ส่องฟอร์มลิเวอร์พูลยุคใหม่ภายใต้การคุมทัพของ อันโดนี่ อิราโอล่า ประเดิมอุ่นเครื่องชนะ ซันเดอร์แลนด์ 4-2 พร้อมเผย 5 จุดเปลี่ยนสำคัญที่น่าจับตาในซีซั่นนี้เข้มข้นตั้งแต่เกมแรก! 5 สิ่งที่ได้เห็น ลิเวอร์พูล ยุคใหม่ภายใต้การคุมทัพของ อิราโอล่าสาวก "เดอะ ค็อป" เริ่มรู้สึกถึงช่วงเวลาที่ได้เชียร์ลิเวอร์พูลอย่างสนุกเร้าใจอีกครั้ง หลังเห็นผลงานของทัพ "หงส์แดง" ยุคใหม่ภายใต้การคุมทีมของ อันโดนี่ อิราโอล่า ที่เน้นการเล่นดุดัน เข้มข้น และเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นลิเวอร์พูลจบสิ้นยุคการเล่นที่ไร้ความแน่นอนของ อาร์เน่อ สล็อต ไปเรียบร้อยแล้ว หลังแฟนบอลต้องทนเห็นทีมรักทำผลงานผีเข้าผีออกตลอดทั้งซีซั่นที่ผ่านมา แต่กระนั้นการเข้ามาของอิราโอล่าก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงทีมได้ในทันทีอย่างไรก็ตาม สำหรับการอุ่นเครื่องแมตช์แรกของเกมปรีซีซั่น ทำให้แฟนบอล "เดอะ เร้ดส์" รู้สึกตื่นเต้นและประทับใจอะไรหลาย ๆ อย่างที่อิราโอล่าพยายามนำมาใช้กับทีม แต่กระนั้นก็ยังมีบางสิ่งที่ต้องปรับปรุงแก้ไข และน่าจะเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นเมื่อบรรดาผู้เล่นซีเนียร์กลับมาครบทุกคนสำหรับเกมที่ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 4-2 ซึ่งถือเป็นแมตช์โชว์กึ๋นอย่างเป็นทางการของอิราโอล่ากับลิเวอร์พูล มีประเด็นอะไรที่น่าสนใจบ้าง ต้องไปพิจารณากัน1. ไม่ลังเลที่จะใช้บอลยาวแน่นอนว่าการวิเคราะห์อะไรมากเกินไปจากเกมปรีซีซั่นอาจไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ แต่ก็ต้องขอสักนิดหนึ่ง เพราะมันมีประเด็นที่น่าสนใจ และยังได้เห็นรูปแบบและแนวคิดในการทำงานของอิราโอล่าตั้งแต่ต้นเกมเลยทีเดียวเกมเริ่มต้นจากการเขี่ยบอลของซันเดอร์แลนด์ ก่อนที่บอลจะย้อนกลับไปถึง จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ แล้วผู้รักษาประตูชาวจอร์เจียทำอะไร? เขาเปิดบอลยาวทันที เพียงจังหวะเดียวนี้ก็สะท้อนแนวคิดการเล่นของลิเวอร์พูลยุคใหม่ได้ไม่น้อยฤดูกาลที่ผ่านมา อาร์เน่อ สล็อต มักแสดงความไม่พอใจที่คู่แข่งเลือกใช้บอลยาว เพราะลิเวอร์พูลมีปัญหาในการรับมือกับเกมที่เน้นการปะทะและความแข็งแกร่งของพรีเมียร์ลีก แม้จะเป็นเช่นนั้น "หงส์แดง" ภายใต้การคุมทีมของโค้ชชาวดัตช์ก็ยังยึดมั่นในแนวทางของตัวเอง โดยเลือกต่อบอลสั้นจากแนวหลังหรือทุกครั้งที่สามารถทำได้สถิติก็สะท้อนเรื่องนี้อย่างชัดเจน เพราะลิเวอร์พูลอยู่อันดับ 16 ของพรีเมียร์ลีกในด้านจำนวนการเล่นบอลยาวเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เมื่อมองจากมุมนี้ การที่ "มามาร์" เลือกเปิดบอลยาวตั้งแต่จังหวะแรก จึงบ่งบอกถึงแนวทางใหม่ของทีมในยุคอิราโอล่าได้เป็นอย่างดีนั่นไม่ใช่ครั้งเดียว เพราะตลอดเกมแรกภายใต้การคุมทีมของอิราโอล่า ลิเวอร์พูลเปิดบอลยาวแม่นยำถึง 41 ครั้ง ตามข้อมูลของ FotMob เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ฤดูกาลสุดท้ายภายใต้การคุมทีมของสล็อต ทีมมีค่าเฉลี่ยการเล่นบอลยาวเพียง 21 ครั้งต่อเกม ในพรีเมียร์ลีกเพียงแค่หนึ่งนาทีแรกของเกมปรีซีซั่น แฟนบอล "หงส์แดง" ก็เริ่มเห็นแล้วว่าอิราโอล่าน่าจะเป็นกุนซือที่มีความยืดหยุ่นและเน้นความเหมาะสมกับสถานการณ์มากกว่าสล็อต ซึ่งอาจเป็นผลดีต่อทีมฤดูกาลที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลมักถูกจับทางได้จากรูปแบบการเล่นที่ค่อนข้างเดิม ๆ แต่การแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการเล่นบอลยาวตั้งแต่เกมแรก บ่งชี้ว่า "หงส์แดง" พร้อมปรับตัวและรับมือกับความเข้มข้นของพรีเมียร์ลีกในแบบที่เหมาะสมกับเกมมากขึ้นยิ่งไปกว่านั้น แม้จะเลือกใช้บอลยาวมากขึ้น แต่ลิเวอร์พูลยังครองบอลได้ถึง 64% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเล่นแบบยืดหยุ่นและการครองบอลเหนือคู่แข่งสามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้ก่อนหน้านี้หลายคนตั้งคำถามว่าอิราโอล่าจะสามารถปรับจากสไตล์ฟุตบอลที่เน้นเกมรวดเร็วและเข้มข้นแบบที่ใช้กับบอร์นมัธได้หรือไม่ แม้มันจะเป็นแค่เกมอุ่นเครื่อง แต่สัญญาณแรกที่เห็นจาก "หงส์แดง" ยุคอิราโอล่าถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว2. สไตล์การเล่นที่เข้มข้นกลับมาแล้วหนึ่งในเสียงวิจารณ์สำคัญที่มีต่อลิเวอร์พูลเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา คือการขาดความเข้มข้นในการเล่น เมื่อเกมเข้าสู่การปะทะที่หนักหน่วงมากขึ้น พวกเขากลับไม่สามารถสู้กับพลังงานและความดุดันของคู่แข่งได้ท้ายที่สุด ปัญหาดังกล่าวก็กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้สล็อตต้องอำลาตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม เพียง 90 นาที ในเกมอุ่นเครื่องกับซันเดอร์แลนด์นั้น "เดอะ เร้ดส์" แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการไล่กดดันคู่แข่ง มากกว่าที่เห็นตลอดทั้งฤดูกาลก่อนเสียอีกแม้ผู้เล่นตัวหลักหลายคนจะยังไม่กลับมาจากภารกิจฟุตบอลโลก แต่อิราโอล่าก็เริ่มปลูกฝังแนวทางการเล่นเกมรับโดยไม่มีบอลในแบบฉบับของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว สไตล์ที่โดดเด่นของกุนซือชาวสเปนเห็นได้ชัดจากการเล่นของ วิลล์ ไรท์ ซึ่งวิ่งไม่มีหมดตลอดทั้งเกมทุกครั้งที่ผู้รักษาประตูของซันเดอร์แลนด์ได้รับบอลในครึ่งแรก ไรท์จะรีบวิ่งเข้าเพรสทันที พร้อมวิ่งตัดมุมเพื่อบีบพื้นที่ด้านหนึ่งของสนาม ขณะที่เพื่อนร่วมทีมก็ขยับตามขึ้นมากดดันอย่างเป็นระบบรูปแบบการเพรสซิ่งของอิราโอล่าเริ่มปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน และในครึ่งหลังลิเวอร์พูลยิ่งทำได้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะ โดมินิค โซบอสไล ที่ส่งสัญญาณตั้งแต่เกมแรกว่าเขาอาจกลายเป็นนักเตะคนสำคัญที่สุดของอิราโอล่าในฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลอาจยังไม่ฟิตเต็มร้อย และจังหวะการเล่นอาจยังไม่เฉียบคม แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือความเข้มข้นในการเล่นได้กลับมาแล้ว3. พบวิธีปลดล็อกฟูลแบ็กของลิเวอร์พูลแม้ลิเวอร์พูลจะทุ่มเงินรวม 60 ล้านปอนด์ (ราว 2,640 ล้านบาท) คว้าตัว มิลอส เคอร์เคซ และ เจเรมี่ ฟริมปง เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ทั้งคู่กลับไม่สามารถสร้างความประทับใจได้ในปีแรกที่แอนฟิลด์เคอร์เคซเริ่มกลับมาโชว์ฟอร์มได้หลังออกสตาร์ตอย่างยากลำบาก แต่ในรายของฟริมปงกลับน่าผิดหวัง ทุกครั้งที่ลงสนาม เขาดูเหมือนติดอยู่กึ่งกลางระหว่างสองบทบาท คือ เกมรับยังไม่น่าไว้วางใจพอสำหรับการเล่นแบ็กขวา ขณะที่เกมรุกก็ยังสร้างสรรค์ไม่มากพอที่จะยืนเป็นปีกเต็มตัวหนึ่งในปัญหาของลิเวอร์พูลเมื่อฤดูกาลก่อน คือการไม่สามารถหาบทบาทที่เหมาะสมให้กับฟูลแบ็กทั้งสองคนได้ เมื่อ โกดี้ คักโป และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ขยับเข้ามาเล่นด้านใน ฟูลแบ็กจึงต้องรับหน้าที่คอยยืนรักษาความกว้างของเกมรุกอยู่ริมเส้นแนวทางดังกล่าวไม่เพียงทำให้ลิเวอร์พูลเปิดพื้นที่ริมเส้นให้คู่แข่งเล่นงาน แต่ยังทำให้เคอร์เคซและฟริมปงแทบไม่มีบทบาทกับเกมรุก เพราะต้องเสียสละเพื่อเปิดพื้นที่ให้แนวรุกเลี้ยงตัดเข้าไปทำเกมอย่างไรก็ตาม อันโดนี่ อิราโอล่า อาจค้นพบวิธีแก้ปัญหานี้แล้ว ก็อย่างที่ได้เห็นในเกมกับซันเดอร์แลนด์ เมื่อลิเวอร์พูลมีความยืดหยุ่นในการเล่นอย่างมาก โดยกองกลางคนหนึ่งถอยต่ำลงมารับบอล เซ็นเตอร์แบ็กจะขยับออกไปด้านข้างพร้อมพาบอลขึ้นเกมรูปแบบนี้เปิดโอกาสให้ฟริมปงและเคอร์เคซเติมเกมรุกได้สูงขึ้น ที่สำคัญคือแทนที่จะปล่อยให้ปีกยืนสูงและหุบเข้าด้านในเหมือนเดิม ปีกของลิเวอร์พูลกลับขยับเข้ามาเล่นในพื้นที่มิดฟิลด์ตัวรับแทนผลที่ตามมาคือฟูลแบ็กสามารถเติมขึ้นไปเล่นในพื้นที่อันตรายได้มากกว่าเดิม ขณะเดียวกันทีมก็ยังมีความสมดุล หากเสียบอลก็สามารถรับมือกับเกมสวนกลับได้ดีขึ้นอิราโอล่าเคยใช้แนวทางคล้ายกันมาแล้วกับบอร์นมัธ โดยให้ปีกหุบเข้ามาเล่นในพื้นที่กองกลาง จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่เขาจะนำแนวคิดนี้มาใช้กับลิเวอร์พูล และนี่อาจเป็นวิธีใหม่ที่เขาค้นพบในการปลดล็อกศักยภาพของฟูลแบ็กลิเวอร์พูลก็เป็นได้4. เหตุผลที่ระบบของอิราโอล่าอาจปลุกฟอร์มเอลเลียตต์ในเกมกับซันเดอร์แลนด์ยังถือเป็นการกลับมาของ ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ หลังถูกปล่อยยืมไปอยู่กับแอสตัน วิลล่า เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งเขาไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงภายใต้การคุมทีมของ อูไน เอเมรี่ ได้ปัญหาใหญ่ที่สุดของเอลเลียตต์คือไม่มีตำแหน่งที่ชัดเจน โดยเขาเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ที่เล่นได้ทั้งกองกลางและริมเส้น แต่ความสามารถในการเล่นได้หลายตำแหน่งกลับกลายเป็นอุปสรรคต่อโอกาสลงสนาม เพราะเขาไม่สามารถยึดบทบาทใดบทบาทหนึ่งในทัพ "หงส์แดง" ได้อย่างถาวรอนาคตของเอลเลียตต์ที่แอนฟิลด์ยังคงไม่แน่นอน อย่างไรก็ตาม จากสิ่งที่เห็นในเกมกับ "แมวดำ" ดูเหมือนว่านักเตะอาจมีบทบาทสำคัญในทีมของอิราโอล่า เพราะด้วยสไตล์การเล่นที่เน้นความยืดหยุ่นและการสลับตำแหน่งอยู่ตลอดเวลา นายใหญ่ชาวสแปนิชอาจเปลี่ยนสิ่งที่เคยเป็นจุดอ่อนของเอลเลียตต์ให้กลายเป็นจุดแข็งนักเตะในระบบของอิราโอล่าต้องหมุนเวียนตำแหน่งกันตลอด เพื่อดึงแนวรับคู่แข่งออกจากพื้นที่ ดังนั้นผู้เล่นที่สามารถเล่นได้หลายตำแหน่งจึงมีคุณค่าอย่างมาก และเอลเลียตต์ก็มีคุณสมبัตินั้นอย่างชัดเจนยิ่งไปกว่านั้น หากอิราโอล่าต้องการเปิดพื้นที่ให้ฟูลแบ็กเติมเกมรุกมากขึ้น ด้วยการให้ปีกถอยลงมาเล่นในแดนกลางอย่างที่เห็นในเกมแรก เอลเลียตต์ก็อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เพราะเขาสามารถเล่นได้ทั้งริมเส้นและในพื้นที่ในแผงมิดฟิลด์5. เปลี่ยนระบบน่าเบื่อ สู่โครงสร้างการเล่นที่ยืดหยุ่นตลอดทั้งเกม ลิเวอร์พูลมีการสลับตำแหน่งกันอย่างต่อเนื่อง จนแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะระบุรูปแบบการยืนตำแหน่งที่ตายตัวในจังหวะครองบอลบางครั้ง เคอร์ติส โจนส์ ถอยลงมาเป็นกองหลัง หรือขยับไปเล่นแบ็กขวา แต่ในอีกจังหวะหนึ่ง เขากลับเติมสูงขึ้น ขณะที่ฟริมปงหุบเข้ามาตรงกลาง และเอลเลียตต์ขยับออกไปยืนริมเส้นฝั่งขวาอย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลสามารถรักษาโครงสร้างในแดนกลางให้ชัดเจนมากกว่าการเคลื่อนที่สลับตำแหน่งไปทั่วสนาม โดยให้ยืนประจำตำแหน่งของตัวเอง และเชื่อว่าบอลจะถูกส่งมาถึง การเล่นด้วยความยืดหยุ่นแบบนี้อาจเป็นสิ่งที่ลิเวอร์พูลต้องการมากที่สุดเมื่อมองย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา หนึ่งในปัญหาใหญ่ของ "หงส์แดง" คือรูปแบบการเล่นในจังหวะครองบอลที่คาดเดาได้ง่าย ทุกคนรู้ว่าผู้เล่นแต่ละคนจะยืนตรงไหน ทีมเพียงต่อบอลไปมา หวังดึงกองหลังคู่แข่งที่ตั้งรับลึกให้เสียรูปทรงกระนั้นการเคลื่อนที่กลับนิ่งเกินไป จึงแทบไม่สามารถสร้างช่องว่างได้ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อหลายทีมเริ่มเปลี่ยนจากการยืนคุมโซนมาเป็นการประกบตัวต่อตัวมากขึ้น การเล่นแบบอดทนต่อบอลก็ยิ่งสร้างโอกาสได้ยากกว่าเดิมด้วยเหตุนี้ เกมกับซันเดอร์แลนด์จึงให้เกิดความรู้สึกสดใหม่ และเริ่มแสดงให้เห็นแล้วว่าแนวทางของอิราโอล่าอาจได้ผล เห็นได้ชัดว่า ริโอ เอ็นกูโมฮา ขยับหุบเข้ามาเล่นในพื้นที่ตรงกลาง ก่อนจะมีส่วนสำคัญกับประตูแรกของลิเวอร์พูลโลกลูกหนังในยุคปัจจุบันที่เน้นการประกบตัวต่อตัว การบังคับให้ตัวประกบต้องวิ่งตามเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่ถนัด ถือเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของทีมระดับท็อป และแนวทางการเล่นที่ยืดหยุ่นของอิราโอล่าก็ดูจะตอบโจทย์เรื่องนี้ได้อย่างลงตัว
เข้มข้นตั้งแต่เกมแรก! 5 สิ่งที่ได้เห็น ลิเวอร์พูล ยุคใหม่ภายใต้การคุมทัพของ อิราโอล่า
by
Tags: