15 ปี ทิม คุก Apple เปลี่ยนไปแค่ไหนก่อนเข้าสู่ยุคจอห์น เทอร์นัส?ทิม คุก (Tim Cook) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอปเปิล ประกาศส่งมอบตำแหน่งซีอีโออย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายนนี้ให้แก่ จอห์น เทอร์นัส (John Turnus) หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ซึ่งทำงานร่วมกับบริษัทมานานกว่า 25 ปีการส่งไม้ต่อครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากทิม คุก นำทัพบริษัทแอปเปิลมาอย่างยาวนาน 15 ปีเต็ม โดยตัวเขาจะก้าวขึ้นไปดำรงตำแหน่งประธานบริหารเพื่อดูแลนโยบายภาพรวมขององค์กรต่อไปย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2011 ทิม คุก เข้ามารับตำแหน่งซีอีโอต่อจาก สตีฟ จอบส์ (Steve Jobs) ผู้ก่อตั้งบริษัทระดับตำนานที่ประกาศลงจากตำแหน่งก่อนเสียชีวิต ในช่วงเวลานั้นแอปเปิลมีมูลค่าราคาตามตลาดประมาณ 3.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 11.6 ล้านล้านบาทการเข้ารับตำแหน่งเกิดขึ้นท่ามกลางความกังขาของนักวิเคราะห์ทั่วโลกว่าผู้บริหารสายปฏิบัติการคนนี้จะสามารถนำพาองค์กรเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ ทว่าตลอดระยะเวลา 15 ปี ทิม คุก ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถอันโดดเด่นในการบริหารจัดการและขยายอาณาจักรธุรกิจอย่างมหาศาล◾️จากบริษัทไอทีสู่อาณาจักร 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ◾️ความสำเร็จทางการเงินในยุคของ ทิม คุก เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด มูลค่าตลาดของแอปเปิลพุ่งสูงขึ้นกว่าสิบเท่าตัวจนแตะระดับ 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน โดยเคยขึ้นไปสร้างจุดสูงสุดระหว่างวันที่ระดับ 4.6 ถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในขณะที่รายได้ต่อปีขยับจาก 1.08 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2011 ขึ้นมาเป็น 4.16 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และสร้างกำไรสุทธิสูงถึง 1.12 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐความก้าวหน้าทางธุรกิจดังกล่าวยังส่งผลให้ผู้ถือหุ้นได้รับผลตอบแทนอย่างงดงาม โดยราคาหุ้นของแอปเปิลปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 2,000% ซึ่งชนะดัชนี เอสแอนด์พี 500 ที่ปรับตัวขึ้นประมาณ 500% ในช่วงเวลาเดียวกันอย่างขาดลอย นอกจากนี้ บริษัทมีเงินสดและหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดสะสมรวมสูงถึง 1.32 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ◾️การสร้างกลยุทธ์บริการและห่วงโซ่อุปทานระดับโลก◾️ความแตกต่างสำคัญระหว่าง ทิม คุก กับ สตีฟ จอบส์ คือรูปแบบการบริหารงาน คุกไม่ได้เน้นการเปิดตัวอุปกรณ์เปลี่ยนโลกถี่เท่ากับยุคก่อน แต่ใช้ความเชี่ยวชาญด้านห่วงโซ่อุปทานและประสิทธิภาพเชิงปฏิบัติการ สร้างความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศของแอปเปิลโดยทิม คุก เป็นผู้ผลักดันการขยายธุรกิจฝั่งบริการอย่างจริงจัง ทั้ง App Store, Apple Music, iCloud, Apple Pay และ Apple TV+ จนสร้างรายได้มหาศาลกว่า 1.09 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึงร้อยละ 75นอกจากนี้ เขายังขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Apple Watch และ AirPods ซึ่งกลายเป็นอุปกรณ์สวมใส่ที่ครองใจผู้ใช้งานทั่วโลก พร้อมทั้งขยายฐานการผลิตไปยังประเทศอินเดียและเวียดนาม เพื่อลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน และสร้างความมั่นคงในการรองรับผู้ใช้งานอุปกรณ์ Apple ทั่วโลกที่มีจำนวนมากกว่า 2.5 พันล้านเครื่อง◾️สิ่งท้าทายใหม่ในยุคจอห์น เทอร์นัส◾️การก้าวขึ้นมารับตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ของ จอห์น เทอร์นัส เกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายรอบด้านของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี แม้บริษัทแอปเปิลจะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ แต่บริษัทกำลังถูกจับตามองอย่างหนักเกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ AI ซึ่งมีคู่แข่งสำคัญอย่าง NVIDIA และ Google เร่งเครื่องทำคะแนนนำในตลาดขณะเดียวกัน จอห์น เทอร์นัส ต้องรับภาระในการสร้างการเติบโตให้ผลิตภัณฑ์กลุ่มใหม่ ๆ หลังจากที่อุปกรณ์เสมือนจริง วิชันโปร ยังไม่สามารถทำยอดขายในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปได้เท่าที่ควร ภารกิจของผู้นำคนใหม่จึงไม่ใช่เพียงแค่การรักษาฐานธุรกิจเดิม แต่คือการนำพาแอปเปิลเข้าสู่ยุคเอไออย่างเต็มตัว พร้อมกระจายความเสี่ยงด้านการผลิตทั่วโลกข่าวที่เกี่ยวข้องApple จัดงาน 9 ก.ย. ลุ้นเปิดตัว iPhone Ultra จอพับ และซีอีโอใหม่Apple เปิดตัวชิป M6 และ M5 Ultra มาพร้อม Mac mini และ Mac Studio รุ่นใหม่“Apple” ปล่อยซีรีส์นาฬิกา Apple Watch ช่วยชีวิตนักไตรกีฬา อิงจากเรื่องจริงApple กำลังสร้างฟีเจอร์ตรวจภาพตัวเองว่าถ่ายจาก iPhone ไหม เพื่อป้องกัน AI เลียนแบบภาพลือ Apple เปิดตัว AirPods ติดกล้องพร้อม Visual Intelligence เดือนหน้า
15 ปี ทิม คุก Apple เปลี่ยนไปแค่ไหนก่อนเข้าสู่ยุคจอห์น เทอร์นัส?
by
Tags: