ภาพไฮไลต์ปี 2569 เป็นอีกปีที่คนไทยได้เห็น “ชื่อคุ้นเคย” หายไปจากชีวิตประจำวันมากกว่าที่คิด อย่างกรณี ล่าสุดคือ MaxValu (แม็กซ์แวลู) ภายใต้ อิออน (ไทยแลนด์) ที่กำลังปิดฉากชื่อเดิมในไทย หลังจากอยู่คู่ตลาดค้าปลีกไทยมายาวนานกว่า 42 ปี นับตั้งแต่ยุค “จัสโก้” ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น MaxValuแต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับ MaxValu ไม่ได้จบลงด้วยการ “ปิดร้าน” เพราะทั้ง 30 สาขาและศูนย์ผลิตอาหารพร้อมทาน ถูกส่งต่อให้ เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ที่จะเตรียมปรับโฉมเป็น Tops สื่อถึงภาพของการ “เปลี่ยนมือ” และ “เปลี่ยนเกม” ในธุรกิจค้าปลีกไทยไปพร้อมกันเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้คือผลประกอบการที่กดดันต่อเนื่อง MaxValu ขาดทุนติดต่อกัน 4 ปี ตั้งแต่ 42 ล้านบาทในปี 2566, 186 ล้านบาทในปี 2567, 207 ล้านบาทในปี 2568 และ 266 ล้านบาทในปี 2569 รวมขาดทุนสะสมกว่า 657-700 ล้านบาทขณะที่จำนวนสาขาซึ่งเคยมีมากกว่า 80 แห่ง ลดลงเหลือเพียง 30 แห่ง ส่งผลให้การบริหารต้นทุนและการสร้างอำนาจต่อรองทำได้ยากขึ้นจากค้าปลีก สู่ห้างท้องถิ่นอีกหนึ่งชื่อที่คนเพชรบุรี คุ้นเคยคือ สหไทยดีพาร์ทเม้นสโตร์ ห้างเก่าแก่ที่อยู่คู่ชุมชนมาเกือบ 33 ปี หลังจากเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ห้างแห่งนี้ประกาศยุติกิจการถาวร จากสัญญาเช่าพื้นที่กับเทศบาลเมืองเพชรบุรีสิ้นสุดลงข้อมูลที่น่าสนใจ คือ พบว่า นี่ไม่ใช่ธุรกิจที่ไม่มีรายได้ เพราะช่วงปี 2565-2567 ยังมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 150-152 ล้านบาทต่อปี แต่กำไรบางลง มีหนี้สินรวมกว่า 52.5 ล้านบาท และต้องเผชิญการแข่งขันจากศูนย์การค้ายุคใหม่ สุดท้าย เมื่อไม่มีทายาทเข้ามาสานต่อ และถึงจุดต้องตัดสินใจเรื่องสัญญาเช่า ธุรกิจครอบครัวที่อยู่มานานกว่า 3 ทศวรรษจึงเลือกปิดฉากลงเมื่อทีวีช้อปปิ้ง แพ้โลกโซเชียลอีกชื่อที่หลายคนเคยคุ้นคือ True Shopping หลังจากดำเนินธุรกิจมานาน 14 ปี True Shopping ประกาศยุติการดำเนินงานเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 เหตุผลสำคัญมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนจากการดูรายการแล้วโทรศัพท์สั่งซื้อ ไปสู่การซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและโซเชียลคอมเมิร์ซแบบเรียลไทม์วันนี้ TikTok Shop, Shopee และ Lazada ไม่ได้เป็นเพียง “ช่องทางขายใหม่” แต่กำลังแย่งบทบาทของโมเดลการขายแบบเดิมไปโดยตรงด้วยTrue Shopping จึงเป็นอีกตัวอย่างของธุรกิจที่ไม่ได้แพ้เพราะสินค้าไม่ดี แต่แพ้เพราะ พฤติกรรมคนซื้อเปลี่ยนไปเร็วกว่ารูปแบบธุรกิจเช่นเดียวกับ สิ่งที่เกิดขึ้นกับ NocNoc แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสแต่งบ้านและสินค้า Home & Living ที่เผชิญภาวะการแข่งขันอันดุเดือดจากยักษ์ใหญ่แพลตฟอร์มข้ามชาติ จนต้องปรับกลยุทธ์และจัดสรรทรัพยากรใหม่ชาบูตง ระดับแชมป์เปี้ยนยังพ่ายตลาดไทยฝั่งร้านอาหารก็เกิดภาพไม่ต่างกัน Chabuton Ramen หรือ ชาบูตง ราเมน ปิดทุกสาขาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 หลังทำตลาดไทยมายาวนาน 16 ปีร้านราเมนจากญี่ปุ่นที่เคยมีจุดขายจากเชฟแชมป์อย่าง ยาสุจิ โมริซึมิ และวางตัวอยู่ในกลุ่มพรีเมียมแมส ราคาเฉลี่ย 250-300 บาทต่อชาม ต้องเจอกับตลาดที่มีผู้เล่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลในชุดวิจัยระบุว่า ตลาดราเมนมีร้านมากถึง 823 ร้านทั่วประเทศ เมื่อผู้บริโภคหันไปหาร้านที่ “คุ้มค่า” มากขึ้น ขณะที่ร้านเฉพาะทางก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าใครอร่อยกว่าเท่านั้น แต่กลายเป็นว่า ใครให้ความคุ้มค่าได้มากกว่าในราคาที่ลูกค้ารับไหวคาเฟ่ดัง ก็หนีไม่พ้น “ค่าเช่า”กรณีของ B-Story Café สาขาราชเทวี เป็นอีกภาพของธุรกิจหน้าร้านที่ต้องต่อสู้กับต้นทุน คาเฟ่ชื่อดังที่เปิดมานานกว่า 10 ปี และมีเอกลักษณ์จากการตกแต่งตามเทศกาล ประกาศเตรียมปิดสาขาราชเทวีในสิ้นเดือนกันยายน 2569เหตุผลสำคัญคือค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นประมาณ 10% ต่อปี จนทะลุ 200,000 บาทต่อเดือน ขณะที่ยอดขายไม่ได้เพิ่มขึ้นตามต้นทุน พูดง่ายๆ คือ ลูกค้าอาจยังรักร้าน แต่ถ้ายอดขายไม่มากพอที่จะจ่ายค่าเช่า ค่าแรง วัตถุดิบ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ธุรกิจก็เดินต่อไม่ได้ขณะที่ MY PORCH restaurant and music ร้านอาหารญี่ปุ่นฟิวชันและมิวสิกบาร์ย่านสุขุมวิท ซึ่งอยู่มานานนับสิบปี ก็ประกาศปิดกิจการถาวรในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569อีกด้านหนึ่ง ร้านชาบูและร้านอาหารที่อยู่ตามสาขาต่างๆ ก็ทยอยหายไป ทั้ง ShabuGo สาขา MS Siam Tower พระราม 3 ที่เปิดมานาน 10 ปี, Shabu Gold, บ้านชาบูชาบู ลาดสวาย ที่อยู่มา 9 ปี และ Akiyoshi สาขาสเปลล์ แอท ฟิวเจอร์พาร์คโรงเรียนกำลังเจอวิกฤตที่ “ลูกค้าน้อยลง” แบบถาวรกรณีที่น่าจับตาไม่แพ้ธุรกิจค้าปลีกและร้านอาหาร คือ โรงเรียนเอกชน ในปีการศึกษา 2569 มีโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศยื่นขอปิดกิจการประมาณ 20-30 แห่ง ขณะที่กรุงเทพฯ มี 4 แห่ง เหตุผลไม่ได้มีเพียงเศรษฐกิจซบเซา แต่มีเรื่องที่ใหญ่กว่านั้น คือ จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงต่อเนื่องเมื่อนักเรียนในระบบลดลง โรงเรียนก็มีฐานรายได้เล็กลง ขณะที่ต้นทุนอาคาร บุคลากร และการบริหารยังคงอยู่ และสำหรับโรงเรียนที่เป็นธุรกิจครอบครัว ยังมีอีกคำถามสำคัญว่า เมื่อเจ้าของรุ่นเดิมวางมือ จะมีใครมารับช่วงต่อหรือไม่นี่คือเหตุผลที่คำว่า “โครงสร้างประชากร” ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะเด็กที่เกิดน้อยลงวันนี้ จะกลายเป็น “ลูกค้า” ที่หายไปจากธุรกิจในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าครึ่งปี 2569 ทุนจดทะเบียนเลิกกิจการ แตะ 1 แสนล้านเจาะข้อมูล กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า แค่ครึ่งปีแรก 2569 มีนิติบุคคลจดทะเบียนเลิกกิจการแล้ว 7,024 ราย เพิ่มขึ้น 12.49% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ตัวเลขที่น่าจับตายิ่งกว่าคือ ทุนจดทะเบียนของกิจการที่เลิกไปพุ่งถึง 98,857 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 223.66% เกือบ 1 แสนล้านบาทตัวเลขทุนที่หายออกจากระบบเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า สะท้อนแรงกดดันที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ธุรกิจรายเล็ก แต่กำลังแตะธุรกิจที่มีขนาดและฐานทุนใหญ่ขึ้นด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นกับธุรกิจไทยในปีนี้ จึงอาจมองได้ว่าเป็นการ “คัดคนออกจากสนาม” พร้อมกับการจัดระเบียบตลาดใหม่ จะเห็นได้ว่า บางรายแพ้ต้นทุน ,บางรายแพ้พฤติกรรมผู้บริโภค ,บางรายแพ้การแข่งขัน ,บางรายแพ้จำนวนประชากร และบางรายไม่ได้แพ้ธุรกิจ แต่ไม่มีคนรุ่นต่อไปมารับไม้ภาพข้างต้นสะท้อนได้ว่า ในโลกธุรกิจไม่เคยมีคำว่า “ง่าย” เพราะแม้แต่แบรนด์ที่อยู่มานาน 10 ปี 20 ปี หรือ 40 ปี ก็อาจถึงวันที่ต้องปิดประตูลง และในยุคที่กำลังซื้อชะลอตัว ต้นทุนคงที่พุ่งสูง และพฤติกรรมผู้บริโภคหมุนไวตามโลกดิจิทัล ธุรกิจที่ยึดติดกับโมเดลเดิมจะถูกกลืนหายไปอย่างรวดเร็วผู้รอดชีวิตในบทถัดไปของเศรษฐกิจไทย อาจมีเพียง 2 กลุ่มเท่านั้น คือ กลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่มี Ecosystem ครบวงจร จนสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนได้อย่างแท้จริง หรือ กลุ่มธุรกิจขนาดเล็กที่มีความยืดหยุ่นสูง ปรับตัวไว และตอบโจทย์ Niche Market ได้ทันท่วงที เท่านั้น.ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoneyติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economicsอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดลิสต์แบรนด์ดัง ปิดกิจการในไทย ครึ่งปีแรกเลิกกิจการพุ่ง ทุนหายเกือบ 1 แสนล้านบาทข่าวที่เกี่ยวข้องรอบรั้วการตลาด : สธ.เตรียมจัดมหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569 ครั้งแรกของไทยเช็คราคาทองวันนี้ 15 สิงหาคม 2569 ล่าสุด ราคาปรับเพิ่ม 400 บาท ราคาทองรูปพรรณ บาทละ 69,550 บาททำไมการมีหุ้นหลายตัวในพอร์ต อาจไม่ใช่ Asset Allocation ที่ดี แล้วการกระจายลงทุนที่ถูกต้องคืออะไร?เบื้องหลัง Unitree IPO ระดมทุน 6 พันล้าน เตรียมเข้าเทรดตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ยอดจองซื้อล้น 8,000 เท่า4 บทเรียนการเงิน จากชีวิตจริง ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนสายคุณค่า ที่รอดมาทุกวิกฤตตามข่าวก่อนใครได้ที่- Website : www.thairath.co.th- LINE Official : Thairath
เปิดลิสต์แบรนด์ดัง ปิดกิจการในไทย ครึ่งปีแรกเลิกกิจการพุ่ง ทุนหายเกือบ 1 แสนล้านบาท
by
Tags: