เกิดอะไรขึ้นกับ ครั้งหนึ่ง "ราฮีม สเตอร์ลิง" เคยเป็นปีกที่เก่งที่สุดในอังกฤษ เขาย้ายจากลิเวอร์พูลไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2015 (ซึ่งถือว่าแพงมากในยุคนั้น)ปีกตัวจี๊ดยิงได้ถึง 91 ประตูตลอดช่วงเวลาในแมนเชสเตอร์ ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย, อีเอฟแอล คัพ 5 สมัย และเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในปี 2021 ก่อนย้ายไปเชลซีในปี 2022 ในราคา 47.5 ล้านปอนด์ ในปี 2022 รับค่าจ้างถึงสัปดาห์ละ 325,000 ปอนด์แต่หลังจากนั้นกราฟชีวิตกลายเป็นขาลงสเตอร์ลิง ไม่เก่งกาจเหมือนในอดีตอีกแล้วปัจจุบันในวัยเพียง 31 ปี สเตอร์ลิง กลายเป็นนักเตะไร้สังกัด ซึ่งเป็นผลพวงของฟอร์มในสนามที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เห็นได้ชัดตั้งแต่ตอนย้ายไปอาร์เซนอลแบบยืมตัวในปี 2024 หรือกับ เฟเยนูร์ด ในฤดูกาลต่อมาซ้ำร้ายยิ่งไปกว่านั้น ไม่ใช่แค่ไม่มีสังกัด สเตอร์ลิง กำลังตกต่ำจนอาจถึงขั้น "เข้าคุก" อีกด้วย หลังเจ้าตัวยอมรับสารภาพในข้อหาขับรถอันตราย ครอบครองก๊าซไนตรัสออกไซด์ ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภท C และไม่ยอมให้ตัวอย่างเพื่อตรวจวิเคราะห์ ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่ผ่านมาสเตอร์ลิง ยอมรับต่อศาลว่าครอบครองไนตรัสออกไซด์ 6 กระป๋อง และพฤติกรรมการขับรถอยู่ในระดับ “Category 1A” ซึ่งเป็นระดับร้ายแรงที่สุดตามแนวทางกำหนดโทษย้อนไปเหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้ใช้ถนนแจ้งตำรวจว่า รถลัมโบร์กินีคันหนึ่งขับส่ายไปมาด้วยความเร็ว เปลี่ยนเลนอย่างอันตราย ทำให้รถคันอื่นต้องเบรกหรือหักหลบเพื่อป้องกันอุบัติเหตุพยานเห็นสเตอร์ลิงสูดแก๊สจากลูกโป่งระหว่างขับรถ ก่อนที่รถเสียหลักออกจากถนนพุ่งชนข้างทาง แต่ไม่มีรถคันอื่นเกี่ยวข้องและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บสเตอร์ลิง ยังยอมรับกับตำรวจว่าใช้แก๊สดังกล่าวตั้งแต่เวลา 23.00 น. ของคืนก่อนหน้า ไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน และสารภาพตนเองมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้ไนตรัสออกไซด์ผู้พิพากษาแจ้งว่า สเตอร์ลิง ต้องกลับมาขึ้นศาลแขวงเบซิงสโต๊ค อีกครั้งในวันที่ 25 พ.ย. เขามีโอกาสที่จะถูกจำคุก ซึ่งนั่นอาจเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในชีวิตของนักเตะที่เคยได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ MBE จากสมเด็จพระราชินี เพื่อเชิดชูเกียรติในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ต่อวงการฟุตบอลและความเท่าเทียมทางเชื้อชาติ เมื่อปี 2021คำถามสำคัญก็คือ เกิดอะไรขึ้นกับราฮีม? อะไรทำให้เขามาถึงจุดนี้? เรื่องราวผิดพลาดไปตรงไหน?สื่อคาดว่าคำตอบของคำถามเหล่านี้น่าจะชัดเจนมากขึ้นเมื่อมีการพิจารณารายงานข้อมูลประกอบการตัดสินโทษในเดือนพ.ย. เนื่องจากจะมีเอกสารชี้แจงเหตุผลบรรเทาโทษที่ทีมทนายความของสเตอร์ลิงยื่นต่อผู้พิพากษา สนับสนุนด้วยคำรับรองจากอดีตเพื่อนร่วมงานบางคนของเขาอย่างไรก็ตามเคยมีรายงานจากแหล่งข่าวใกล้ชิดอดีตดาวเตะทีมชาติอังกฤษเปิดเผยกับ "เดอะ การ์เดียน" ว่า สเตอร์ลิง เผชิญกับความกดดันทางจิตใจอย่างหนักหนาสาหัส รู้สึกว่าตนเหมือนเป็นคนที่หมดประโยชน์ จากช่วงเวลาตกต่ำ 2-3 ปีที่ผ่านมาเขายังเคยเผชิญการเหยียดเชื้อชาติมาตลอดอาชีพ เคยกล่าวหาสื่อมวลชนว่ามีส่วนช่วย โหมกระพือการเหยียดเชื้อชาติผ่านการนำเสนอข่าวในเชิงลบและการวิจารณ์ที่ไม่เป็นธรรมต่อนักฟุตบอลผิวดำเมื่อเทียบกับนักฟุตบอลผิวขาวแหล่งข่าวใกล้ชิดยังตัดพ้อเกี่ยวกับเหตุการณ์โดนจับกุมครั้งล่าสุดว่า สเตอร์ลิง เคยสร้างผลงานยอดเยี่ยมและพาทีมก้าวไปสู่ความสำเร็จ แต่กลับต้องมารู้สึกว่าตนเองไร้ค่าและถูกลืมเลือน"ความกดดันทางจิตใจที่เขาแบกรับไว้นั้นมหาศาลจนประเมินค่าไม่ได้ อยู่อย่างโดดเดี่ยว แค่สัมผัสบอลก็ถูกตราหน้าว่าล้มเหลว หมดอนาคต ถูกเยาะเย้ยและโห่ไล่"การต้องใช้ชีวิตในฐานะนักฟุตบอลที่ไม่ได้ลงเล่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เปรียบเสมือนคนตกงานและต้องรับมือกับผลกระทบทุกอย่างที่ตามมา ทั้งการสูญเสียสถานะ สูญเสียตัวตน และถูกความรู้สึกไร้ค่าจู่โจมแต่แน่นอนว่านั่นย่อมไม่ใช่ข้ออ้างสำหรับการกระทำความผิด และสิ่งที่อาจต้องย้อนไปคือคำถามว่าช่วงฤดูกาลสุดท้ายที่เชลซี ที่เขาถูกตัดออกจากทีมอย่างสิ้นเชิง ถึงขั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ลงซ้อมหรือแม้แต่จะอยู่ใกล้ชิดกับเพื่อนร่วมทีมเก่าว่ามันคือหนึ่งในจุดเริ่มต้นของปัญหาหรือไม่อาจไม่ใช่การกล่าวโทษเชลซี แต่อย่างน้อยก็อาจช่วยให้คนอื่นๆ เข้าใจสภาพจิตใจของนักเตะที่อาจต้องเผชิญช่วงเวลาย่ำแย่แบบเดียวกัน และป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกในอนาคตคาดว่ามันต้องมีบางอย่างผิดปกติอย่างร้ายแรงเกิดขึ้นกับเขาเป็นแน่ ไม่งั้นจากนักฟุตบอลที่เคยมีมีพรสวรรค์และมีชื่อเสียงโด่งดังจะมีชีวิตตกต่ำดำดิ่งรวดเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร?ภาพ Gettyimages
เกิดอะไรขึ้นกับ ราฮีม สเตอร์ลิง? จากซุป’ตาร์สู่ดาวดับ
by
Tags: