ถึงคิว iPhone! เงิน 48,900 บาทที่เคยซื้อรุ่นท็อป ปีนี้ได้แค่ Pro ตัวเริ่มต้น เมื่อ Apple ขึ้นราคา 4,000-5,000 บาทApple เปิดตัว iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max และ iPhone Duo เครื่องจอพับรุ่นแรกในประวัติศาสตร์บริษัท แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดในงานนี้อาจไม่ใช่ดีไซน์หรือชิปตัวใหม่ หากเป็น ‘ป้ายราคา’ ที่ขยับขึ้น 4,000-5,000 บาทแล้วแต่รุ่น และมันไม่ได้ขึ้นแค่รุ่นที่เพิ่งเปิดตัวประเด็นสำคัญเมื่อราคารุ่นท็อปของปีก่อน กลายเป็นราคาเริ่มต้นของรุ่นรองในปีนี้2 รุ่นที่ไม่ได้ขึ้นเวที แต่ราคาขยับเงียบๆส่วนต่างที่คนไทยจ่าย มากกว่าส่วนต่างที่คนอเมริกันจ่ายต้นตออยู่ที่ชิปหน่วยความจำที่แพงขึ้น 5 เท่า และมันยังไม่จบ79,900 บาทของ iPhone Duo กับโจทย์ที่ยากกว่าเรื่องราคาราคาไทยและกำหนดวางจำหน่ายเวลา 00.00 น. ของวันที่ 10 กันยายน ตามเวลาประเทศไทย หรือ 10.00 น. ของวันที่ 9 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย Apple จัดงานเปิดตัวสินค้าที่ถูกมองว่าสำคัญที่สุดในรอบหลายปีความสำคัญนั้นมีอยู่ 2 ชั้น ชั้นแรกคือ ‘iPhone Duo’ สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นแรก ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงด้านการออกแบบครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ iPhone ตลอดเกือบ 20 ปีข่าวที่เกี่ยวข้องApple เปิดฉากคลื่นสินค้าใหม่ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 9 กันยายนนี้ แต่ iPhone จอพับตัวชูโรงกลับผลิตได้วันละไม่กี่ร้อยเครื่อง Apple เปิดฉากคลื่นสินค้าใหม่ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 9 กันยายนนี้ แต่ iPhone จอพับตัวชูโรงกลับผลิตได้วันละไม่กี่ร้อยเครื่อง5 ก.ย. 2569 | 17:01 ผลักภาระให้ลูกค้า? Apple ประกาศขึ้นราคา Mac-iPad ทั่วโลก แพงขึ้นสูงสุด 25% เซ่นพิษต้นทุนชิปความจำพุ่ง 4 เท่า ผลักภาระให้ลูกค้า? Apple ประกาศขึ้นราคา Mac-iPad ทั่วโลก แพงขึ้นสูงสุด 25% เซ่นพิษต้นทุนชิปความจำพุ่ง 4 เท่า26 มิ.ย. 2569 | 8:52 ทิม คุกส่งมอบมรดก 130 ล้านล้านบาทให้ จอห์น เทอร์นัส แต่ก้าวแรกบนเก้าอี้ CEO Apple กลับเป็นโจทย์หิน เมื่อบริษัทมีทุกอย่างยกเว้นคำตอบเรื่อง AI ทิม คุกส่งมอบมรดก 130 ล้านล้านบาทให้ จอห์น เทอร์นัส แต่ก้าวแรกบนเก้าอี้ CEO Apple กลับเป็นโจทย์หิน เมื่อบริษัทมีทุกอย่างยกเว้นคำตอบเรื่อง AI30 เม.ย. 2569 | 16:39ชั้นที่สองคือคนที่ยืนอยู่บนเวที เพราะนี่คือการปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งใหญ่ครั้งแรกของ ‘จอห์น เทอร์นัส’ ที่เพิ่งรับตำแหน่งซีอีโอเมื่อวันที่ 1 กันยายน กลายเป็นซีอีโอคนที่ 3 ของ Apple นับตั้งแต่ สตีฟ จ็อบส์ กลับมาในปี 1997 ขณะที่ ทิม คุก ยังอยู่กับบริษัทในตำแหน่งประธานบริหารiphone duoแต่ตัวเลขที่ผู้บริโภคไทยน่าจะรู้สึกได้เร็วกว่าทุกเรื่อง ไม่ใช่ 7.6 นิ้วของจอพับ หรือชิป A20 Pro ตัวใหม่มันคือตัวเลขบน ‘ป้ายราคา’เมื่อราคารุ่นท็อปของปีก่อน กลายเป็นราคาเริ่มต้นของรุ่นรองในปีนี้iPhone 18 Pro เปิดราคาในไทยที่ 48,900 บาท ส่วน iPhone 18 Pro Max อยู่ที่ 52,900 บาท โดยทั้งคู่เริ่มต้นที่ความจุ 256GB และมีให้เลือกถึง 2TBเมื่อเทียบกับราคาเปิดตัวของปีก่อน ที่ iPhone 17 Pro อยู่ที่ 43,900 บาท และ iPhone 17 Pro Max อยู่ที่ 48,900 บาท เท่ากับว่ารุ่น Pro แพงขึ้น 5,000 บาท ส่วน Pro Max แพงขึ้น 4,000 บาทแต่จุดที่น่าสนใจกว่าตัวเลขส่วนต่าง คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเอาราคาของทั้ง 2 ปีมาวางเทียบกันเงิน 48,900 บาทเมื่อปีก่อน ซื้อ iPhone 17 Pro Max ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุดของตระกูลได้ แต่ปีนี้เงินก้อนเดียวกันซื้อได้แค่ iPhone 18 Pro ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้นของกลุ่ม Proเช่นเดียวกับ iPhone Air ที่วันนี้ราคาเริ่มต้น 43,900 บาท เท่ากับราคาเปิดตัวของ iPhone 17 Pro เมื่อปีก่อนพอดีพูดง่ายๆ คือด้วยงบเท่าเดิม ตำแหน่งของรุ่นที่ซื้อได้ขยับลงมาจากปีก่อนคำถามถัดมาคือเงินที่จ่ายเพิ่มได้อะไรกลับมาบ้างสิ่งที่ Apple ชูเป็นจุดขายหลักของรุ่น Pro คือความสามารถด้าน AI ที่ประมวลผลบนตัวเครื่องด้วยชิป A20 Pro ที่บริษัทพัฒนาเอง ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับงาน AI บนเครื่องโดยตรง เพื่อให้ข้อมูลผู้ใช้ยังเป็นส่วนตัวและทำงานได้เร็วขึ้น พร้อมระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber รุ่นใหม่ด้านกล้องได้ของใหม่เป็นช่องรับแสงแบบปรับได้ ซึ่งจะเปิดและปิดอัตโนมัติตามปริมาณแสงในภาพ คล้ายกับรูม่านตาของคนที่ขยายเมื่ออยู่ในที่มืดส่วนแบตเตอรี่ Apple ระบุว่ารุ่น Pro มีอายุการใช้งานยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ iPhone โดยเล่นวิดีโอได้ 45 ชั่วโมงในรุ่นใหญ่และ 36 ชั่วโมงในรุ่นเล็ก พร้อมชาร์จผ่านสายที่เร็วขึ้นจนชาร์จ 5 นาทีแล้วเล่นวิดีโอได้ 6 ชั่วโมงiphone duo2 รุ่นที่ไม่ได้ขึ้นเวที แต่ราคาขยับเงียบๆสิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามคือการขึ้นราคารอบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่รุ่นที่เพิ่งเปิดตัวเพราะควบคู่ไปกับการเปิดตัวรอบนี้ ราคาบนหน้าเว็บไซต์ของ Apple ในไทยก็ถูกปรับขึ้นเงียบๆ อีก 2 รุ่น โดยไม่มีการประกาศบนเวที และไม่มีของใหม่มาแลกกับเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มiPhone Air ขยับจากราคาเปิดตัว 39,900 บาท ขึ้นมาเป็น 43,900 บาท หรือแพงขึ้น 4,000 บาทส่วน iPhone 17 ขยับจากราคาเปิดตัว 29,900 บาท ขึ้นมาเป็น 34,900 บาท หรือแพงขึ้น 5,000 บาท ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับที่ iPhone 18 Pro รุ่นใหม่ปรับขึ้นเท่ากับว่าคนที่ซื้อ iPhone 17 หรือ iPhone Air ในวันนี้ ต้องจ่ายแพงกว่าคนที่ซื้อเครื่องรุ่นเดียวกันเมื่อปีก่อน 4,000-5,000 บาท โดยได้สินค้าที่เหมือนกันทุกประการ (THE STANDARD WEALTH เทียบราคาช่วงเปิดตัวกับราคาล่าสุดบนเว็บไซต์ Apple)อีกเรื่องที่ต้องดูควบคู่กันคือ ปีนี้ Apple ไม่ได้เปิดตัว iPhone รุ่นมาตรฐานเลย โดย Nikkei Asia เป็นสำนักแรกที่รายงานเมื่อวันที่ 30 มกราคมว่า Apple เลื่อนการเปิดตัว iPhone รุ่นมาตรฐานออกไปเป็นครึ่งแรกของปี 2027 เพื่อหันมาเน้นขายรุ่นราคาแพงในงานใหญ่ประจำปีนี้แทนรายงานดังกล่าวซึ่งอ้างแหล่งข่าวที่รับรู้เรื่องนี้ 4 ราย ระบุเหตุผลว่าเป็นการจัดสรรทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และดึงรายได้กับกำไรจากรุ่นพรีเมียมให้ได้มากที่สุด ท่ามกลางราคาชิปหน่วยความจำและวัตถุดิบอื่นที่พุ่งขึ้นอีกเหตุผลคือการลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาระหว่างผลิตเครื่องจอพับรุ่นแรก ซึ่งต้องใช้เทคนิคการผลิตที่ซับซ้อนกว่าและวัสดุใหม่ที่อาจต้องใช้เวลากว่าจะได้คุณภาพตามเกณฑ์เท่ากับว่าคนที่อยากได้ iPhone ในเวลานี้ต้องเลือกระหว่าง 2 ทางถ้างบเท่าเดิมหรือมีจำกัด ทางที่เหลือคือ iPhone 17 ที่ 34,900 บาท ซึ่งเป็นเครื่องของปีก่อนและเพิ่งขึ้นราคาไปอีก 5,000 บาทแต่ถ้าอยากได้เครื่องรุ่นใหม่จริงๆ ก็ต้องยอมจ่ายเพิ่มจากตรงนั้นอีก 14,000 บาทเพื่อขยับไปที่ iPhone 18 Proการขึ้นราคาครั้งนี้จึงอาจเป็นกลยุทธ์ที่แยบยลของ Apple ในการผลักลูกค้าไปหารุ่นที่แพงกว่า เพราะเมื่อปีนี้ไม่มีรุ่นราคาย่อมเยาให้เลือก คนที่อยากได้ของใหม่ก็ต้องจ่ายแพงขึ้นโดยปริยายiphone duoส่วนต่างที่คนไทยจ่าย มากกว่าส่วนต่างที่คนอเมริกันจ่ายอีกมุมที่น่าสังเกตคือการขึ้นราคาในไทยกับในสหรัฐฯ ไม่ได้ขยับเท่ากันในตลาดอเมริกา iPhone 18 Pro ขยับเป็น 1,199 ดอลลาร์สหรัฐ และ Pro Max เป็น 1,299 ดอลลาร์สหรัฐ หรือแพงขึ้นรุ่นละ 100 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นเงินไทยราว 3,292 บาทแต่ราคาในไทยขยับขึ้น 4,000-5,000 บาทช่องว่างนี้ยิ่งกว้างขึ้นในกรณีของ iPhone Duo ที่ราคาเริ่มต้นในสหรัฐฯ อยู่ที่ 1,999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 65,800 บาท ขณะที่ราคาไทยอยู่ที่ 79,900 บาท ส่วนรุ่นความจุ 2TB ที่สหรัฐฯ อยู่ที่ 3,199 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 105,300 บาท แต่ราคาไทยอยู่ที่ 127,900 บาทแน่นอนว่าการเทียบตรงๆ แบบนี้ไม่แฟร์เสียทีเดียว เพราะราคาที่ Apple ประกาศในสหรัฐฯ เป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษีขาย ขณะที่ราคาไทยเป็นราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว และยังมีต้นทุนการนำเข้ากับอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาเกี่ยวข้องแต่ถึงบวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เข้าไปแล้ว ราคา iPhone Duo ที่แปลงจากดอลลาร์ก็อยู่ที่ราว 70,400 บาท ซึ่งยังห่างจากราคาขายจริงในไทยอยู่เกือบ 10,000 บาทiphone duoต้นตออยู่ที่ชิปหน่วยความจำที่แพงขึ้น 5 เท่า และมันยังไม่จบการขึ้นราคาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะสัญญาณถูกส่งมาตั้งแต่กลางปีเมื่อเดือนมิถุนายน Apple ประกาศปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์กลุ่ม Mac, iPad, อุปกรณ์สมาร์ทโฮม และ Vision Pro ทั่วโลกไปแล้วราว 15-25% ซึ่งในไทยก็เจอความเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น MacBook Air M5 รุ่น 13 นิ้ว ที่ขยับจาก 36,900 บาท เป็น 44,900 บาท และ iPad Air ชิป M4 รุ่น 11 นิ้ว ที่ขยับจาก 21,900 บาท เป็น 27,900 บาทต้นตอของทั้งหมดคือต้นทุนชิปหน่วยความจำและชิปเก็บข้อมูลในสมาร์ทโฟนที่พุ่งขึ้น 5 เท่านับตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการเร่งสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก ประกอบกับความปั่นป่วนจากมาตรการภาษีนำเข้าตอนที่ประกาศขึ้นราคา Mac และ iPad โฆษกของ Apple ระบุว่าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคกำลังเผชิญความท้าทายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และบริษัทไม่เคยเห็นราคาชิ้นส่วนพุ่งขึ้นมากและเร็วขนาดนี้ พร้อมยอมรับว่าได้ปกป้องลูกค้าจากการขึ้นราคามาโดยตลอด แต่มาถึงจุดที่จำเป็นต้องเริ่มปรับแล้วด้าน ทิม คุก เคยให้สัมภาษณ์กับ The Wall Street Journal ว่าการขยับราคาหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป โดยเปรียบสถานการณ์นี้ว่ารุนแรงระดับ ‘เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในรอบร้อยปี’ ที่เขาไม่เคยเจอตลอดกว่า 40 ปีในวงการที่น่ากังวลกว่านั้นคือปัญหาชิปหน่วยความจำขาดแคลนถูกคาดว่าจะยิ่งหนักขึ้นในปี 2027 จนนำไปสู่การขึ้นราคาทั่วทั้งอุตสาหกรรม ซึ่งแปลว่ารอบนี้อาจยังไม่ใช่รอบสุดท้ายขณะเดียวกัน ในมุมนักลงทุน การขึ้นราคาระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐกลับถือว่า ‘น้อยกว่า’ ที่นักวิเคราะห์บางส่วนกังวลไว้ ซึ่งอาจหมายความว่า Apple ยอมรับผลกระทบต่ออัตรากำไรของสินค้าเหล่านี้เอาไว้เองบางส่วนซามิก แชตเทอร์จี นักวิเคราะห์จาก JPMorgan ระบุก่อนงานเปิดตัวว่าการขึ้นราคา 200 ดอลลาร์สหรัฐมีโอกาสกระทบยอดขายอย่างหนัก ขณะที่การขึ้น 100 ดอลลาร์สหรัฐน่าจะช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนได้เขาเสริมว่าสิ่งที่ทุกคนจับตาคือรายได้จาก iPhone จะยังเติบโตระดับ 2 หลักเมื่อเทียบรายปีต่อไปได้หรือไม่ ซึ่งความสำคัญอยู่ที่ iPhone คิดเป็นสัดส่วนราวครึ่งหนึ่งของรายได้ Apple โดยทำรายได้ 209,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.90 ล้านล้านบาท) ในปีงบประมาณ 2025ปฏิกิริยาของตลาดหลังงานค่อนข้างนิ่ง โดย Financial Times รายงานว่าราคาหุ้น Apple ปรับตัวลดลงราว 1% ขณะที่ Bloomberg ระบุว่าราคาแทบไม่เปลี่ยนแปลงที่ 315.87 ดอลลาร์สหรัฐiphone duo79,900 บาทของ iPhone Duo กับโจทย์ที่ยากกว่าเรื่องราคาเทอร์นัสเลือกปิดท้ายการนำเสนอด้วยการเปิดตัว iPhone Duo ตามธรรมเนียม One More Thing ที่ สตีฟ จ็อบส์ เคยริเริ่มไว้เขาอธิบายเหตุผลเบื้องหลังว่าทุกวันนี้ iPhone ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของชีวิตคนไปแล้ว และไม่มีอุปกรณ์ชิ้นไหนในโลกที่เหมาะกับบทบาทนี้มากกว่า ดังนั้นเมื่อของชิ้นเดียวต้องรับงานหนักขนาดนั้น การขยายหน้าจอให้ใหญ่ขึ้นก็เปิดทางให้ทำอะไรได้อีกมากจุดขายหลักคือหน้าจอด้านในขนาด 7.6 นิ้ว ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีใน iPhone และใหญ่เกือบเท่า iPad Mini ส่วนจอด้านนอกเมื่อพับแล้วอยู่ที่ 5.4 นิ้ว โดยตัวเครื่องใช้งานร่วมกับ Apple Pencil ได้ หากเทียบให้เห็นภาพ จอของ Duo ใหญ่กว่าจอ iPhone 18 Pro Max ถึง 50% และใหญ่กว่าจอ iPhone 18 Pro ถึง 80%ความสามารถที่ตามมาจากจอขนาดนี้คือการเปิด 2 แอปพลิเคชันพร้อมกัน เช่น ดูวิดีโอไปพร้อมกับส่งข้อความ หรือเปิดกล่องอีเมลไว้ด้านซ้ายและหน้าต่างข้อความไว้ด้านขวา ซึ่งระหว่างการสาธิต ผู้ชมในงานถึงกับส่งเสียงฮือเมื่อ Apple โชว์ว่าเครื่องย้ายสิ่งที่แสดงอยู่จากจอหนึ่งไปอีกจอหนึ่งได้อย่างต่อเนื่องเวลาพับและกางออกสิ่งที่ Apple พยายามแก้จากคู่แข่งคือรอยพับกลางจอ โดยเทอร์นัสไม่ลืมแซะบนเวทีว่า iPhone Duo จะนิยามประสบการณ์การใช้โทรศัพท์จอพับใหม่ หลังจากที่คู่แข่งสร้างเครื่องจอพับที่ให้ความรู้สึกเหมือนเอาโทรศัพท์ 2 เครื่องมาแปะติดกันด้านแบตเตอรี่ของ Duo อยู่ที่ 31 ชั่วโมงสำหรับการเล่นวิดีโอบนจอด้านในแต่โจทย์ที่ยากกว่าการทำให้จอเรียบ คือการทำให้ผลิตได้ทันเพราะรายงานของ Nikkei Asia เมื่อต้นเดือนกันยายนชี้ว่าการผลิต iPhone จอพับในช่วงเริ่มต้นทำได้เพียงหลักไม่กี่ร้อยเครื่องต่อวัน จากมาตรฐานการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดมากของบริษัท ทั้งการทดสอบภายใต้สภาวะที่รุนแรงกว่า, การกำหนดจำนวนรอบการพับที่มากกว่าคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญ และการเรียกร้องความเรียบของหน้าจอที่มากกว่าขณะที่ Apple ตั้งเป้าผลิตให้ได้ 8-10 ล้านเครื่องในปีนี้ ซึ่งผู้บริหารในอุตสาหกรรมระบุว่าโดยปกติต้องผลิตให้ได้หลายหมื่นเครื่องต่อวันจึงจะถึงเป้านั่นแปลว่าเครื่องราคา 79,900 บาทรุ่นนี้มีแนวโน้มขาดตลาดตั้งแต่วันแรกแต่ถึงจะขาดตลาด ยอดขายที่คาดไว้ก็ไม่ได้ใหญ่โตนัก โดยนักวิเคราะห์จาก UBS ประเมินจากการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานว่า iPhone Duo จะขายได้ราว 10 ล้านเครื่องในปีแรก ซึ่งเป็นเพียงเศษเสี้ยวของ iPhone ที่ขายได้ราว 250 ล้านเครื่องต่อปีiphone duoส่วนหนึ่งเป็นเพราะตัวตลาดจอพับเองที่ยังไม่โตอย่างที่หลายฝ่ายคาด ทั้งที่ไม่ใช่ของใหม่ เพราะ Samsung เปิดตัว Galaxy Fold รุ่นแรกมาตั้งแต่ปี 2019 โดยข้อมูลของ IDC ระบุว่ายอดจัดส่งเครื่องจอพับลดลง 15% ในครึ่งปีแรกอย่างไรก็ตาม IDC มองว่าการเข้าสู่ตลาดของ Apple จะเป็นแรงกระตุ้นสำคัญ และคาดว่าบริษัทจะครองสัดส่วน 44% ของรายได้จากยอดขายเครื่องจอพับทั้งหมดในปี 2026 แม้จะเปิดตัวโดยเหลือเวลาเพียง 3 เดือนเศษในปีนี้ด้าน Counterpoint ประเมินว่ายอดจัดส่งเครื่องจอพับทั่วโลกจะทะลุ 100 ล้านเครื่องภายในสิ้นปี 2026 และจะโตขึ้นอีก 37% ในปี 2027ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นบนฉากหลังที่ท้าทายกว่า นั่นคือตลาดสมาร์ทโฟนโลกที่ Counterpoint Research คาดว่าจะหดตัวมากกว่า 14% ในปี 2026อีกจุดที่ต้องจับตาคือจีน ซึ่งเป็นหนึ่งใน 65 ประเทศและภูมิภาคแรกที่เปิดให้สั่งจองรุ่น Pro แต่ฟีเจอร์ AI หลายอย่างที่ Apple เรียกรวมกันว่า Apple Intelligence จะยังไม่พร้อมใช้งานทันที โดยเว็บไซต์ Apple ของจีนลดการนำเสนอฟีเจอร์ AI ของ iPhone 18 ลง พร้อมระบุว่าการเปิดให้ใช้ขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลความสำคัญของตลาดนี้อยู่ที่ข้อมูลของ Counterpoint ซึ่งระบุว่าเมื่อปีก่อนจีนคิดเป็นสัดส่วน 45% ของตลาดโทรศัพท์จอพับทั่วโลก มากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกประเทศ และเป็นสนามที่ Huawei ครองความเป็นผู้นำในกลุ่มแบรนด์ท้องถิ่นอยู่ก่อนแล้วนั่นแปลว่าตลาดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับสินค้าชิ้นนี้ คือตลาดที่ Apple ต้องเข้าไปแข่งโดยที่จุดขายเรื่อง AI ยังใช้งานไม่ได้ราคาไทยและกำหนดวางจำหน่ายสำหรับคนที่ตัดสินใจแล้วว่าจะจ่าย นี่คือราคาและวันวางขายในไทยiPhone Duoมาพร้อมสีสตาร์ไวท์และสีไนท์สกาย ความจุ 256GB, 512GB, 1TB และ 2TB ราคาเริ่มต้น 79,900 บาท สูงสุด 127,900 บาท เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม เวลา 19.00 น. ตามเวลาไทย และวางจำหน่ายวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม ก่อนวางจำหน่ายในอีก 28 ประเทศและภูมิภาคตั้งแต่วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคมiPhone 18 Proสีเบอร์กันดี, สีธารน้ำแข็ง, สีเงิน และสีดำ ราคาเริ่มต้น 48,900 บาท และ iPhone 18 Pro Maxราคาเริ่มต้น 52,900 บาททั้ง 2 รุ่นมีความจุ 256GB, 512GB, 1TB และ 2TB โดยลูกค้าในกว่า 65 ประเทศและภูมิภาครวมถึงไทย สั่งซื้อล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 12 กันยายน เวลา 19.00 น. ตามเวลาไทย และวางจำหน่ายวันศุกร์ที่ 18 กันยายน ก่อนวางจำหน่ายในอีก 20 ประเทศและภูมิภาคตั้งแต่วันศุกร์ที่ 25 กันยายนนอกจากกลุ่ม iPhone แล้ว งานนี้ Apple ยังเปิดตัวสินค้าอีก 3 รายการiphone duoApple Watch Ultra 4ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท ชูจุดขายเป็นนาฬิกาสายกีฬาและการผจญภัย มาพร้อมชิป S11 ที่ Apple ระบุว่าเป็นชิปในอุปกรณ์สวมใส่ที่ทรงพลังที่สุดของบริษัท และระบบติดตามสุขภาพแบบใหม่ที่วัดอัตราการเต้นของหัวใจกับค่าความผันแปรของอัตราการเต้นของหัวใจ (HRV) ได้ถี่ขึ้น พร้อมแสดงคะแนนความพร้อมของร่างกายแบบใหม่ ด้านแบตเตอรี่ใช้ติดตามการออกกำลังกายกลางแจ้งได้นานสูงสุด 45 ชั่วโมงApple Watch Series 12ราคาเริ่มต้น 14,900 บาท ใช้ชิป S11 และเซ็นเซอร์สุขภาพชุดใหม่เช่นเดียวกัน โดย Apple ระบุว่าตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจได้แม่นยำที่สุดในบรรดาอุปกรณ์สวมใส่iphone duoAirPods 5ราคา 4,790 บาท จุดเด่นคือระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟ (ANC) บนหูฟังทรงเปิดซึ่ง Apple ระบุว่าตัดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดีขึ้นสูงสุด 50% เมื่อเทียบกับ AirPods 4 ที่มี ANC พร้อมโหมดฟังเสียงภายนอกที่เป็นธรรมชาติขึ้น และการโต้ตอบกับ Siri ด้วยการเคลื่อนไหวศีรษะส่วน AirPods 5 พร้อมเคสชาร์จแบบไร้สายราคา 5,490 บาท เพิ่มอายุแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้นและการควบคุมระดับเสียงบนก้านหูฟัง โดยทั้ง 2 รุ่นเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าแล้ว และวางจำหน่ายวันศุกร์ที่ 18 กันยายนอย่างไรก็ตามเมื่อไล่ดูตัวเลขทั้งหมดแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดในปีนี้อยู่ที่ท่าทีของ Apple เองก่อนหน้านี้ Apple เคยพูดเองว่าบริษัทปกป้องลูกค้าจากการขึ้นราคามาโดยตลอด จนมาถึงจุดที่แบกต่อไม่ไหวปีนี้จึงเป็นปีที่เส้นนั้นถูกข้าม และข้ามไปถึงรุ่นที่ไม่มีอะไรใหม่มาให้ด้วยสิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือปัญหาชิปหน่วยความจำที่ถูกคาดว่าจะหนักขึ้นอีกในปี 2027 ซึ่งอาจทำให้ตัวเลขบนป้ายราคาที่เห็นในวันนี้ กลายเป็น ‘จุดเริ่มต้น’ มากกว่าจะเป็น ‘จุดสูงสุด’หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.92 บาท ณ วันที่ 10 กันยายน 2569อ้างอิง:https://asia.nikkei.com/business/technology/apple-debuts-iphone-18-pro-and-first-foldable-phonehttps://www.ft.com/content/dea481e8-d30b-4cbb-b535-5ff219c4e546https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-09-09/apple-s-foldable-iphone-launch-event-gets-underwayhttps://www.wsj.com/tech/apple-to-debut-new-foldable-iphone-new-ceo-and-new-prices-b2485b9f
ถึงคิว iPhone! เงิน 48,900 บาทที่เคยซื้อรุ่นท็อป ปีนี้ได้แค่ Pro ตัวเริ่มต้น เมื่อ Apple ขึ้นราคา 4,000-5,000 บาท
by
Tags: