"หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า ตื่นเช้ามาอย่า ปล่อยให้คอแห้ง! 5 สิ่งที่ควรทำ ก่อนเริ่มมื้อแรก!ตอนเช้าเป็นช่วงที่หลายคนรีบมากครับลืมตา → หยิบมือถือ → กาแฟ → ขนมปัง → ขึ้นรถบางคนยังไม่ทันได้ดื่มน้ำสักแก้วด้วยซ้ำ แต่กาแฟแก้วหวานมาถึงกระเพาะก่อนแล้วผมไม่ได้จะบอกนะครับว่า “ตื่นมาแล้วทำ 5 อย่างนี้ ไขมันจะละลาย น้ำตาลจะลงทันที” ร่างกายเราไม่ได้มีปุ่มเปิดระบบเผาผลาญแบบเปิดพัดลมครับแต่ช่วงเช้ามีความสำคัญตรงที่ หลังจากเราไม่ได้กินและดื่มมาหลายชั่วโมง สิ่งที่ทำตั้งแต่ตื่นจนถึงมื้อแรก สามารถกำหนดพฤติกรรมต่อเนื่องไปทั้งวันได้พอสมควรจะเริ่มวันด้วยการขยับ หรือเริ่มด้วยการนั่งจะเติมน้ำก่อน หรือเติมน้ำตาลก่อนจะกินมื้อแรกที่อยู่ท้อง หรือกินหวาน ๆ แล้วอีกสองชั่วโมงหิวใหม่ต่างกันครับถ้าอยากให้เช้าวันใหม่ช่วยเรื่องคุมน้ำตาล ไขมัน และน้ำหนักมากขึ้น ผมอยากให้เริ่มจาก 5 เรื่องนี้ครับ1️⃣ ตื่นมาแล้ว เติมน้ำให้ร่างกายก่อนเติมกาแฟหวานนอนหนึ่งคืนประมาณ 6–8 ชั่วโมง เราไม่ได้ดื่มน้ำเลยครับ แต่ร่างกายยังสูญเสียน้ำจากการหายใจ เหงื่อ และปัสสาวะอยู่เรื่อย ๆเพราะฉะนั้นตื่นมาแล้วรู้สึกคอแห้งปากแห้งปัสสาวะสีเข้มหรือกระหายน้ำสิ่งแรกง่ายที่สุดคือน้ำเปล่าครับไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องบังคับตัวเองดื่ม 1 ลิตรทันที และน้ำเปล่าก็ไม่ใช่ยาลดน้ำตาล แต่การปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำไม่ใช่เรื่องที่ผมอยากให้เกิด โดยเฉพาะคนที่น้ำตาลสูง เพราะระดับน้ำตาลที่สูงเองก็ทำให้ปัสสาวะบ่อยและเสียของเหลวมากขึ้นได้เอาแบบชีวิตจริงครับตื่นมา ดื่มน้ำหนึ่งแก้วตามความกระหายถ้าจะดื่มกาแฟต่อก็ดื่มได้ครับแต่อย่าให้ “น้ำแก้วแรกของวัน” กลายเป็นกาแฟใส่น้ำเชื่อม ชาไทย หรือเครื่องดื่มหวานทุกเช้าจากตั้งใจปลุกตัวเองเดี๋ยวกลายเป็นปลุกน้ำตาลขึ้นมาพร้อมกันครับ2️⃣ เปิดม่าน ออกไปเจอแสงเช้า ให้สมองรู้ว่า “วันใหม่เริ่มแล้ว”เรื่องนี้หลายคนไม่ค่อยโยงกับระบบเผาผลาญครับร่างกายเรามีนาฬิกาชีวภาพหรือ Circadian rhythm คอยจัดจังหวะหลายระบบ ตั้งแต่การนอน ฮอร์โมน ความหิว ไปจนถึงการจัดการกลูโคสและไขมันหนึ่งในสัญญาณที่แรงที่สุดของนาฬิกานี้คือ “แสง”เพราะฉะนั้นตื่นมาแล้ว ถ้าทำได้ ลองเปิดม่าน ออกไประเบียง เดินหน้าบ้าน หรือรับแสงธรรมชาติช่วงเช้าสักพักครับแต่อย่าแปลว่า“โดนแดด 10 นาทีแล้วอินซูลินจะดีขึ้นทันที”หลักฐานเรื่องแสงกับการเผาผลาญในมนุษย์ยังซับซ้อน และงานวิจัยบางชิ้นก็ให้ผลต่างกันครับสิ่งที่ชัดกว่า คือแสงช่วงกลางวันช่วยจัดจังหวะนาฬิกาชีวภาพ และจังหวะนี้เกี่ยวข้องกับสุขภาพการนอนและเมตาบอลิซึมผมจึงมองแสงเช้าเป็นเหมือน“ตั้งนาฬิกาของร่างกาย”ไม่ใช่ปุ่มเผาไขมันครับ3️⃣ อย่าตื่นแล้วนั่งยาว ขยับร่างกายก่อนเริ่มวันสักหน่อยไม่ต้องตื่นตีห้าไปวิ่งสิบกิโลครับแค่ให้กล้ามเนื้อได้รู้ว่า“เจ้าของบ้านตื่นแล้วนะ เริ่มทำงานได้”เดินรอบบ้านยืดแขนยืดขาเก็บที่นอนรดน้ำต้นไม้เดินซื้ออาหารขึ้นลงบันไดตามกำลังหรือเดินสบาย ๆ 10–20 นาทีทั้งหมดมีประโยชน์ครับการใช้กล้ามเนื้อช่วยเพิ่มการนำกลูโคสไปใช้เป็นพลังงาน และการออกกำลังกายสม่ำเสมอมีบทบาทชัดเจนในการช่วยควบคุมน้ำตาล รวมถึงสุขภาพหัวใจและเมตาบอลิซึมโดยรวมผมจึงไม่ค่อยชอบเช้าที่เป็นแบบเตียง → โซฟา → รถ → โต๊ะทำงานแล้วกว่าจะได้เดินจริง ๆ คือตอนเที่ยงไปซื้อข้าวเราไม่ต้องออกกำลังหนักทุกเช้าครับแต่ให้ร่างกายมี “ช่วงเคลื่อนไหว” ตั้งแต่ต้นวัน จะดีกว่าตื่นมาแล้วฝากกล้ามไว้กับเก้าอี้ทันที4️⃣ ถ้าจะกินมื้อแรก อย่าเริ่มด้วยแป้งหวานล้วน ๆอันนี้เจอบ่อยมากครับกาแฟหวานหนึ่งแก้วกับครัวซองต์กาแฟ 3-in-1 กับขนมปังโจ๊กนิดเดียวแต่น้ำหวานแก้วใหญ่หรือบางคนบอก“ผมกินเช้าน้อยมากนะหมอ”ครับ…แต่สิ่งที่กินเข้าไปเกือบทั้งหมดคือคาร์โบไฮเดรตขัดสีและน้ำตาลถ้ามื้อแรกมีคาร์โบไฮเดรต ผมอยากให้เพิ่ม “ตัวช่วยเบรก” เข้ามาด้วย เช่น โปรตีนและใยอาหารไข่ปลาเต้าหู้นมหรือโยเกิร์ตที่ไม่หวานจัดถั่วผักธัญพืชไม่ขัดสีผลไม้ทั้งลูกในปริมาณเหมาะสมใยอาหาร โดยเฉพาะบางชนิดที่มีความหนืด สามารถช่วยชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรตและลดการพุ่งของน้ำตาลหลังอาหารได้ และภาพรวมงานวิจัยเรื่ององค์ประกอบของมื้อเช้าก็สนับสนุนว่าโปรตีนและใยอาหารมีส่วนต่อการควบคุมน้ำตาลหลังมื้ออาหาร แม้จะยังไม่มี “สูตรมื้อเช้าที่ดีที่สุดสูตรเดียว” สำหรับทุกคนครับดังนั้นไม่จำเป็นต้องเลิกกินข้าวหรือผลไม้ครับแค่ก่อนกินถามตัวเองง่าย ๆ ว่า“มื้อนี้มีอะไรนอกจากแป้งกับน้ำตาลบ้าง?”ถ้าหาไม่เจอเลย อันนี้ควรเติมครับ5️⃣ ก่อนเริ่มมื้อแรก วางแผนด้วยว่า “กินเสร็จแล้วจะขยับไหม?”หลายคนวางแผนอาหารละเอียดมากครับข้าวกี่ทัพพีไข่กี่ฟองกาแฟกี่แคลแต่กินเสร็จปุ๊บ นั่งประชุมต่อสองชั่วโมงจริง ๆ อีกเครื่องมือหนึ่งที่ง่ายมากในการช่วยจัดการน้ำตาลหลังอาหารคือ การใช้กล้ามเนื้อครับถ้าตารางชีวิตเอื้อ หลังมื้อแรกลองเดินหรือขยับเบา ๆ สักช่วงหนึ่ง เช่น เดินไปทำงาน เดินซื้อของ เก็บบ้าน หรือเดินสบาย ๆเพราะการเดินและกิจกรรมทางกายสามารถช่วยลดระดับน้ำตาล และหลายคนจะเห็นค่าน้ำตาลหลังการเดินต่ำกว่าก่อนเดินได้ไม่ต้องเดินจนเหงื่อท่วมครับผมชอบคิดแบบนี้มากกว่ากินเข้าไป → ให้กล้ามช่วยใช้บ้างแทนที่จะเป็นกินเข้าไป → นั่งเก็บทั้งหมดไว้ก่อนโดยเฉพาะคนที่มีน้ำตาลสูง เบาหวาน หรือกำลังพยายามลดไขมันสะสม นิสัยเล็ก ๆ แบบนี้ทำต่อเนื่องมีค่ากว่าสูตรดีท็อกซ์เช้าหลายสูตรครับถ้าจะทำให้เช้าง่ายที่สุด ผมสรุปเป็น “ก่อนมื้อแรก 5 อย่าง” แบบนี้ครับ• เติมน้ำ: ดื่มน้ำตามความกระหาย อย่าให้น้ำหวานเป็นเครื่องดื่มแรกทุกวัน• รับแสง: เปิดม่านหรือออกไปเจอแสงธรรมชาติ ช่วยตั้งจังหวะกลางวัน–กลางคืนของร่างกาย• ขยับ: เดิน ยืด หรือทำงานบ้านเบา ๆ ให้กล้ามได้เริ่มทำงาน• จัดมื้อ: ถ้ากินมื้อแรก อย่าให้มีแต่แป้งกับน้ำตาล เติมโปรตีนและใยอาหาร• อย่านั่งทันที: ถ้าทำได้ กินแล้วหาโอกาสเดินหรือขยับต่ออีกหน่อยและมีอีกเรื่องที่ต้องบอกครับไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องกินอาหารเช้าบางคนทำ IF บางคนทำงานเป็นกะ บางคนไม่หิวตอนเช้า หรือมีตารางมื้ออาหารที่ต่างออกไปการคุมน้ำตาลและไขมันไม่ได้ตัดสินกันว่า “ต้องกินก่อน 8 โมงหรือไม่”สิ่งสำคัญกว่าคือตอนที่กินมื้อแรก เรากินอะไรทั้งวันกินรวมเท่าไรได้โปรตีนและใยอาหารพอไหมขยับมากแค่ไหนนอนพอหรือเปล่าและทำพฤติกรรมแบบนี้ได้ต่อเนื่องแค่ไหนตื่นเช้ามา ผมไม่อยากให้คิดว่าเราต้องทำพิธีสุขภาพสิบขั้นตอนครับไม่ต้องน้ำมะนาวไม่ต้องช็อตดีท็อกซ์ไม่ต้องออกกำลังจนหมดแรงก่อนทำงานเริ่มง่าย ๆ จาก น้ำเปล่า แสงเช้า การขยับ และมื้อแรกที่ไม่หวานนำทั้งมื้อแต่ละอย่างดูเล็กมากครับแต่เมื่อทำทุกเช้า มันช่วยให้วันหนึ่งของเรามีโอกาสกินดีขึ้น ขยับมากขึ้น และจัดการน้ำตาลกับพลังงานได้ง่ายขึ้นสุขภาพเมตาบอลิซึมไม่ได้เปลี่ยนเพราะเช้าวันเดียวครับมันเปลี่ยนจาก “เช้าธรรมดา ๆ ที่ทำดีซ้ำได้” หลายร้อยวันนี่แหละใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับใครตื่นเช้ามา สิ่งแรกที่ทำคืออะไรครับดื่มน้ำ เปิดมือถือ หรือกาแฟก่อนเลยลองคอมเมนต์กันมาได้ครับ
เอ้า นี่เราพลาดมาตลอด “5 อย่าง” ทำหลังตื่น ไขมันละลาย น้ำตาลลง รัว ๆ
by
Tags: