บอร์ดล่มครั้งที่ 8 ครั้งแรก “หมอสรณ” ไม่เข้าประชุมแจ้งติดภารกิจ เลื่อนเป็น 9 ก.ย.

“ธนพันธุ์-พิรงรอง-ศุภัช” ชี้สถานะ หมอสรณ สิ้นสุดแล้ว ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ กสทช. ได้แล้ว ยื่นหนังสือเรียกร้องสำนักงานฯ จัดประชุมบอร์ดที่เหลือ 6 ราย เพื่อให้งาน กสทช. เดินหน้าต่อไปได้เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่สำนักงาน กสทช. มีกำหนดจัดประชุมบอร์ด กสทช. ในเวลา 13.30 น. แต่เมื่อถึงเวลากำหนด ยังไม่มีกรรมการ กสทช. ประชุม โดย นายสมบัติ ลีลาพตะ รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. ที่ทำหน้าที่เลขาฯ ที่ประชุม ได้แจ้งว่า ประธาน กสทช. ติดภารกิจ จึงขอเลื่อนการประชุมบอร์ด กสทช. เป็นวันที่ 9 ก.ย. โดยไม่มีบอร์ดรายใดเข้าประชุมเลย ขณะเดียวกันถือเป็นครั้งแรกที่ประธาน กสทช. ไม่เข้าประชุมบอร์ด หลังจากที่ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งกลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น ให้รับคำฟ้องของ นพ.สรณ ไว้พิจารณา เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมาหลังจากนั้น 3 บอร์ด กสทช. ประกอบด้วย พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ น.ส.พิรงรอง รามสูต และนายศุภัช ศุภชลาศัย ได้ลงมาแถลงข่าวกับสื่อมวลชน และยื่นหนังสือให้ นายสมบัติ เพื่อให้ทางสำนักงาน กสทช. เร่งจัดประชุมบอร์ด กสทช. กับบอร์ด 6 ราย ที่เหลืออยู่ โดยเร็วที่สุดในวันที่ 4 ก.ย. นี้ โดยทาง นายสมบัติ แจ้งว่า เมื่อรับหนังสือแล้ว จะดำเนินการตามขั้นตอนของสำนักงานฯ ต่อไปพลอากาศโท ธนพันธุ์ กล่าวว่า ภายหลังที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งวินิจฉัยให้รับคำฟ้องไว้พิจารณา โดยให้เหตุผลว่า นพ.สรณ เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจเดือดร้อนหรือเสียหายจากคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหาดังกล่าว จึงเป็นผู้มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองได้ แต่แม้ศาลปกครองจะประทับรับฟ้องไว้พิจารณา แต่ไม่ได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว คำสั่งทางปกครองของคณะกรรมการสรรหาจึงถือเป็นที่สุดและมีผลทันที ทำให้ นพ.สรณ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่กรรมการและประธาน กสทช. ได้อีกต่อไปนับตั้งแต่วันที่รับทราบคำวินิจฉัย เมื่อ 22 ก.ค.“คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ เป็นคำสั่งทางปกครองที่ถือเป็นที่สุด ย่อมมีผลอยู่ตลอดตราบเท่าที่ยังไม่มีการเพิกถอนหรือสิ้นผลลงด้วยเงื่อนเวลาหรือเหตุอื่น กรณีที่มีการฟ้องคดีต่อศาลปกครองนั้น แม้ศาลปกครองจะประทับรับฟ้องไว้พิจารณาก็ไม่ได้ส่งผลต่อความสมบูรณ์หรือการบังคับให้เป็นไปตามคำสั่งทางปกครองนั้น ยกเว้นศาลปกครองจะต้องมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว สรุป กรณีนี้ย่อมไม่เป็นเหตุที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งทางปกครองนั้น”นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลฯ ให้พ้นจากตำแหน่งตามขั้นตอนกฎหมายแล้ว จึงไม่สามารถทำเป็นอย่างอื่นได้ และขอให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการจัดประชุมเฉพาะกรรมการที่เหลืออยู่ 6 คน เพื่อให้องค์กรเดินหน้าตามหลักนิติรัฐนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 3"ที่ผ่านมา กสทช. ต้องประสบกับบุคคลที่ไม่เพียง แต่ไม่ยอมรับและไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งทางปกครองดังเช่นกรณีนี้ แต่ยังประสบกับบุคคลที่กระทำการหลีกเลี่ยงข้อกฎหมาย เช่น กรณีการแต่งตั้งและต่อสัญญารองเลขาธิการ กสทช. โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจาก กสทช. แต่ได้ดำเนินการต่อสัญญาจ้างรองเลขาธิการ กสทช. ของทั้งนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล และนายสุทธิศักดิ์ ตันตระโยธิน ในลักษณะผลัดกันลงนามให้กันและกัน ทั้งที่กรรมการ กสทช. ได้ทักท้วงแล้วว่าสำนักงาน กสทช. ไม่มีอำนาจ และ ป.ป.ช. ได้มีการตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ แต่ นพ.สรณ ก็ไม่ยอมให้มีการชี้แจง ซึ่งส่อไปในทางที่เอื้อประโยชน์ให้แก่กัน ทั้งประธาน กสทช. ที่มีปัญหาคุณสมบัติ และรักษาการเลขาธิการ กสทช. ที่ต่อสัญญาโดยมิชอบ ทั้งนี้ไม่รวมการที่สำนักงาน กสทช. ออกคำสั่งทดลองใช้โครงสร้างสำนักงาน กสทช. และโยกย้ายพนักงาน โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจาก กสทช. เช่นกัน ดังนั้นหากองค์กรของรัฐมีผู้บริหารที่ไม่ยอมรับกฎหมายและไม่ยึดหลักนิติธรรมแล้วย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพและการบริหารองค์กรนั้นแน่นอน และที่สำคัญหากยังคงปล่อยให้มีการไม่ยอมรับกฎหมายโดยที่ไม่สามารถบังคับใช้ได้ ประเทศไทยคงไม่มีใครกล้ามาลงทุนแน่นอน”ด้าน น.ส.พิรงรอง กล่าวว่า ได้ทำหนังสือส่งถึงรักษาการเลขาธิการ กสทช. ขอนัดประชุมกรรมการทั้ง 6 คนทันทีในวันถัดไป ในเวลา 09.30 น. ซึ่งการนัดประชุมไม่ได้เป็นอำนาจของประธานคนเดียว และไม่ใช่เรื่องของการแพ้-ชนะ แต่เป็นหน้าที่ของสำนักงาน กสทช. ที่ต้องอำนวยความสะดวกให้เกิดการประชุมตามที่ศาลปกครองสูงสุดกำหนดไว้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อบริการสาธารณะ"มีเรื่องเร่งด่วนสำคัญรออยู่มาก โดยเฉพาะ โรดแม็พ ทีวี ดิจิทัล ซึ่งเป็นเรื่องทางสังคมและวัฒนธรรม ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว หากปล่อยให้ทีวีค่อยๆ ตายไป แล้วแพลตฟอร์มต่างชาติมายึดการสื่อสารสาธารณะ เราจะไม่มีอธิปไตยด้านข่าวสารเหลืออยู่เลย" น.ส.พิรงรอง กล่าวด้าน นายศุภัช กล่าวว่า ในฐานะพนักงานของรัฐ ทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากสำนักงาน กสทช. ยังคงเพิกเฉยหรือไม่จัดประชุม ก็อาจเข้าข่ายมาตรา 157 ทั้งนี้ จากการพูดคุยเบื้องต้น กรรมการท่านอื่นที่เหลือมีความพร้อมที่จะเข้าร่วมประชุมเพื่อขับเคลื่อนงานของประเทศให้เดินหน้าต่อได้


Posted

in

by

Tags: