เจาะลึกเบื้องหลังความสุขุมสุดเยือกเย็นของ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ดาวยิงตัวตึงทีมชาติสวีเดน ที่มีรากเหง้าและทัศนคติชีวิตอันงดงามจากครอบครัวชาวเอริเทรียอเล็กซานเดอร์ อิซัค ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา หลังยิง 2 ประตู พา ลิเวอร์พูล บุกไปเอาชนะ อิปสวิช ทาวน์ 2-0อย่างไรก็ดี สิ่งที่สะดุดตาผู้คนมากกว่าจำนวนประตูก็คือ “ความเยือกเย็น” ในสถานการณ์คับขัน เขาสามารถหลอกบกองหลังของ อิปสวิช เป็นกรวยพร้อมยิงประตูได้อย่างสวยงามอะไรคือเบื้องหลัง “ความนิ่งและเยือกเย็น” ของหัวหอกชาวสวีเดนวัย 26 ปี รายนี้ … ร่วมหาคำตอบไปพร้อมกันที่ SIAMSPORT[ เด็กหนุ่มตัวโย่ง ]ย้อนกลับไปในปี 2015 ยอส ฮอยเวลด์ ปราการหลังชาวดัตช์ผู้ผ่านการปะทะกับยอดกองหน้าอย่าง เซร์ฆิโอ อาเกวโร, หลุยส์ ซัวเรซ และ เวย์น รูนีย์ มาแล้วในพรีเมียร์ลีก ได้ตัดสินใจย้ายกลับมาร่วมทีม เอไอเค ในสวีเดนบ้านเกิดในวันแรก ๆ ของการเตรียมทีม ฮอยเวลด์ สังเกตเห็นเด็กหนุ่มร่างโย่ง ผอมเก้งก้าง วัยเพียง 16 ปี เดินเข้ามาในโรงยิมฮอยเวลด์ คิดในใจว่าเด็กคนนี้คงมีดีแค่ความเร็ว แต่คงไม่น่ากลัวเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม ฮอยเวลด์ คิดผิด เพราะเพียงแค่ 15 นาทีแรกของการซ้อม ความคิดนั้นก็พังทลายลง“เขารับบอลด้านข้างแล้วชะลอความเร็วลง ผมก็ชะลอตาม แต่แล้วในจังหวะเดียว แว๊บบบ! เขาเร่งความเร็ว เลี้ยงบอลติดเท้าแล้วตัดเข้าในยิงเข้าไปเลย” ฮอยเวลด์ เล่าย้อนความหลังด้วยรอยยิ้มและในจังหวะถัดมา อิซัค ก็ทำแบบเดิมเป๊ะ เขากระชากหลบ ฮอยเวลด์ ไปยิงประตูที่สอง ภายในระยะเวลาแค่ 15 นาทีความสามารถเฉพาะตัว ความมั่นใจ และความนิ่งในการเคลื่อนที่ของ อิซัค สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ทุกคนที่ได้เห็นต่อมา อิซัค ได้ประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่และทำประตูได้ทันทีในเกมพบกับ ออสเตอร์ซุนด์ ที่มี เกรแฮม พอตเตอร์ เป็นกุนซือในเวลานั้น ความโดดเด่นของ อิซัค ถึงขนาดทำให้สถานีโทรทัศน์ขอสัมภาษณ์เขาในช่วงพักครึ่ง แต่ ฮอยเวลด์ รีบเข้ามาขวางและบอกว่า “ไม่ ต้องให้เขาเข้าไปข้างในและโฟกัสกับเกมต่อ”ผลลัพธ์คือ อิซัค ลงมาทำประตูได้อีกครั้งภายในเวลาเพียง 5 นาทีของครึ่งหลังซึ่งหลังการฝึกซ้อม ฮอยเวลด์ มักจะพา อิซัค ไปซ้อมพิเศษเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายและข้อเท้า แต่สิ่งที่ ฮอยเวลด์ ประทับใจมากที่สุดไม่ใช่เรื่องฝีเท้า ทว่าคือ “ตัวตนของเด็กคนนี้”“เขาเป็นเด็กที่วิเศษมาก สุภาพ นิ่ง และเติบโตมาจากครอบครัวที่น่ารักมาก ๆ เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่คุณอยากเห็นเขาประสบความสำเร็จจริง ๆ” ฮอยเวลด์ กล่าว[ คำแนะนำสู่ดินแดนแห่งกองหน้า ]หลังจากระเบิดฟอร์มในสวีเดน ยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรปต่างรุมแย่งตัวเขา ทั้ง บาเยิร์น มิวนิก, เปแอสเช, แมนฯ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริดอย่างไรก็ดี อิซัค เลือกย้ายไป โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เพราะรู้สึกว่าแนวทางพัฒนาผู้เล่นของสโมสรตอบโจทย์เขามากกว่านอกจากนี้เขายังสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ใน ทีมชาติสวีเดน ในเกมชนะ สโลวาเกีย ที่มี มาร์ติน ดูบราฟกา เฝ้าเสาอย่างไรก็ตาม ชีวิตในเยอรมนีภายใต้การคุมทีมของ โทมัส ทูเคิล ไม่ได้หมู อิซัค แทบไม่มีโอกาสลงสนามและต้องลงไปเล่นในทีมสำรองสำหรับดาวรุ่งหลายคน ช่วงเวลานี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เสียคน แต่ อิซัค กลับเลือกที่จะเรียนรู้และยอมรับมัน“แน่นอนว่าผมอยากลงเล่นมากกว่านี้ การที่มันไม่เป็นไปตามหวังนั้นน่าผิดหวังและอึดอัดมาก แต่การได้ฝึกซ้อมในระดับเวิลด์คลาสก็ทำให้ผมกลายเป็นนักเตะที่ดีขึ้น” อิซัค เปิดเผยความรู้สึกในตอนนั้นจุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในแมตช์อุ่นเครื่องเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2019 เมื่อทีมสำรองของ ดอร์ทมุนด์ พบกับ วิลเลม ทู ทีมจากฮอลแลนด์ อิซัค ลงมาทำประตูตีเสมอ 2-2 จนทีมสตาฟฟ์ของ วิลเลม ทู ประทับใจและดึงตัวเขามาร่วมทีมซึ่งเรื่องนี้ ฮอยเวลด์ เคยให้คำแนะนำแก่เขาไว้ล่วงหน้าแล้วว่า “ลีกเนเธอร์แลนด์คือสวรรค์ของกองหน้า” และมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ อิซัค ระเบิดฟอร์มทำประตูถล่มทลาย พาคู่หูแดนหน้าอย่าง แวนเจลิส พาฟลิดิส และทีม วิลเลม ทู ทะยานถึงรอบชิงชนะเลิศบอลถ้วยดาเนียล โครว์ลีย์ อดีตเพื่อนร่วมทีม วิลเลม ทู บรรยายถึงตัวตนของ อิซัค เอาไว้ว่า“เขารู้ดีว่าตัวเองเก่งแค่ไหน แต่ไม่ใช่ในแบบที่อวดดี เขามีออร่าบางอย่างที่เชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง เป็นคนถ่อมตัว สุภาพ นิ่ง และเงียบเชียบ ราวกับ ‘ฆาตกร’”ความเป็นเพชฌฆาตของ อิซัค ถูกแสดงออกผ่านประตูสุดมหัศจรรย์ เช่น เกมพบ เฟเยนูร์ด ที่เขาโยกหลบกองหลังคนแล้วคนเล่าก่อนจะยิงเข้าไปอย่างเยือกเย็น ด้วยเทคนิคการลากดึงบอลและการควบคุมอารมณ์อันเหนือชั้นจนกระทั่งย้ายไป เรอัล โซเซียดาด ในสเปน เขาก็ยังรักษาสิ่งนี้ไว้ เมริเกล เมริโน อดีตเพื่อนร่วมทีม ก็ยืนยันว่า อิซัค มีความฉลาดเป็นกรด มีทัศนคติที่ยอดเยี่ยม และปรับตัวเข้ากับแผนการเล่นที่ซับซ้อนได้อย่างไร้ที่ติ จนเป็นที่รักของทุกคนในห้องแต่งตัว[ รากเหง้า วัฒนธรรมครอบครัว และความสุขที่เงินซื้อไม่ได้ ]ทัศนคติที่ถ่อมตน ไม่หลงระเริงไปกับชื่อเสียง และความนิ่งอันเป็นเอกลักษณ์ของ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ทั้งหมดนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากคุณพ่อคุณแม่ของเขาที่เป็นชาว "เอริเทรีย" ประเทศเล็ก ๆ ในแอฟริกาตะวันออกที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคและการดิ้นรนในช่วงฤดูร้อนปี 2018 ขณะที่เล่นอยู่กับ วิลเลม ทู อิซัค ตัดสินใจเดินทางไปเยือนประเทศเอริเทรีย ดินแดนต้นกำเนิดของครอบครัวเป็นครั้งแรกในชีวิต แม้จะเป็นเวลาเพียงสัปดาห์เดียว แต่มันได้เปลี่ยนมุมมองชีวิตของเขาไปตลอดกาลอิซัค ได้เดินทางไปเยี่ยมชมโรงเรียนฟุตบอลท้องถิ่น และลงไปเล่นฟุตบอลกับเด็ก ๆ ที่นั่น เขาได้เห็นความยากลำบากของผู้คนในประเทศที่ไม่ได้ร่ำรวย แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมากลับเป็นรอยยิ้มที่ใสซื่อและความสุขอันบริสุทธิ์“การได้เห็นว่าผู้คนเหล่านั้นมีความสุขแค่ไหน แม้จะเป็นเพียงชั่วขณะหนึ่ง ความรักที่ผมได้รับกลับคืนมามันพิเศษจริง ๆ เอริเทรีย ไม่ใช่ประเทศที่ร่ำรวย หลายคนต้องดิ้นรนอย่างหนัก” อิซัค เปิดใจ“สัปดาห์นั้นใน เอริเทรีย ให้ความรู้สึกที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต รอยยิ้มมีค่ามากกว่าวัตถุสิ่งของภายนอกมากมายนัก การได้มอบสิ่งนั้นให้แก่ผู้คนคือสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้เลย"ความเข้าใจในคุณค่าที่แท้จริงของชีวิตนี้เองที่หล่อหลอมให้ อเล็กซานเดอร์ อิซัค กลายเป็นคนที่ไม่ยึดติดกับสิ่งนอกกายเมื่อเขารู้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไม่ใช่รถหรู คฤหาสน์ หรือคำชมเชยที่ฉาบฉวย ความกดดันในเสียงเชียร์ของแฟนบอล 50,000 คน หรือการต้องดวลจุดโทษในนาทีสุดท้ายก็กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยทันทีวัฒนธรรมครอบครัวชาวเอริเทรียที่เน้นย้ำเรื่องความถ่อมตัว ความกตัญญู และการตระหนักรู้ในตนเอง ได้สร้างเกราะป้องกันทางใจชั้นดีให้แก่เขา ทำให้เขาสามารถโฟกัสกับการเล่นฟุตบอลและเมื่อสมาธิผสมผสานกับทักษะฟุตบอลระดับปรากฏการณ์ ผลลัพธ์ที่ได้จึงออกมาเป็น "เพชฌฆาตไร้เสียง" ที่เยือกเย็นที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ในเวลานี้นั่นเองตัน กวาร์ดิโอล่า
ความเงียบที่ทรงพลัง : ถอดรหัส ‘ความนิ่ง’ ของ อเล็กซานเดอร์ อิซัค
by
Tags: