ฉีกทุกกฎการบินเล็ก! เครื่องบินเล็ก ชาร์ก 600 (Shark 600) จากค่าย ชาร์ก แอโร (Shark Aero) กลายเป็นเครื่องบินน้ำหนักเบารุ่นแรกของโลก ที่ผ่านการอนุมัติให้ติดตั้งระบบขจัดแรงสั่นสะเทือนจากอากาศแปรปรวนแบบแอคทีฟ (Active Turbulence-Cancelling System) ซึ่งผู้พัฒนาเผยว่า อุปกรณ์เสริมนี้สามารถลดแรงกระแทกจากหลุมอากาศได้มากกว่าร้อยละ 80 เปลี่ยนเครื่องบินขนาด 600 กิโลกรัม ให้มีความนิ่งและเสถียรราวกับเครื่องบินขนาดใหญ่ดีไซน์สุดล้ำระดับเครื่องบินขับไล่ชาร์ก แอโร (Shark Aero) ผลิตเครื่องบินรุ่นนี้ขึ้นที่โรงงานในเมืองเซนิตซา (Senica) ประเทศสโลวาเกีย โดยทีมออกแบบเลือกใช้วัสดุผสมประเภทคาร์บอนไฟเบอร์และไฟเบอร์กลาส ประกอบขึ้นรูปแบบแซนด์วิช เพื่อให้ได้โครงสร้างที่แข็งแกร่งแต่มีน้ำหนักเบาที่สุดรูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นด้วยทรงปีกต่ำ (Low-wing) ฐานล้อแบบสามจุดที่พับเก็บได้ และห้องนักบินแบบสองที่นั่งเรียงต่อกัน ให้ความรู้สึกคล้ายเครื่องบินขับไล่ย่อส่วน หรือเครื่องร่อนสมรรถนะสูงหลังคาห้องนักบินแบบโพลีคาร์บอเนตเปิดกว้างให้มุมมองชัดเจน ควบคุมง่ายด้วยคันบังคับแบบ Side-stick พร้อมระบบภายในห้องนักบินที่ออกแบบตามสไตล์เครื่องบินเจ็ท เพื่อลดภาระของนักบินให้เหลือน้อยที่สุด ส่วนเบาะนั่งทำจากโครงคาร์บอนปรับได้รอบทิศทาง หุ้มด้วยหนังเกรดการบินมิติและน้ำหนักที่กะทัดรัดชาร์ก 600 (Shark 600) มีมิติตัวเครื่องที่คล่องตัวสูง โดยมีความกว้างช่วงปีก 7.9 เมตร ความยาวลำตัว 6.85 เมตร และความสูงที่ 2.5 เมตร พื้นที่ปีกอยู่ที่ 9.5 ตารางเมตร น้ำหนักเครื่องเปล่าประมาณ 350 กิโลกรัม น้ำหนักขึ้นบินสูงสุด (MTOW) 600 กิโลกรัม น้ำหนักบรรทุกใช้งาน (Useable Load) อยู่ที่ 230 – 250 กิโลกรัมขุมพลังของเครื่องบินขุมพลังหลักมาจากเครื่องยนต์ Rotax 912 ULS แบบ 4 สูบนอน ให้กำลังสูงสุด 100 แรงม้าที่ 5,800 รอบ/นาที ในช่วงทะยานขึ้น และปรับลดเหลือ 92 แรงม้าสำหรับการบินเดินทางความเร็วสม่ำเสมอ ทำงานร่วมกับสองใบพัดของ Woodcompโดยมีให้เลือกขนาดถังน้ำมันตั้งแต่ 100 ลิตร หรือ 150 ลิตร นอกจากนี้ หากต้องการสมรรถนะขั้นสุด ยังมีรุ่น ชาร์ก 600 T (Shark 600 T) ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบ ให้ความเร็วเดินทางที่สูงขึ้นและทำงานในระยะความสูงมากได้ดีกว่าเดิมนวัตกรรมสยบหลุมอากาศ (Turbulence Cancellation)หัวใจสำคัญของความคืบหน้าครั้งล่าสุด คือการติดตั้งเทคโนโลยีตัดแรงสั่นสะเทือน จากบริษัท เทอร์บูแลนซ์ โซลูชัน (Turbulence Solutions) ใช้เวลาริจัยและพัฒนานานถึง 7-8 ปี ก่อนจะได้รับใบรับรองจากทางการออสเตรีย ถือเป็นเครื่องบินระดับเดียวกันรุ่นแรกที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ระบบนี้ และปัจจุบันได้เปิดขายเป็นออปชันเสริมส่งตรงจากโรงงาน รวมถึงในรุ่นเทอร์โบด้วยหลักการทำงานของระบบ จะเริ่มจากการตรวจจับการเคลื่อนที่ของกระแสอากาศในแนวดิ่งที่กำลังจะปะทะปีก จากนั้นคอมพิวเตอร์จะประมวลผลทันทีว่ากระแสลมนั้นจะยกหรือกดตัวเครื่องอย่างไร แล้วจึงส่งสัญญาณไปที่แผ่นสั่งการขนาดเล็ก (Turbulence flaplets) ที่ติดตั้งอยู่บนแผ่นปีกเดิม ให้ขยับสร้างแรงต้านในทิศทางตรงกันข้าม ทำให้แรงกระแทกลดลงกระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นด้วยความเร็วสูงมากจนสามารถตัดแรงเหวี่ยงในแนวดิ่งได้เกือบทั้งหมด ก่อนที่นักบินหรือผู้โดยสารจะทันรู้สึกตัว โดยบริษัทอ้างว่าจากผลการทดสอบชี้ให้เห็นว่า ระบบนี้ช่วยลดความเค้นจากแรงจี (g-force) จากเดิม ±0.5 g เหลือเพียง 0.1 g เท่านั้น ภายใต้การบินในสภาวะเดียวกันข่าวที่เกี่ยวข้องระทึกกลางอากาศ เครื่องบินไรอันแอร์กระจกแตก ผู้โดยสารถูกดูดร่างออกไปนอกหน้าต่างทรัมป์รับเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน (Air Force One) ลำใหม่ที่เลือกลายเอง หลังได้จากกาตาร์มาเร่งรีโนเวทใน 10 เดือน“ซาบีดา” เผยภาพ “นายกฯ อนุทิน” นั่งลุยงานบนเครื่องบินยาว 4 ชั่วโมงไม่มีพัก"สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส" เตรียมเปิดใช้งาน "สตาร์ลิงค์" ผู้โดยสารเล่นเน็ตความเร็วสูงระหว่างบินได้“เครื่องบินไฟฟ้า” เยอรมนี “Romeo” ทะยานทดสอบเที่ยวบินสาธารณะครั้งแรกที่มิวนิก
“Shark 600” เครื่องบินเล็กยุคใหม่ ติดระบบขจัดแรงสะเทือนสุดล้ำ สู้สภาพอากาศแปรปรวน
by
Tags: