ย่าวัย 72 วิดีโอคอลข้ามประเทศสั่งหลานแจ้ง ตร. รวบพ่อทาสยาขโมยของขาย

เมื่อวันที่ 15 ส.ค.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังเข้าจับกุมชาย 2 คน หลังได้รับการประสานจากหลานสาวเจ้าของบ้านว่า พ่อแท้ ๆ ของตนเองร่วมกับเพื่อนแอบขโมยทรัพย์สินภายในบ้านพักไปขายจนหมดสิ้น เพื่อนำเงินไปซื้อยาเสพติดและใช้หนี้ โดยเหตุเกิดภายหลังจากย่าซึ่งทำงานอยู่ต่างประเทศเปิดกล้องวงจรปิดเห็นพฤติการณ์ทั้งหมดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายในบ้านพักหลังหนึ่ง ในชุมชนโพนบก เขตเทศบาลนครอุดรธานี จ.อุดรธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ภายในบ้านพัก จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบและทำการจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 2 คน คือ นายวรากร อายุ 39 ปี ลูกชายของเจ้าของบ้าน และ นายพิชัยรัตน์ อายุ 38 ปี เพื่อนของผู้ก่อเหตุ เป็นคน จ.ลำพูนที่มาของปฏิบัติการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากหญิงวัย 72 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งปัจจุบันเดินทางไปทำงานหาเงินอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้ ได้เปิดกล้องวงจรปิดทางไกลเพื่อดูความเรียบร้อยภายในบ้าน ก่อนจะพบภาพนายวรากร ลูกชาย กำลังช่วยกับเพื่อนขนย้ายทรัพย์สินภายในบ้านออกไปขาย จึงได้วิดีโอคอลข้ามประเทศมาหาหลานสาวอายุ 20 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของนายวรากร เพื่อขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมตัวดำเนินคดีทันทีให้โอกาสมาตลอดแต่ไม่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้เป็นแม่ได้วิดีโอคอลพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า แม้ตนเองจะมีอายุมากถึง 72 ปี และต้องลำบากไปทำงานต่างประเทศเพื่อส่งเงินกลับมาเลี้ยงดูลูกชายครั้งละ 500 – 1,000 บาท แต่ลูกชายกลับไม่สำนึก และสร้างความเดือดร้อนให้หลานสาวที่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง จึงต้องการให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุดขณะที่ลูกสาวของผู้ก่อเหตุ เล่าว่า พ่อและแม่แยกทางกันตั้งแต่ตนยังเด็ก เมื่อย่าเดินทางไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ ตนจึงรับหน้าที่ดูแลบ้าน ต่อมาพ่อเดินทางกลับมาจากกรุงเทพฯ พร้อมพาเพื่อนมาอาศัยอยู่ด้วยจากนั้นเริ่มมีพฤติกรรมขโมยทรัพย์สินในบ้านไปขาย ทั้งรถจักรยานยนต์ ตู้เย็นเครื่องใหญ่ ถังแก๊ส เครื่องปรับอากาศ โต๊ะเก้าอี้ไม้ และยังงัดห้องนอนของตนเพื่อเอาทีวีไปขาย ทำให้ตนรู้สึกไม่ปลอดภัยจนต้องย้ายออกไปเช่าหอพักอยู่อาศัยด้านนอก รู้สึกเสียใจมากเพราะที่ผ่านมาครอบครัวให้โอกาสพ่อมาโดยตลอดย่าวัย 72 วิดีโอคอลข้ามประเทศสั่งหลานแจ้ง ตร. รวบพ่อทาสยาขโมยของขายผู้ต้องหารับสารภาพ นำเงินไปใช้หนี้-ซื้อยาบ้าเสพจากการสอบสวน นายวรากร ผู้ก่อเหตุ ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันขโมยทรัพย์สินภายในบ้านไปขายจริง โดยนำทีวี 2 เครื่องไปขายได้เงิน 4,000 บาท ตู้เย็นขายได้ 2,500 บาท และเครื่องปรับอากาศขายได้ 2,500 บาท เงินที่ได้นำไปชำระหนี้สินให้เพื่อน ส่วนที่เหลือนำไปซื้อยาบ้ามาเสพ นอกจากนี้ยังพบประวัติเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาบัญชีม้า ต้องโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน และเมื่อพ้นโทษออกมาจึงกลับมาอยู่อาศัยที่บ้านหลังดังกล่าวเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายวรากร และนายพิชัยรัตน์ ไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด พบว่ามีผลเป็นบวก (ฉี่สีม่วง) ทั้ง 2 คน จึงได้แจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษ และแจ้งข้อหากรรโชกทรัพย์ เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไปอ่านข่าว :เปิดแผน "แคมป์ปิ้ง" สภ.บางพลี ตั้งวงหมูกระทะริมทาง เฝ้าจับเยาวชนแข่งรถกลุ่มผึ้งหลวง ส่ง "นฤพนธ์" หลานชาย "พ.ต.อ.ธงชัย" ลงชิงนายก อบจ.นนทบุรี พฐ.เตรียมลงพื้นที่เรือนจำขอนแก่น หลังแบ็กโฮขุดดินเจอ 30 ถุงต้องสงสัย


Posted

in

by

Tags: