“ต้า เฟ็ดเฟ่” เปิดใจหลังเผชิญหน้า “ยัต” ยอมรับเรื่องยังไม่จบง่าย ๆ ลั่นยังคิดถึง-อยากกลับไปคืนดี

“ต้า เฟ็ดเฟ่” เปิดใจหลังเผชิญหน้า “ยัต” ยอมรับเรื่องยังไม่จบง่าย ๆ เผยอีกฝ่ายเรียก 19 ล้าน พร้อมถอนฟ้องหากตกลงกันได้ ลั่นยังคิดถึง-อยากกลับไปคืนดี “ถ้าย้อนกลับไปไม่อยากให้เป็นแบบนี้ อยากคบจนแก่”วันที่ 31 ส.ค. 2569 ภายหลังจบรายการ “โหนกระแส” ซึ่ง “ต้า เฟ็ดเฟ่” และ “ยัต ชัยโสโร” ได้เผชิญหน้าและพูดคุยถึงปมความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ต้าได้เปิดใจถึงความรู้สึกหลังการพูดคุย โดยยอมรับว่า มองว่าเรื่องราวระหว่างทั้งคู่ยังไม่น่าจะจบลงง่าย ๆต้าระบุว่า หลังรายการ “หนุ่ม กรรชัย” ได้พยายามให้ทั้งสองฝ่ายไกล่เกลี่ยกัน แต่จากกิริยา คำพูด และแววตาของยัต รวมถึงช่วงที่ยัตร้องไห้ ทำให้ตนรู้สึกได้ว่าเรื่องนี้ยังมีความรู้สึกอีกหลายอย่างที่ต้องใช้เวลาจัดการ และการเห็นยัตร้องไห้เป็นสิ่งที่ตนไม่อยากเห็น “มุมที่เขาดีก็มีเยอะ ส่วนตัวยังคิดถึง ถ้าย้อนกลับไปก็ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ อยากคบกับเขาไปจนแก่”อย่างไรก็ตาม ต้ายอมรับว่า หากถามว่าจะกลับไปมีความสัมพันธ์เหมือนเดิมได้หรือไม่ คงต้องใช้ระยะเวลา เพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็สูญเสียและได้รับผลกระทบจากเรื่องที่เกิดขึ้นสำหรับกระแสที่พุ่งไปถึงภรรยาของยัต ต้ายืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงของยัตไม่ได้มีสาเหตุมาจากภรรยา พร้อมกล่าวชื่นชมที่ภรรยาของยัตคอยออกมาปกป้องและชี้แจงแทนสามี โดยยอมรับว่าตนเองก็เคยอยู่ในสถานการณ์เดียวกันมาก่อน ต้าพร้อมยกมือไหว้ขอสังคมอย่าโจมตีภรรยาของยัต เพราะอยากให้มองในมุมของความรักและความต้องการปกป้องสามีของผู้หญิงคนหนึ่งต้าเปิดเผยว่า ขณะนี้อีกฝ่ายมีการเรียกร้องค่าเสียหายจำนวน 19 ล้านบาท ส่วนตัวพร้อมที่จะถอนฟ้อง หากสามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ เพราะต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่และกลับไปทำงานสำหรับเงื่อนไขที่มีการพูดคุยกันนั้น อีกฝ่ายต้องการให้หลังจากนี้ทั้งสองฝ่ายยุติการพูดถึงกันในมุมโจมตีหรือกล่าวหาในทางเสียหาย เนื่องจากที่ผ่านมาแต่ละฝ่ายต่างได้รับผลกระทบต้ากล่าวว่า หากมีโอกาสก็ยังอยากกลับมาคืนดีกับยัต เพราะทั้งคู่ยังมีหลายอย่างที่เข้ากันได้ดี แต่ในขณะเดียวกันก็เคารพความคิดเห็นของคนที่คอยสนับสนุนตน หากทุกคนไม่ต้องการให้กลับไป ตนก็พร้อมเคารพการตัดสินใจดังกล่าวเมื่อถูกถามถึงประเด็น “Gaslighting” ต้ามองว่าเป็นสิ่งที่สามารถทำร้ายความสัมพันธ์ได้จริง แต่บางครั้งอาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจหรือเกิดจากความเผลอ และไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับความสัมพันธ์ของตนเอง แต่สามารถเกิดขึ้นได้กับหลายคู่และหลายรูปแบบความสัมพันธ์ส่วนคำถามถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้ยัตเกิดความแค้นต่อตน ต้าอ้างว่า เรื่องเริ่มต้นจากฝั่งยัต โดยมีคลิปเสียงที่ยัตพูดกดดันให้ตนเซ็นโอนหุ้นและยกบริษัทเฟ็ดเฟ่ให้กับยัต โดยอ้างว่าจะนำบริษัทไปทำต่อร่วมกับเพื่อน ๆต้าระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตนรู้สึกช็อก เพราะไม่คิดว่าจะถูกขอให้โอนบริษัทไปทั้งหมด จึงขอกลับไปพิจารณาก่อน แต่ยัตต้องการให้ตนเซ็นเอกสารในวันนั้น ทั้งนี้ ต้ายืนยันว่า คลิปเสียงดังกล่าวไม่ได้ถูกเผยแพร่โดยตนเองสำหรับการออกจากบริษัทเฟ็ดเฟ่ ต้ายอมรับว่า ขณะนั้นตนไม่สามารถทนต่อสถานการณ์ได้อีก จึงตัดสินใจออกจากบริษัท ก่อนที่ยัตจะนำเพื่อนเข้ามาทำงานแทน และต้องการนำบริษัทเฟ็ดเฟ่ไปดำเนินการต่อกรณีที่อีกฝ่ายกล่าวหาว่าต้าเป็นผู้ลบแอดมินและลบบัญชี ต้าชี้แจงว่า เรื่องการลบบัญชีส่วนตัวนั้น มองว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะเพจดังกล่าวเป็นเพจของตนเอง ส่วนการลดจำนวนแอดมิน ต้าอธิบายว่า ในฐานะเจ้าของเพจ วันเกิดเหตุมีลักษณะคล้ายกับเพจถูกแฮ็ก ทำให้ไม่มั่นใจในความปลอดภัย จึงตัดสินใจนำลูกน้องออกจากระบบก่อนสำหรับกรณีที่ “ทนายอาร์ม” ตั้งข้อสงสัยว่า ต้าได้รับเงินเดือนเดือนละ 150,000 บาทติดต่อกันหลายปี แล้วนำเงินไปเก็บไว้ที่ไหน ต้าระบุว่า เงินส่วนใหญ่ถูกเก็บสะสมไว้ และมีเพียงครั้งเดียวที่นำเงินออกมาใช้ คือช่วงที่มีการแบ่งกำไรกันคนละประมาณ 1.2 ล้านบาทหลังจากนั้น ต้าระบุว่า ยัตได้ยืมเงินจากตนกลับไปครั้งละประมาณ 150,000 บาท และตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ตนไม่ได้ใช้เงินก้อนดังกล่าวอีก ส่วนประเด็นเว็บพนันที่ทนายอาร์มกล่าวถึง ต้ายืนยันว่า ตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวด้าน “ทนายไข่มุก” กล่าวว่า จำนวนเงิน 19 ล้านบาทที่มีการเรียกร้องนั้น เป็นประเด็นที่เกิดจากการพูดคุยถึงความเสียหายที่อีกฝ่ายได้รับ ทั้งเรื่องชื่อเสียง รวมถึงความเสียหายที่ไม่สามารถเรียกคืนได้ โดยเฉพาะเรื่องครอบครัว พี่น้อง และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องทนายไข่มุกระบุว่า ช่วงท้ายรายการทั้งยัตและต้าต่างร้องไห้ ทำให้ “หนุ่ม กรรชัย” ขอให้ทั้งคู่พักการพูดถึงเรื่องในแง่ลบเอาไว้ก่อนส่วนแนวทางหลังจากนี้ยังไม่มีข้อสรุป โดยทนายของอีกฝ่ายซึ่งไม่ใช่ทนายอาร์มระบุว่าต้องรอดู ขณะที่ทนายอาร์มบอกว่าจะมีการพูดคุยเรื่องจำนวนเงินกันต่อ ส่วนยัตเองก็ยังต้องนำเรื่องกลับไปพิจารณาสำหรับเงิน 19 ล้านบาท เบื้องต้นต้องตรวจสอบรายละเอียดทางการเงิน โดยเฉพาะบัญชีของบริษัทว่ามีบัญชีใดเกี่ยวข้องบ้าง ก่อนนำข้อมูลไปหารือกับทนายของอีกฝ่ายเพื่อกำหนดแนวทางต่อไปส่วนกรณีการขายทรัพย์สินของอีกฝ่าย ทนายไข่มุกยอมรับว่ามีการขายทรัพย์สินจริง แต่ยังต้องนำรายละเอียดมาพูดคุยกันอีกครั้ง ขณะที่ฝ่ายต้าก็ยังไม่ได้ประเมินความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับเพจหรือช่องทางอื่น ๆท้ายที่สุด ต้ากล่าวขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ พร้อมอยากให้เรื่องราวของตนเป็นอุทาหรณ์ และตั้งใจจะกลับไปทำงานและวางตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชนและสังคม พร้อมฝากกำลังใจถึงผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาสุขภาพจิต ขอให้เข้มแข็ง และไม่ควรด้อยค่าหรือตีตราคนที่กำลังเผชิญภาวะดังกล่าว เพราะสังคมควรเป็นพื้นที่ที่ให้กำลังใจกัน


Posted

in

by

Tags: