เจ้าของแมวเล่าเหตุระทึก เปิดบัฟสู้กับงูช่วย “เปอร์” หลังถูกงูรัด ก่อนงูเปลี่ยนมารัดขาตัวเอง ขณะที่แมวตกใจวิ่งหนี 3 ซอย ต้องใช้ AirTag และเพื่อนบ้านช่วยตามหาผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์เล่าประสบการณ์สุดระทึก หลังพบงูรัด “เปอร์” แมวรัก จึงตัดสินใจเข้าไปช่วยต่อสู้กับงูจนสามารถช่วยแมวไว้ได้ ก่อนเกิดเหตุระทึกซ้ำ เมื่อเจ้าของถูกงูรัดขาและต้องร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านเจ้าของแมวโพสต์เล่าเหตุการณ์สุดระทึก หลังกลับถึงบ้านช่วงค่ำ พบ “เปอร์” แมวที่เลี้ยงไว้ถูกงูรัด จึงเข้าช่วยเหลือด้วยการจับคองูและดึงออกจากตัวแมว ก่อนที่งูจะเปลี่ยนมารัดขาทั้งสองข้างของตัวเองขณะที่เปอร์ตกใจวิ่งหนีออกจากบ้านไกลถึง 3 ซอย ทำให้ต้องใช้ AirTag ตามหานานหลายชั่วโมง และได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านจนสามารถนำตัวกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยเจ้าของเล่าว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาเพิ่งเดินทางกลับจากบ้านดอนเมือง และรีบเปิดประตูบ้านเพราะทิ้ง “เปอร์” ให้อยู่บ้านเพียงลำพังมาตั้งแต่ช่วงเช้า โดยปกติเมื่อเปิดประตู เปอร์จะวิ่งออกมาเดินเล่นในสวน เนื่องจากอยู่ในบ้านมาตลอดทั้งวันหลังจากปล่อยให้เปอร์เดินเล่น เจ้าของก็เดินเฝ้าตามอยู่ใกล้ ๆ กระทั่งเปอร์เดินเข้าบริเวณสวนด้านหลังออฟฟิศ ก่อนจะเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึง 10 วินาที โดยเปอร์ส่งเสียงร้องดังคล้ายกับกำลังถูกแมวกัด เจ้าของจึงรีบวิ่งเข้าไปดูและพบว่างูกำลังรัดตัวเปอร์อยู่เจ้าของระบุว่า จากลักษณะเหตุการณ์ทำให้คิดว่างูน่าจะเป็นงูเห่า จึงพยายามช่วยแมวทันที โดยเคยอ่านข้อมูลจากเพจเกี่ยวกับแมวว่า หากงูรัดให้ทุบบริเวณหางเพื่อให้งูคลายการรัด จึงคว้ากระถางดินเผาที่อยู่ใกล้มือมาทุบงูหลายครั้งจนกระถางแตก แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้งูคลายตัวได้จากนั้นเจ้าของจึงใช้มือขวาคว้าคองู ระหว่างชุลมุนไม่แน่ใจว่างูหรือแมวกัดบริเวณหัวแม่มือขวา ก่อนจะจับหัวงูไว้และออกแรงดึงงูออกจากตัวเปอร์ จนในที่สุดงูยอมคลายการรัด ทำให้เปอร์หลุดออกมาและวิ่งไปบริเวณหน้าออฟฟิศขณะที่คิดว่าเปอร์น่าจะไปหลบอยู่บริเวณใกล้ ๆ งูกลับเปลี่ยนมารัดขาของเจ้าของแทน โดยเริ่มจากขาข้างหนึ่ง ก่อนจะรัดทั้งสองข้างจนไม่สามารถเดินได้ เจ้าของจึงพยายามรวบคองูด้วยมือทั้งสองข้างและบีบไว้สุดแรง พร้อมร้องขอความช่วยเหลือจากบ้านข้าง ๆ ไม่นาน เพื่อนบ้านที่ได้ยินเสียงก็ออกมาดู ก่อนช่วยกันหาทางเข้ามาช่วยเหลือ โดยเจ้าของสามารถบีบคองูจนงูคลายตัว แต่ยังไม่ยอมปล่อย จึงต้องถอดรองเท้าและยกขาออกจากวงรัด กระทั่งเพื่อนบ้านมาถึงและช่วยจัดการนำงูใส่กระสอบได้สำเร็จหลังจากเหตุการณ์กับงูจบลง เจ้าของจึงเริ่มรู้ตัวว่าเปอร์ไม่ได้อยู่บริเวณหน้าออฟฟิศแล้ว จึงออกตามหาและเรียกชื่อ แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ รวมถึงไม่ได้ยินเสียงกระดิ่งที่คอของเปอร์เจ้าของจึงใช้โทรศัพท์ตรวจสอบตำแหน่งผ่าน AirTag โดยช่วงแรกพิกัดยังอยู่บริเวณบ้าน แต่เป็นข้อมูลเมื่อประมาณ 2 ชั่วโมงก่อน ก่อนที่เมื่อเปิดตรวจสอบอีกครั้ง พิกัดจะขยับไปไกลจากบ้านประมาณ 3 ซอยจากนั้นจึงออกวิ่งตามพิกัดทันที โดยเริ่มค้นหาประมาณ 20.20 น. และเดินทางไปยังบ้านที่ปรากฏอยู่ในพิกัด AirTag ก่อนขอเจ้าของบ้านเข้าไปช่วยค้นหา เนื่องจากเกรงว่าเปอร์อาจเข้าไปหลบอยู่ภายในบ้าน โชคดีที่เจ้าของบ้านเป็นคนรักสัตว์และอนุญาตให้เข้าไปตามหา แต่เรียกอย่างไรก็ไม่พบตัวเปอร์ และพิกัดก็เปลี่ยนตำแหน่งอีกครั้งเจ้าของเล่าว่า ขณะนั้นเปอร์น่าจะตกใจและกลัวอย่างมาก แม้แต่เสียงที่คุ้นเคยของเจ้าของก็ไม่ยอมตอบรับ และยังตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นเพราะตัวเจ้าของมีกลิ่นงูติดอยู่ เนื่องจากขณะจับงู งูได้ปล่อยของเสียใส่จนมีกลิ่นติดตัว ในระหว่างนั้น พี่ตู่ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านบ้านตรงข้าม และพี่จุ๋ม ซึ่งเจ้าของเคยเข้าไปขอความช่วยเหลือในการค้นหา ได้ออกมาช่วยกันตามหาเปอร์ด้วยเจ้าของยอมรับว่า ขณะนั้นรู้สึกกังวลอย่างมาก เพราะเปอร์เพิ่งมาอยู่ด้วยกันได้เพียง 4 เดือน แต่เกิดความผูกพันอย่างมาก และสิ่งที่กลัวที่สุดคือการสูญเสียโดยไม่ได้มีโอกาสร่ำลา เมื่อค้นหาตามพิกัดแรกไม่พบ เจ้าของจึงกลับไปค้นหาที่บ้านอีกครั้ง พร้อมพยายามคิดว่า หากเปอร์ตกใจและวิ่งหนีออกมา จะสามารถวิ่งไปทางใดได้บ้าง ก่อนสรุปว่ามีความเป็นไปได้ที่เปอร์จะวิ่งไปทางข้างบ้าน และพิกัดจาก AirTag น่าจะเป็นจุดที่เปอร์อยู่จริงเจ้าของจึงกลับไปยังบริเวณเดิมอีกครั้ง ก่อนพบว่ามีเพื่อนบ้านหลายคนออกมาช่วยกันตามหา โดยพี่ ๆ ในซอยมณียาสามออกมาช่วยกันเป็นจำนวนมาก ทั้งเรียกหาเปอร์และเปิดเสียง AirTag เพื่อระบุตำแหน่งในที่สุดทุกคนเริ่มมั่นใจว่าเปอร์น่าจะอยู่ภายในบ้านหลังหนึ่ง แต่เจ้าของบ้านกำลังนอนหลับและไม่รับโทรศัพท์ ทำให้เจ้าของถึงขั้นคิดว่าจะปีนรั้วเข้าไปตามหาเอง กระทั่งเจ้าของบ้านเปิดไฟและลงมาเปิดประตู เจ้าของจึงเล่าเหตุการณ์และขอเข้าไปค้นหา ก่อนพบเปอร์ซ่อนอยู่บริเวณรั้วโมกข้างกำแพง โดยเห็นเพียงพวงหางสีขาว ก่อนส่องไฟและพบว่าเปอร์ยังปลอดภัยอย่างไรก็ตาม เปอร์อยู่ในอาการตกใจอย่างมาก เมื่อเจ้าของเรียกชื่อกลับส่งเสียงขู่ฟ่อและพยายามกัดทุกครั้งที่ถูกสัมผัส เจ้าของจึงพยายามใช้ผ้าคลุมเพื่อจับตัว โดยเพื่อนบ้านได้ช่วยนำผ้าเช็ดตัวมาให้ช่วงหนึ่งเปอร์หลุดออกจากผ้าที่ใช้ห่อตัวและวิ่งหายไปอีกครั้ง แต่เจ้าของตั้งสติและส่องไฟตามแนวรั้ว ก่อนพบว่ายังไม่ได้วิ่งหนีไปไหน จึงค่อย ๆ จับตัวและใช้ผ้าพันไว้จนสามารถอุ้มกลับมาได้ แม้เจ้าของจะพยายามเรียกชื่อและบอกว่าเป็นแม่ แต่เปอร์ยังคงตกใจและจำเจ้าของไม่ได้ กระทั่ง “ป้าตู่” ซึ่งเปอร์คุ้นเคยเข้ามาเรียกและลูบหัว ทำให้เปอร์จำเสียงและกลิ่นได้ ก่อนจะเริ่มสงบลง และในที่สุดก็จำเจ้าของได้เจ้าของระบุว่า เพื่อนบ้านทุกคนต่างดีใจที่ภารกิจตามหาเปอร์สำเร็จ ก่อนจะพาเปอร์กลับบ้าน และให้คำมั่นว่าจะพาเปอร์กลับมาให้ทุกคนได้ชมอีกครั้งเมื่อหายตกใจแล้ว เมื่อกลับถึงบ้าน เจ้าของตรวจสอบบาดแผลของเปอร์ พบว่ามีเลือดซึมเล็กน้อยบริเวณหลัง 2 แผล และเล็บเท้าหลังฉีก แต่โดยรวมไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง จึงให้เปอร์พักอยู่ภายในบ้านส่วนเจ้าของเองได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ จึงให้พี่ตู่พาไปโรงพยาบาลเพื่อฉีดยาและทำแผล ก่อนกลับถึงบ้านในเวลาประมาณ 01.00 น. อย่างไรก็ตาม เมื่อกลับมาถึงบ้าน เปอร์ยังคงตกใจและมุดไปซ่อนอีกครั้ง เจ้าของจึงต้องตามหาและปลอบประโลมจนเปอร์เริ่มสงบลงเจ้าของระบุว่า กว่าจะได้นอนก็ประมาณ 03.00 น. พร้อมบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 9 เดือน 9 เป็นอีกคืนที่เต็มไปด้วยความระทึกและความรู้สึกหลากหลาย แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกขอบคุณที่สุดคือความช่วยเหลือและน้ำใจจากเพื่อนบ้านเจ้าของยังขอบคุณโชคที่ทำให้เปอร์แคล้วคลาดและปลอดภัย พร้อมยอมรับว่า หากเปอร์เป็นอะไรไปจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะรับมือกับการสูญเสียได้อย่างไร เพราะแม้จะเพิ่งมาอยู่ด้วยกันเพียง 4 เดือน แต่ความผูกพันที่มีต่อกันนั้นมากเกินกว่าจะบรรยายได้ข่าวที่เกี่ยวข้องน้องหมา น้องแมว เป็นสัตว์ค่า ทาสยอมเปย์ 7,910 – 50,500 บาท/ปี รับเทรนด์สัตว์เลี้ยง เป็น คนในครอบครัว ทาสแมวส้มต้องรู้ ! เคล็ดลับจัดบ้านให้เจ้านายซนอย่างปลอดภัย อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่สู้สุดชีวิต! ช่วย “เปอร์” แมวรักถูกงูรัด ก่อนถูกพันขาแทน สุดท้ายปลอดภัยคู่ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.pptvhd36.com
แม่สู้สุดชีวิต! ช่วย “เปอร์” แมวรักถูกงูรัด ก่อนถูกพันขาแทน สุดท้ายปลอดภัยคู่
by
Tags: