โซเชียลเสียงแตก ชายถูกแจ้งความคดี 112 ถูกรุมทำร้ายก่อนพาส่ง ตร.

23 กรกฎาคม 2569 เกิดเหตุ กลุ่มกองเรือนรก บุกรุมทำร้าย ชายป่วยจิตเวชย่านดอนเมือง เมื่อคืนวันที่ 22 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา โดยอ้างเหตุผลเรื่องพฤติกรรมเข้าข่ายคดี112 ก่อนจับตัวขึ้นรถกระบะนำส่งตำรวจ สน.เตาปูน ทั้งที่ยังไม่มีหมายเรียก ขณะที่ สส.พรรคประชาชน ประณามการใช้ความรุนแรง ชี้เป็นการทำลายหลักนิติรัฐ และดึงสถาบันฯ มาผูกโยงความป่าเถื่อนมีรายงานว่าเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2569 เวลาประมาณ 20.00 น.ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้รับแจ้งเหตุการณ์กรณีกลุ่มบุคคลเข้าทำร้ายร่างกายประชาชนรายหนึ่ง สืบเนื่องจากการแสดงออกเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ พร้อมกับมีการแจ้งความดำเนินคดีตามมาตรา 112เหตุการณ์ กลุ่มกองเรือนรก รุมทำร้ายชายจิตเวชศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบภายหลังพบว่า บุคคลที่ถูกทำร้ายชื่อ “ธนิต” (นามสมมติ) อายุ 42 ปี เคยมีประวัติการรักษาอาการทางจิตเวชในโรงพยาบาลมาตั้งแต่ปี 2550 และเคยถูกคุมขังในเรือนจำระยะหนึ่ง ต่อมาได้รับการปล่อยตัวในช่วงปี 2567 และไม่ได้ใช้ยาที่เกี่ยวกับโรค โดยมีมารดาที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ที่เขาดูแลอยู่ขณะที่กลุ่มบุคคลที่เข้าทำร้ายร่างกายใช้ชื่อกลุ่มว่า “กองเรือนรก” ได้โพสต์ข้อความในลักษณะติดตามตัวนายธนิตมาตั้งแต่เย็นวันที่ 20 ก.ค. 2569 โดยระบุว่า จะไล่ล่าตัวภายใน 24 ชั่วโมง ก่อนในช่วงหัวค่ำวันที่ 22 ก.ค. 2569 จะเกิดเหตุการณ์ที่กลุ่มบุคคลดังกล่าว บุกเข้าไปยังที่พักของนายธนิต ย่านดอนเมือง และนำตัวมารุมทำร้ายด้านนอก จากภาพในคลิปวิดีโอพบว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวหลายสิบคนเข้ารุมล้อมนายธนิต มีผู้นำเท้ากดตัวนายธนิต ตบหน้าโดยแรงหลายครั้ง สกัดขาให้ล้มก้นกระแทกพื้น เหยียบศีรษะและตัว กระทุ้งเข่าเข้าช่วงท้อง ตบศีรษะและใช้ศอกกระแทก จนเลนส์แว่นของนายธนิตหลุดจากกรอบ จากนั้นกลุ่มบุคคลได้นำตัวนายธนิตขึ้นรถกระบะไปส่งยัง สน.เตาปูนโพสต์ของกลุ่มกองเรือนรกโพสต์ของกลุ่มกองเรือนรกโดยจากการติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า มีผู้มาแจ้งความในคดีตามมาตรา 112 ไว้ที่สถานีตำรวจดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. 2569 แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ออกหมายเรียก หรือขอออกหมายจับ โดยหลังกลุ่มบุคคลดังกล่าวนำตัวมาส่งตำรวจ ยังคงเฝ้าคอยอยู่บริเวณรอบสถานีต่อมาทนายความได้ติดตามเรื่องและทราบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำโทรศัพท์ของนายธนิตไปตรวจสอบโดยไม่มีหมาย ก่อนทำบันทึกการตรวจยึดโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่องของนายธนิตเอาไว้ ภายหลังตรวจสอบบันทึกการตรวจยึดพบว่า พ.ต.ท.อิทธิกร ตรีประภากร สารวัตรสอบสวน สน.เตาปูน เป็นผู้ทำการตรวจยึด โดยอ้างการตรวจยึดเพื่อเป็นพยานหลักฐานในคดีที่มี นายนฤพล หนูมงกต มาแจ้งความในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ไว้เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2569 เวลาประมาณ 18.48 น.บันทึกยังระบุว่า การตรวจยึดได้รับความยินยอมจากนายธนิต และยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์ ต่อมาตำรวจได้ติดต่อทนายความว่า จะนำตัวนายธนิตไปส่งที่ สน.ดอนเมือง โดยยังไม่ได้แจ้งข้อหาใด ๆ และในส่วนการถูกทำร้ายร่างกายสามารถดำเนินการแจ้งความได้ที่ สน.ดอนเมืองทีมทนายความจึงติดตามไปที่สถานีตำรวจในเวลาประมาณ 23.00 น. หลังจากพบตัวนายธนิต พบว่า มีอาการบาดเจ็บฟกช้ำตามร่างกาย ปากแตก ปวดระบมบริเวณศีรษะ เขาได้ขอแจ้งความดำเนินคดีต่อกลุ่มบุคคล ที่เข้าทำร้ายร่างกายดังกล่าว โดยมีร้อยเวรของ สน.ดอนเมือง เป็นผู้รับเรื่องไว้ ทีมทนายความยังได้ขอให้ตำรวจทำหนังสือส่งตัวผู้บาดเจ็บเพื่อตรวจอาการและบาดแผลที่โรงพยาบาลด้วยภาพกลุ่มกองเรือนรกทำร้ายชายจิตเวชในช่วงเช้าวันที่ 23 ก.ค. 2569 นายธนิตได้เข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล โดยยังมีอาการแน่นหน้าอกอย่างมาก ทำให้แพทย์ให้เข้ารับการรักษาฉุกเฉิน ขณะที่พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ได้ติดต่อขอสอบสวนเพิ่มเติมในเรื่องเหตุทำร้ายร่างกายด้าน นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี เขต 7 พรรคประชาชน แสดงความเห็นว่า ไม่ว่าเราจะรักหรือไม่รักสถาบัน ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับความเห็นของใคร สิ่งหนึ่งที่สังคมไทยไม่ควรยอมรับ คือ การใช้ความรุนแรงกับผู้ที่เห็นต่าง “หากวันนี้มีผู้ใดอ้างความจงรักภักดีเพื่อทำร้ายร่างกายผู้อื่น นั่นไม่ใช่การปกป้องสถาบัน แต่คือการทำลายหลักนิติรัฐ และทำให้สถาบันถูกดึงเข้าไปผูกโยงกับการใช้ความรุนแรง ซึ่งไม่มีฝ่ายใดได้ประโยชน์” สหัสวัตกล่าว


Posted

in

by

Tags: