30 ปีแห่งความเชื่อใจ รวบผู้จัดการบัญชีแสบ ปลอมเช็คบริษัทเบิกเงินเสียหายกว่า 75 ล้าน

30 ปีแห่งความเชื่อใจ รวบผู้จัดการบัญชีตัวแสบ ปลอมเช็คบริษัทเบิกเงินสดจากธนาคาร กว่า 1,000 ฉบับ ทำงานมานาน 30 ปี ก่อเหตุมา 10 ปี สร้างความเสียหาย 75 ล้าน เจ้าตัวปากแข็งปฎิเสธวันที่ 1 ก.ย.2569 พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. สั่งการให้ พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ท.ภาคิน สุขพรหม รอง ผกก. พ.ต.ท.ณัฐดนัย บำรุงศิลป์ สว. ร่วมจับกุม นางฉัตรทิพย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 4873/2569 ลงวันที่ 21 ส.ค.69 ได้บริเวณหน้าบ้านพัก ม.7 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรีเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ตัวแทนของธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง พร้อมด้วยบริษัทติดตั้งเครื่องจักรอุตสาหกรรมโรงงาน เข้ามาแจ้งความบก.ปอศ. หลังมีพนักงานฝ่ายบัญชีของบริษัท ลักลอบนำเช็คเปล่าของบริษัทฯ ไปกรอกรายการสั่งจ่ายเงินสด โดยปลอมลายมือชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามสั่งจ่าย จากนั้นนำเช็คไปขึ้นเงินสดที่ธนาคาร กว่า 1,000 ฉบับ เป็นระยะเวลากว่า 10 ปี เป็นเหตุให้ธนาคารฯและบริษัทฯ ได้รับความเสียหายเป็นเงิน กว่า 75 ล้านบาทสอบสวนทราบว่า นางฉัตรทิพย์ ผู้ต้องหารายนี้ เป็นผู้จัดการฝ่ายบัญชีมานานกว่า 30 ปี มีหน้าที่รับผิดชอบสั่งจ่ายเช็คจากกรรมการผู้มีอำนาจ เพื่อบันทึกบัญชี และส่งต่อฝ่ายการเงินจัดพิมพ์เช็ค ได้อาศัยโอกาสดังกล่าว และความไว้เนื้อเชื่อใจ ลักลอบนำเช็คเปล่าของบริษัทฯ ไปกรอกรายการสั่งจ่ายเงินสด เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวโดยปลอมลายมือชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามสั่งจ่าย แล้วนำไปขึ้นเงินสดที่ธนาคาร ซึ่งเมื่อวันที่ 15 ต.ค.68 ที่ปรึกษาฝ่ายการเงินของบริษัทตรวจสอบงบรายจ่าย ก็พบรายจ่ายด้วยเช็คที่สูงผิดปกติ จำนวน 938 ฉบับ เป็นเงินกว่า 75 ล้านบาทซึ่งพบหลักฐานว่านางฉัตรทิพย์ เริ่มก่อเหตุมาตั้งแต่ปี54 นอกจากนี้ยังพบสมุดเช็คที่นางฉัตรทิพย์นำใช้ไปแล้ว จำนวน 28 ฉบับ เช็คบางส่วนมีการกรอกจำนวนเงิน และระบุสั่งจ่ายเงินสดไว้แล้ว แต่ยังไม่ลงลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายต่อมาพนักงานสอบสวนได้ร่วมตรวจสอบเช็ค ที่นางฉัตรทิพย์นำไปขึ้นเงินสด กับธนาคารพาณิชย์เจ้าของเช็คยืนยันว่า ลายมือชื่อที่สั่งจ่ายเช็ค ไม่ใช่ลายมือชื่อของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามสั่งจ่ายเช็คดังกล่าวแต่อย่างใดจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า หลังจากที่นางฉัตรทิพย์นำเช็คไปเบิกถอนเงินสด แล้วก็นำไปฝากต่อยังบัญชีธนาคารของบุคคลใกล้ชิด พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. จึงรวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญา จนศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สืบสวนติดตามจนทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมากบดานอยู่ที่บ้านพักย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงนำกำลังเข้าจับกุมดังกล่าวเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ฉ้อโกง, ปลอมเอกสารสิทธิที่เป็นตั๋วเงิน(เช็ค) และใช้เอกสารสิทธิที่เป็นตั๋วเงิน(เช็ค)ปลอม, ลักทรัพย์ที่ เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง และทำให้เสียหายฯ ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปสุดท้ายเจ้าหน้าที่ฝากเตือนภัยถึงประชาชนและภาคธุรกิจ ให้ระมัดระวังในการมอบหมายอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับเช็คและการเงินแก่พนักงาน ควรมีระบบตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ (Internal Control) ที่รัดกุม การปลอมลายมือชื่อในเช็คหรือเอกสารสิทธิ เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย อันเป็นความผิดฐาน “ปลอมเอกสารสิทธิที่เป็นตั๋วเงินและใช้เอกสารสิทธิปลอม” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266 มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปีและปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาทอีกด้วยอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 30 ปีแห่งความเชื่อใจ รวบผู้จัดการบัญชีแสบ ปลอมเช็คบริษัทเบิกเงินเสียหายกว่า 75 ล้านติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.khaosod.co.th


Posted

in

by

Tags: