แก้ปัญหาปีกขวา! เอ็นกูโมฮา ส่งสัญญาณบวกพร้อมเล่นร่วม บาร์กโกล่า หลังฟอร์มเด่นช่วงปรีซีซั่น

ผลงานของ ริโอ เอ็นกูโมฮา ในช่วงออกทัวร์ปรีซีซั่นที่สหรัฐอเมริกา เป็นการส่งสัญญาณถึง อันโดนี่ อิราโอล่า กุนซือลิเวอร์พูล ว่าเจ้าหนูรายนี้พร้อมก้าวขึ้นมามีบทบาทมากขึ้น ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถเล่นร่วมกับ บรัดเลย์ บาร์กโกล่า เป้าหมายเสริมทัพของ ดาวรุ่งวัย 17 ปีเป็นหนึ่งในนักเตะที่สร้างความประทับใจให้กับ ลิเวอร์พูล เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แม้ภาพรวมผลงานของทีมจะน่าผิดหวัง แต่ทุกครั้งที่ได้รับโอกาสลงสนาม เขามักทำผลงานได้โดดเด่นสำหรับในช่วงปรีซีซั่น เอ็นกูโมฮา ยกระดับฟอร์มการเล่นได้อย่างโดดเด่น และในแมตช์ล่าสุดเขาลงมาเป็นตัวสำรอง พร้อมกับสามารถเปลี่ยนเกมของ "เดอะ เร้ดส์" ได้ทันที และเป็นคนยิงประตูชัยนำต้นสังกัดเฉือนชนะ เร็กซ์แฮม 1-0ประตูของเอ็นกูโมฮา ซึ่งเป็นลูกยิงแฉลบคู่แข่ง ช่วยให้ ลิเวอร์พูล รักษาสถิติชนะรวดในช่วงปรีซีซั่นต่อไป ที่น่าสนใจคือเกมนี้เขาถูกใช้งานทางฝั่งขวา ทั้งที่ก่อนหน้านี้แทบจะเล่นเป็นปีกซ้ายมาโดยตลอด ซึ่งอาจเป็นสัญญาณถึงแผนการใช้งานของ อิราโอล่า ในอนาคตที่ผ่านมา มีเสียงเรียกร้องจากสาวก "เดอะ ค็อป" จำนวนมากให้ เอ็นกูโมฮา ได้รับโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม หาก บาร์กโกล่า ซึ่งถนัดเล่นริมเส้นฝั่งซ้ายเช่นกัน ย้ายมาร่วมทีม ทั้งคู่ก็อาจต้องแย่งตำแหน่งเดียวกันอย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล กำลังเตรียมเดินหน้าอย่างจริงจังเพื่อคว้าตัวแนวรุกของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ซึ่งมีแนวโน้มอำลา "เปแอสเช" มากขึ้นเรื่อยๆ และจากฟอร์มของ เอ็นกูโมฮา ในบทบาทปีกขวา ก็แสดงให้เห็นว่าเขากับ บาร์กโกล่า สามารถลงเล่นร่วมกันได้ โดยประจำการริมเส้นคนละฝั่งหาก อิราโอล่า สามารถปิดดีลคว้าตัว บาร์กโกล่า ได้สำเร็จ ลิเวอร์พูล อาจต้องทุ่มเงินสูงถึง 140 ล้านปอนด์ (ราว 6,160 ล้านบาท) ตามค่าตัวที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ตั้งไว้ ซึ่งจะทำลายสถิติค่าตัวแพงสุดของสโมสรอีกครั้งแน่นอนว่า หาก "หงส์แดง" ลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาลขนาดนี้ ก็ย่อมคาดหวังให้ บาร์กโกล่า ลงสนามอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความคุ้มค่ากับการลงทุน ซึ่งอาจทำให้เส้นทางในการได้รับโอกาสลงเล่นของ เอ็นกูโมฮา ดูยากขึ้นกระนั้นการแข้งดาวรุ่งชาวอังกฤษแสดงให้เห็นว่าสามารถเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพในตำแหน่งปีกขวา ทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสอดแทรกขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ และเปิดโอกาสให้เจ้าตัวกับ บาร์กโกล่า สามารถลงสนามร่วมกันได้ เพื่อสร้างความอันตรายบริเวณริมเส้น และทำให้คู่แข่งต้องรับมือยากในการต้องดวลกับทั้งสองคน


Posted

in

by

Tags: