ประเทศไทยมีนักโทษคดีอุกฉกรรจ์มากมายที่เคยถูกศาลพิพากษาลงโทษอย่างหนัก ทั้งประหารชีวิตและจำคุกตลอดชีวิต แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลายคนได้ออกจากเรือนจำและกลับมาใช้ชีวิตร่วมกับคนในสังคมอีกครั้งยังจำพวกเขาได้ไหม? นักโทษจากคดีดังในอดีตที่หลายคนอาจไม่รู้ว่า วันนี้พวกเขาได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำแล้วอย่าง แม่ชม้อย ผู้ก่อคดีแชร์ลูกโซ่ครั้งใหญ่ ศาลพิพากษาลงโทษหลายกระทง รวมโทษตามคำพิพากษาสูงถึงหลักแสนปี แต่ตามกฎหมายในขณะนั้น สามารถจำคุกได้สูงสุด 20 ปี อย่างไรก็ตาม แม่ชม้อยรับโทษอยู่ในเรือนจำจริงประมาณ7 ปี ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวอีกคดีที่โด่งดังคือ ชลอ เกิดเทศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีอุ้มฆ่าแม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ในปี 2537 ต่อมาศาลฎีกาพิพากษา ประหารชีวิต ก่อนที่โทษจะได้รับการลดหย่อนในภายหลัง เขาใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำประมาณ 19 ปี ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวส่วนล่าสุดคือ เล่าต๋า แสนลี่ ถูกจับในคดีสมคบและร่วมจำหน่ายยาไอซ์ประมาณ 20 กิโลกรัมในปี 2559 ศาลพิพากษา จำคุกตลอดชีวิต แต่อยู่ในเรือนจำจริงเพียง 8 ปีก็ได้รับการปล่อยตัวเกิดอะไรขึ้นกับระบบเรือนจำและกระบวนการยุติธรรมไทย? ในขณะที่ตำรวจและประชาชนต้องทุ่มเทอย่างหนักเพื่อจับกุมผู้กระทำผิด แต่เมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการหลังคำพิพากษา คนเหล่านี้บางส่วนกลับได้รับการปล่อยตัวเร็วกว่าที่หลายคนคาดคิด!คุกยุคใหม่ เน้นฟื้นฟู ส่งกลับสู่สังคมคำตอบของเรื่องนี้อาจต้องย้อนกลับไปดูที่โครงสร้างและกลไกของระบบราชทัณฑ์ไทย เพราะเมื่อศาลมีคำพิพากษาจำคุกแล้ว ระยะเวลาที่ปรากฏอยู่ในคำพิพากษาไม่ได้หมายความว่าผู้ต้องขังทุกคนจะต้องอยู่ในเรือนจำครบตามจำนวนนั้นเสมอไป เพราะจะมีกระบวนการอีกชุดหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง นั่นคือ การลดวันต้องโทษ การพักการลงโทษ รวมถึงการพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งทั้งหมดนี้สอดคล้องกับแนวคิดของเรือนจำสมัยใหม่ทั่วโลก ที่มุ่ง ฟื้นฟูให้ผู้ต้องขังที่สำนึกผิดสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อีกครั้ง มากกว่าการลงโทษด้วยการคุมขังอย่างยาวนาน หรือปล่อยให้ชีวิตสิ้นสุดลงภายในเรือนจำเหมือนแนวคิดการลงโทษในอดีตโดยสิทธิที่นักโทษมีโอกาสได้รับอย่างหนึ่งคือ การลดโทษ ตามกฎราชทัณฑ์ไทย การลดวันต้องโทษจำคุก เป็นประโยชน์ที่รัฐมอบให้แก่นักโทษเด็ดขาดที่มีความประพฤติดี เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ผู้ต้องขังปรับปรุงพฤติกรรม มีระเบียบวินัย ตั้งใจศึกษา ฝึกวิชาชีพ และเตรียมความพร้อมในการกลับคืนสู่สังคม โดยการลดโทษไม่ได้หมายถึงการยกเลิกโทษทั้งหมด แต่เป็นการสะสมจำนวนวันที่ได้รับการลดจากระยะเวลาจำคุกตามคำพิพากษา ซึ่งพิจารณาตามชั้นของนักโทษ ได้แก่ ชั้นเยี่ยมได้รับการลดวันต้องโทษเดือนละ 5 วัน ชั้นดีมากเดือนละ 4 วัน และชั้นดีเดือนละ 3 วันสำหรับนักโทษที่ถูกพิพากษา จำคุกตลอดชีวิต เรื่องยิ่งซับซ้อนขึ้น เพราะในระบบไทย โทษตลอดชีวิตไม่ได้หมายความว่าในทุกกรณีผู้ต้องขังจะต้องเสียชีวิตอยู่หลังเรือนจำ หากเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย หลังรับโทษมาเป็นระยะเวลาหนึ่งก็อาจเข้าสู่กระบวนการลดหย่อนผ่อนโทษได้ ทำให้การคุมขังผู้ต้องขังจนเสียชีวิตเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมากในปัจจุบัน หรืออาจไม่เกิดขึ้นเลยยิ่งไปกว่านั้น ระบบไทยยังให้ความสำคัญกับผู้ต้องขังสูงอายุเป็นพิเศษ โดยหลักเกณฑ์การพระราชทานอภัยโทษในบางครั้งเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป และมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด ได้รับการพิจารณาลดโทษเพิ่มเติม กรณีหนึ่งที่สะท้อนหลักเกณฑ์ดังกล่าวคือ เล่าต๋า แสนลี่ ซึ่งมีอายุเกิน 70 ปี และได้รับการจัดชั้นเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม จึงเข้าเกณฑ์ได้รับประโยชน์จากการพระราชทานอภัยโทษหลายครั้ง ส่งผลให้ระยะเวลารับโทษลดลงจากที่กำหนดไว้เดิมอย่างต่อเนื่องราชทัณฑ์ไทย แบกภาระหนักคุกไทยยังประสบปัญหาเรื่องความแออัดและงบประมาณในการดูแลนักโทษที่สูง การคุมขังคนคนหนึ่งมีต้นทุนทั้งค่าอาหาร เสื้อผ้า ยารักษาโรค เจ้าหน้าที่ และการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ปีงบประมาณ 2569 เพียงปีเดียว กรมราชทัณฑ์ต้องใช้งบประมาณสูงถึง 16,700 ล้านบาท เพื่อดูแลนักโทษกว่า 3 แสนคน ทั้งที่คุกไทยทั่วประเทศรองรับได้เพียงประมาณ 2 แสนคนเท่านั้นส่วนคำถามที่ว่าทำไมจึงไม่สร้างเรือนจำเพิ่มนั้น เรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ของประเทศ เนื่องจากประเทศที่มีจำนวนผู้ต้องขังหรืออัตราการคุมขังสูง อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ด้านสิทธิมนุษยชนและกระบวนการยุติธรรม โดย Institute for Economics & Peace (IEP) ได้นำอัตราผู้ต้องขังต่อประชากรมาเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดของ Global Peace Index (GPI) หรือ ดัชนีสันติภาพโลก ซึ่งใช้ประเมินและจัดอันดับระดับความสงบและสันติภาพของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ดังนั้น หากไทยมีนักโทษมากขึ้น ก็อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อคะแนนและภาพลักษณ์ของประเทศในระดับนานาชาติได้ นี่อาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ระบบราชทัณฑ์ไทยพยายามลดจำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำอย่างต่อเนื่องเมื่อการคืนคนสู่สังคม กลายเป็นความเสี่ยงของประชาชนทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของคำตอบว่า เหตุใดนักโทษคดีอุกฉกรรจ์หลายคนจึงยังมีโอกาสออกจากเรือนจำและกลับคืนสู่สังคมได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็นำไปสู่ข้อถกเถียงที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในสังคมไทยว่า กระบวนการฟื้นฟูผู้ต้องขังของกรมราชทัณฑ์มีประสิทธิภาพและจริงจังมากเพียงใด เพราะที่ผ่านมาเคยมีผู้พ้นโทษบางรายกลับมาก่อคดีร้ายแรงซ้ำ เช่น สมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่องที่เคยก่อเหตุสังหารหญิง 5 ราย ก่อนถูกจำคุกและได้รับการลดโทษจนพ้นเรือนจำในปี 2562 หลังรับโทษประมาณ 14 ปี แต่เพียงไม่กี่เดือนต่อมาก็กลับไปก่อเหตุฆาตกรรมหญิงอีกหนึ่งรายที่จังหวัดขอนแก่น จนกลายเป็นเหยื่อรายที่ 6 ของเขา หรือกรณีล่าสุดของ นายฑนา เกิดทอง หรือ “ป๋อง” ซึ่งมีประวัติเคยต้องโทษในคดีอาวุธปืน พรากผู้เยาว์ และพยายามฆ่า และเพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำได้ประมาณ 2 เดือน ก่อนจะถูกจับในคดีฆาตกรรมสองพี่น้องชาวรัสเซียหรืออาจถึงเวลาที่ต้องตั้งคำถามอย่างจริงจังว่า ประเทศไทยมีความพร้อมมากเพียงใดในการนำผู้ต้องขังกลับคืนสู่สังคมอย่างปลอดภัย เพราะการให้โอกาสผู้กระทำผิดเริ่มต้นชีวิตใหม่เป็นสิ่งสำคัญ แต่โอกาสนั้นควรเกิดขึ้นควบคู่กับกระบวนการฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพ การประเมินความเสี่ยงก่อนปล่อยตัว และระบบติดตามหลังพ้นโทษที่เข้มแข็งเพราะผู้ที่ต้องรับเคราะห์จากความผิดพลาดของระบบไม่ใช่ผู้กระทำผิดหรือหน่วยงานรัฐ แต่คือประชาชนข่าวที่เกี่ยวข้องศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต"เล่าต๋า"-ประหารลูกชาย“รัดเกล้า” เร่งสภาปรับเกมยุติธรรม จาก ‘ขังคน’ สู่ ‘สร้างคน’ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ แฉวงการอาบอบนวด หนทางจากรัชดาไปสู่คุก ของโกลัก นาตารี
คุกไทยเกิดอะไรขึ้น ทำไม ‘เล่าต๋า แสนลี่’ ได้กลับคืนสู่สังคม
by
Tags: