Volkswagen เปลี่ยนนิยามเทคโนโลยีซูเปอร์คาร์แบบใหม่ ด้วยการใช้หลักอากาศพลศาสตร์ ชูโรงการออกแบบ Mission Efficiency ต้นแบบรถยนต์ไฟฟ้าทรงหยดน้ำ ลู่ลม ทำระยะทางวิ่งได้ไกลเฉียด 800 กิโลเมตร เมื่อเอ่ยถึงเทคโนโลยีระดับซูเปอร์คาร์ หลายคนมักนึกถึงความเร็วพุ่งทะยานและเครื่องยนต์กำลังสูง แต่ โฟล์คสวาเกน (Volkswagen) เลือกเดินในเส้นทางที่ต่างออกไป ด้วยการดึงเอาดีไซน์สุดคลาสสิกของรถในบริษัทมาตีความใหม่ จนกลายเป็นต้นแบบรถยนต์ไฟฟ้า ที่ค่ายอ้างว่าเป็น “ต้นแบบรถยนต์ไฟฟ้าใกล้สายการผลิตที่ประหยัดพลังงานที่สุดในโลก” (world’s most efficient near-production electric car)เมื่อเอ่ยถึงเทคโนโลยีระดับซูเปอร์คาร์ หลายคนมักนึกถึงความเร็วพุ่งทะยานและเครื่องยนต์กำลังสูง แต่ โฟล์คสวาเกน (Volkswagen) เลือกเดินในเส้นทางที่ต่างออกไป ด้วยการดึงเอาดีไซน์สุดคลาสสิกของรถในบริษัทมาตีความใหม่ จนกลายเป็นต้นแบบรถยนต์ไฟฟ้า ที่ค่ายอ้างว่าเป็น “ต้นแบบรถยนต์ไฟฟ้าใกล้สายการผลิตที่ประหยัดพลังงานที่สุดในโลก” (world’s most efficient near-production electric car)รถยนต์ไฟฟ้า Mission Efficiencyรถยนต์ต้นแบบรุ่นนี้มีชื่อว่า มิชชัน อิฟิเชียนซี (Mission Efficiency – ME) ซึ่งมีรูปลักษณ์โดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวถังทรงหยดน้ำ (Teardrop) ที่ด้านท้ายรถเรียวลู่ลงอย่างชัดเจน มีฐานล้อแคบพร้อมซุ้มล้อหลังแบบปิด และตัวรถที่สูงเพียงประมาณ 1 เมตร ขับเคลื่อนด้วยระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 100% ไร้มลพิษตัวรถภายนอกออกแบบให้มีดีไซน์เรียบลื่น มีมือจับประตูกลมกลืนไปกับตัวถัง หน้าต่างไร้ขอบ และพื้นใต้ท้องรถที่ปิดครอบทั้งหมด พร้อมการออกแบบระบบอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง ทั้งช่องรับอากาศเปิด-ปิดอัตโนมัติ ล้อหลังแบบปิดครอบ และล้อดีไซน์พิเศษพร้อมแผ่นเบี่ยงทิศทางลมเพื่อลดกระแสลมวน รวมกับการใช้โครงสร้างน้ำหนักเบาจากอลูมิเนียม คาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP) และเส้นใยอะรามิด (Aramid Fiber) แข็งแรง ทนทานต่อแรงดึงสูงส่วนห้องโดยสารเน้นความมินิมอลและน้ำหนักเบา รองรับ 4 ที่นั่ง มีพื้นที่เก็บสัมภาระความจุ 481 ลิตร และถอดระบบอินโฟเทนเมนต์แบบเต็มรูปแบบออก โดยเปลี่ยนเป็นช่องสำหรับติดตั้งสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตของผู้ใช้แทนให้ระยะทางวิ่งถึง 800 กิโลเมตรมิชชัน อิฟิเชียนซี (Mission Efficiency – ME) ยังให้ระยะทางวิ่งได้ไกลเกือบ 800 กิโลเมตร ด้วยพลังจากแบตเตอรี่ขนาดเล็กเพียง 54.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) พละกำลัง 135 แรงม้า และการออกแบบให้ตัวรถมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Drag Coefficient) ที่ต่ำเป็นประวัติการณ์เพียง 0.158บริษัทเผยว่าตัวรถมีอัตราสิ้นเปลืองพลังงาน ตามมาตรฐาน WLTP อยู่ที่ 8.4 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร และเมื่อนำไปวิ่งทดสอบจริงบนเส้นทางกว่า 1,278 กิโลเมตร จากเมืองวูล์ฟสบวร์ก ประเทศเยอรมนี ไปยังกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย พบว่ารถคันนี้ชาร์จไฟเพียงครั้งเดียว และยังเหลือระยะทางวิ่งได้อีกราว ๆ 164 กิโลเมตรเมื่อถึงจุดหมาย รวมถึงตัวรถ ยังออกแบบให้มีแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคากระจก และฝากระโปรงท้าย ที่เพิ่มระยะทางวิ่งได้สูงสุด 30 กิโลเมตรในวันที่แดดจัดนวัตกรรมรถต้นแบบคันนี้สะท้อนให้เห็นถึงอนาคตของรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มระยะทาง แต่ใช้การออกแบบและปรับปรุงด้านอากาศพลศาสตร์ร่วมด้วย ซึ่งน่าจับตาดูอย่างยิ่งว่า โฟล์คสวาเกน (Volkswagen) จะปรับใช้แนวคิดกับรถยนต์รุ่นต่อ ๆ ไปได้อย่างไรข่าวที่เกี่ยวข้อง"ฝรั่งเศส" นำทัพ! เปิดตัวภารกิจ "นักบินอวกาศ" สู่ ISS ปี 2027 ที่กรุงปารีส"โฟล์คสวาเกน" ปลดพนักงานเพิ่ม 50,000 ตำแหน่ง เหตุกำไรลดและการแข่งขันที่สูงขึ้นไทยมุ่งลดพึ่งพาน้ำมัน ดันเปลี่ยนรถสาธารณะ เป็นรถพลังงานไฟฟ้า EVTesla ถูกเรียกคืนครั้งใหญ่ที่จีน เกี่ยวกับมือจับประตูแบบซ่อนหรือไม่?“โฟล์คสวาเกน” เล็งหั่นจำนวนรุ่นที่ผลิตครึ่งหนึ่ง
“Volkswagen” เผยต้นแบบรถยนต์ไฟฟ้า “Mission Efficiency” ทรงหยดน้ำ วิ่งไกล 800 กิโลเมตร
by
Tags: