เหยื่อวัย 14 ปีเปิดใจนาทีถูก “ป๋อง 5 ศพ” ใส่กุญแจมือข่มขืนเมื่อปี 2561 ซ้ำอ้างตัวเป็นตำรวจข่มขู่ปิดปาก ด้านอดีตภรรยาคนแรกแฉพฤติกรรมรุนแรง ใช้ปืนตบหน้า เข้าออกคุกเป็นว่าเล่น ทั้งคู่ยันต้องประหารชีวิตสถานเดียวจากกรณีคดีสะเทือนขวัญของ “นายป๋อง” ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมโหด 5 ศพ (ประกอบด้วยครอบครัว 3 พ่อแม่ลูก และ 2 พี่น้องชาวรัสเซีย) อ้างอิงจาก ไทยรัฐนิวส์โชว์ ได้เปิดเผยข้อมูลและบทสัมภาษณ์สุดสะเทือนใจจากเหยื่อในอดีตและคนใกล้ชิด ที่ออกมาแฉพฤติกรรมสุดอำมหิตของนายป๋อง ซึ่งพบว่ามีพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนและก่ออาชญากรรมมาอย่างยาวนาน“คุณเฟียด” (นามสมมติ) เหยื่อผู้เสียหายจาก อ.บ่อไร่ จ.ตราด ได้ออกมาเปิดเผยฝันร้ายเมื่อปี 2561 ขณะนั้นเธออายุเพียง 14 ปี ได้รู้จักกับนายป๋องผ่านทาง Facebook ก่อนจะถูกล่อลวงด้วยอุบายว่าจะพาไปดูแข่งรถและให้อยู่เป็นพยานเรื่องรถหายทว่าเมื่อไปถึง นายป๋องกลับจับเธอใส่กุญแจมือ ทำร้ายร่างกาย และลงมือข่มขืนกระทำชำเรา ซึ่งเป็นพฤติกรรม “ใส่กุญแจมือ” แบบเดียวกับที่ใช้อำมหิตกับครอบครัว 3 พ่อแม่ลูกที่ตกเป็นเหยื่อฆาตกรรมหลังเกิดเหตุ นายป๋องได้ข่มขู่ไม่ให้เธอไปแจ้งความ โดยอ้างว่ารู้จักกับตำรวจบนโรงพัก แจ้งไปก็ไม่มีประโยชน์ และขู่จะทำร้ายร่างกาย จนทำให้เธอตกใจกลัวและต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นบาดแผลในใจนานถึง 8 ปีคุณเฟียดระบุว่า นายป๋องมักชอบแต่งกายคล้ายตำรวจ พกบัตรอ้างตัวเป็นตำรวจไปเคลียร์ปัญหาให้กลุ่มเด็กวัยรุ่นหรือคู่อริในพื้นที่ คาดว่าน่าจะมีปมในใจที่อยากเป็นตำรวจแต่ร่างกายไม่เอื้ออำนวย จึงชอบแต่งชุดตำรวจไปข่มขู่เหยื่อตั้งแต่ช่วงปี 2560–2561 แล้วในช่วงแรกที่มีข่าวว่านายป๋องแหกด่านหลบหนีมุ่งหน้าไปทาง จ.สระแก้ว เพื่อข้ามไปกัมพูชา คุณเฟียดยอมรับว่ากลัวมากว่านายป๋องจะกลับมาคิดบัญชีฆ่าปิดปาก จึงตัดสินใจออกมาร้องเรียนผ่านสื่อและแจ้งความ เพื่อเปิดเผยพฤติกรรมชั่วร้าย และเรียกร้องให้ลงโทษด้วยการ “ประหารชีวิต” เท่านั้นด้าน “คุณจอย” อดีตภรรยาคนแรกที่เคยใช้ชีวิตอยู่กับนายป๋องนานกว่า 7 ปี จนมีลูกด้วยกัน ได้ออกมาเปิดเผยถึงเบื้องหลังครอบครัวและพฤติกรรมสุดเลวร้ายของนายป๋องเช่นกันคุณจอยเล่าว่า พ่อของนายป๋องมีอาการคล้ายคนป่วยทางจิต เคยพยายามใช้ไฟฟ้าช็อตเธอซึ่งเป็นลูกสะใภ้ถึง 2 ครั้ง และเคยมาขอดูหน้าอกของเธอ จนทำให้เธอทนไม่ไหวต้องแยกตัวออกมาเมื่อย้ายมาอยู่กันสองคน นายป๋องกลับแสดงพฤติกรรมรุนแรงไม่ต่างจากพ่อ ชอบทำร้ายร่างกายเธอ หนักสุดถึงขั้นใช้ปืนตบหน้า และบังคับให้ทนอยู่ ตลอดเวลา 7 ปีที่คบกัน นายป๋องเข้าออกคุกเป็นว่าเล่น เวลามาหาลูกสาวก็มักจะข่มขู่เธอเสมอว่า “ถ้ามึงไม่ใช่แม่ของลูก กูฆ่ามึงตายไปแล้ว”คุณจอยมองว่านายป๋องถูกกระทำและขาดความอบอุ่นมาตั้งแต่เด็กจนจิตวิปริตและไม่สามารถกลับตัวเป็นคนดีได้อีกแล้ว หากหลุดออกมาจากคุกก็ต้องมาก่อเหตุซ้ำอีกแน่นอนทั้งคุณเฟียดและคุณจอยต่างเห็นตรงกันว่า พฤติกรรมฆ่า 5 ศพของนายป๋องเป็นการกระทำที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมเกินกว่าจะอภัยได้ และเรียกร้องให้ศาลตัดสิน “ประหารชีวิต” นายป๋องเพียงสถานเดียว เพื่อความปลอดภัยของสังคมและเหยื่อทุกคนราชทัณฑ์แจง ปล่อย ป๋อง พ้นโทษตามกำหนด ไม่มีลดโทษเมื่อวันที่ 1 ส.ค. กรมราชทัณฑ์ออกเอกสารชี้แจง ความว่า ตามที่สื่อมวลชนและสังคมมีการตั้งคำถาม เกี่ยวกับระบบราชทัณฑ์และการปล่อยตัวผู้กระทำผิดในคดีร้ายแรงกลับคืนสู่สังคม จนส่งผลกระทบต่อความรู้สึกปลอดภัยของประชาชนและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชลบุรี นั้นกรมราชทัณฑ์ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญในครั้งนี้ และขอเรียนว่า ผู้ต้องหาทั้งสองรายเป็นอดีตผู้ต้องขังที่ได้รับการควบคุมตัวตามคำพิพากษาของศาลอย่างเคร่งครัด และพ้นโทษตามกำหนดหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดแล้วโดยนายฑณา หรือ ป๋อง ได้รับการย้ายตัวจากเรือนจำพิเศษพัทยามายังเรือนจำกลางระยอง เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2564 ในคดีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ กำหนดโทษจำคุก 7 ปี 7 เดือน 25 วัน และพ้นโทษเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2569 ตลอดระยะเวลาการรับโทษผู้ต้องขังดังกล่าวมิได้รับสิทธิประโยชน์ใดเป็นกรณีพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการพระราชทานอภัยโทษ การพักการลงโทษหรือการลดวันต้องโทษแต่อย่างใด เป็นการพ้นโทษเมื่อครบกำหนดตามคำพิพากษาของศาลทั้งนี้ ก่อนครบกำหนดโทษ กรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงของผู้ต้องขังตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด โดยคณะกรรมการชั้นเรือนจำ ประกอบด้วยผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้แทนสำนักงานคุมประพฤติจังหวัด ผู้แทนตำรวจภูธรจังหวัด ผู้แทนเจ้าพนักงานปกครองจังหวัด และผู้แทนสาธารณสุขหรือโรงพยาบาล ร่วมกันพิจารณาเสนอใช้มาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษ (JSOC) ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. 2565 เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณากำหนดมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ ตามมาตรา 16 เสนอความเห็นต่อพนักงานอัยการจังหวัดยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อให้มีคำสั่งกำหนดมาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษ ตามมาตรา 24ต่อมาศาลจังหวัดระยองได้ไต่สวนคำร้อง เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2569 และมีคำสั่งกำหนดมาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษ เป็นเวลา 2 ปี (ห้ามทำกิจกรรมเสี่ยง, รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน และเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูตามที่พนักงานคุมประพฤติกำหนด) ก่อนที่ผู้พ้นโทษจะขอโอนย้ายไปรายงานตัวที่สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดชลบุรี เพื่อพักอาศัยอยู่กับผู้อุปการะ ที่ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรีส่วน นายธงชัย ศรีนิล เป็นนักโทษเด็ดขาดในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีน ได้รับการควบคุมตัวและปล่อยตัวพ้นโทษปกติจากเรือนจำพิเศษพัทยา เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ไม่ได้อยู่ในข่าย พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำฯ (JSOC)กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่า มิได้ปล่อยปละละเลยหรือยุติบทบาทในการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ หากแต่ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติไว้อย่างครบถ้วนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องหนุ่มเผยระทึก อ้างเคยเจอ “ไอ้ป๋อง” แต่งกายคล้ายตำรวจ โผล่ถือปืนกลางดึก“บุ๋ม ปนัดดา” วอนศาลพิจารณาประหาร “ไอ้ป๋อง-ไอ้ธง” อำมหิตไม่ควรอยู่ร่วมสังคมกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงการปล่อยตัว “ไอ้ป๋อง-ไอ้ธง” ยันไม่ได้รับสิทธิพิเศษใดๆ
แฉ ป๋อง 5 ศพ ฉุดเหยื่ออายุ 14 ใส่กุญแจมือข่มขืน 4 เดือน นรกบนดิน
by
Tags: