจริงผลึกยูริกที่สะสมอยู่ในข้อไม่ได้หายไปพร้อมกับอาการปวด ถ้าค่ายังสูง ผลึกก็ยังสะสมต่อได้ และพร้อมกลับมาอักเสบใหม่เมื่อมีตัวกระตุ้นคนที่ต้องรักษาเกาต์มักมีเป้าหมายค่ายูริกต่ำกว่า 6 mg/dL เพื่อให้ผลึกค่อย ๆ ลดลงและลดโอกาสกำเริบ ถ้ายังปวดหลายครั้งต่อปี มีก้อนเกาต์ ข้อเริ่มผิดรูป หรือเคยมีนิ่ว การคุมอาหารอย่างเดียวอาจไม่พอครับ ต้องวางแผนรักษาให้ถึงเป้าหมาย ไม่ใช่หายปวดแล้วหยุดทุกอย่างเองอยากให้เกาต์กลับมาปวดน้อยลง เริ่มเช็กตรงนี้ครับ• ลดน้ำอัดลม ชานม กาแฟหวาน น้ำผลไม้ และเครื่องดื่มชูกำลัง• ดื่มน้ำให้พอ ถ้าไม่ได้ถูกจำกัดน้ำจากโรคหัวใจหรือโรคไต• ลดน้ำหนักแบบค่อย ๆ ลง ไม่อดหนักและไม่ปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ• ตรวจค่าไต น้ำตาล ไตรกลีเซอไรด์ ความดัน และรอบเอวร่วมกับยูริก• เอารายชื่อยาและอาหารเสริมไปให้หมอดู อย่าหยุดยาเอง• ถ้าปวดเกาต์ซ้ำ ต้องดูว่าค่ายูริกถึงเป้าหมายหรือยัง ไม่ใช่ดูแค่ว่าข้อยุบแล้วหรือยังครับการเลิกเครื่องในและไม่ดื่มแอลกอฮอล์ถือว่าทำถูกแล้วครับ แต่ถ้าน้ำหวานยังอยู่ ดื่มน้ำน้อย ไตขับยูริกไม่ดี พุงเพิ่ม หรือลดน้ำหนักแรงเกินไป เกาต์ก็ยังกลับมาได้ ใครเป็นเกาต์อยู่หรือมีคนใกล้ตัวเป็น ลองเช็กกันให้ครบครับว่าตัวเร่งซ่อนอยู่ตรงไหน เพราะเมื่อแก้ถูกจุด ค่ายูริกถึงเป้าหมาย และติดตามต่อเนื่อง โอกาสที่ข้อจะกลับมาบวมปวดก็ลดลงได้จริง ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ
งดเครื่องใน-เลิกเบียร์แต่เกาต์ไม่หาย! “หมอเจด” แฉตัวเร่งยูริกตัวจริงที่หลายคนคาดไม่ถึง!
by
Tags: